Business

เก็บกระเป๋ารอ! 10 จังหวัด ‘ท่องเที่ยวไม่ต้องกักตัว’ เริ่ม 1 ตุลาคมนี้ ที่ไหนบ้าง เช็คเลย


ท่องเที่ยวได้ไม่ต้องกักตัว เปิดโผ 10 จังหวัด ดีเดย์ 1 ตุลาคมนี้ ต่อจากภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ หวังปี 2566-2567 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย กลับมาฟื้นตัวได้เท่ากับปี 2562

หลังจากประเทศไทย ปักธงเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว โดยประเดิมที่แรกที่จังหวัดภูเก็ต ภายใต้โครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ให้สามารถ ท่องเที่ยวได้ไม่ต้องกักตัว จากนั้น จะขยายผล เปิดอีก 10 จังหวัด เพื่อเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย ให้กลับมาสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

ท่องเที่ยวได้ไม่ต้องกักตัว

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โพสต์เพจเฟซบุ๊ก ชวนเตรียมพร้อม ท่องเที่ยว 10 จังหวัด ที่นักท่องเที่ยวไม่ต้องกักตัว โดยระบุว่า

“เตรียมตัวกันให้ดี!!

10 จังหวัด นักท่องเที่ยวไม่ต้องกักตัว ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และบุรีรัมย์

เพราะทั้ง 10 จังหวัด เป็นแหล่งสร้างรายได้ จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศได้มาก โดยเมื่อปี 2562 มีรายได้สูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท ดังนั้น จึงเตรียมประกาศให้ 10 จังหวัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวนำร่อง

ฉีดวัคซีนให้พร้อมแล้ววางแผนเที่ยวกัน!”

ก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 นี้ จะเปิดแหล่งท่องเที่ยว 10 จังหวัด โดยนักท่องเที่ยวไม่ต้องกักตัวแล้ว ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ประจวบคิรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และบุรีรัมย์

เหตุผลที่เลือก 10 จังหวัด เป็นพื้นที่นำร่อง เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากมีรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 75% หรือประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท จากการใช้จ่ายทั้งหมด 2.2 ล้านล้านบาท ในประเทศไทย

หลังจากนั้นในปี 2565 จะเริ่มขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปท่องเที่ยว โดยคาดว่าจะครอบคลุมได้ถึง 90% ในปีหน้า

ท่องเที่ยว 3

“หากสามารถดำเนินการได้ ตามแผนที่วางไว้ คาดว่าในปี 2566-2567 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย จะกลับมาฟื้นตัวได้เท่ากับปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤติโควิด-9 ได้อย่างแน่นอน”นายพิพัฒน์ กล่าว

เงื่อนไขในการเดินทางท่องเที่ยว โดยไม่ต้องกักตัว ใน 10 จังหวัดดังกล่าว คาดว่าจะใช้เกณฑ์เดียวกับ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ดังนี้

  • ผู้เดินทางอายุ 18 ปีขึ้นไป จำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนตามเกณฑ์ของวัคซีนแต่ละชนิด มีระยะเวลาการฉีดมากกว่า 14 วัน โดยเดินทางจากประเทศที่มีความเสี่ยงปานกลาง/ต่ำ ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข และททท.เลือกบางประเทศ
  • เด็กอายุ 6-18 ปี สามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องกักกัน หากมาถึงภูเก็ตและเข้ารับการตรวจโควิด-19 ที่สนามบินโดยออกค่าใช้จ่ายเอง
  • เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี เดินทางกับพ่อแม่และผู้ปกครองที่ได้รับวัคซีน
  • คนไทยและคนต่างชาติที่มีถิ่นพํานักในไทย ที่เดินทางกลับมาจากกลุ่มประเทศความเสี่ยงและปานกลาง

เอกสารที่ต้องใช้สำหรับ ท่องเที่ยวไม่ต้องกักตัว

  • ผู้เดินทางจะต้องยื่นขอ Certificate of Entry (COE) หรือ ใบรับรองในการเดินทางเข้าประเทศไทย เช่นเดียวกับทุกคน ที่เดินทางมาประเทศไทย ในช่วงการระบาดของ โควิด-19
  • ผู้โดยสารต้องมีเอกสารรับรอง การฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทาง โดยวัคซีน จะต้องขึ้นทะเบียนตามกฎหมายของประเทศไทย หรือได้รับการรับรองโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และต้องส่งหลักฐานการฉีดวัคซีนเมื่อลงทะเบียน COE
  • ชาวต่างชาติจะต้องมีวีซ่า และกรมธรรม์ประกันสุขภาพ ที่ครอบคลุมรวมถึงการรักษาที่เกี่ยวข้องกับ โควิด-19 ในจำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 USD ที่ครอบคลุมระยะเวลาทั้งหมดที่เข้ามาในประเทศไทย
  • ทุกคนต้องเปิดใช้งานแอปพลิเคชันมือถือ ThailandPlus

อ่านข่าวเพิ่มเติม