ดูหนังออนไลน์
Business

‘นครปฐม’ ประกาศคุมเข้ม ‘รถพุ่มพวง’ สกัดโควิด สั่งทุกคันขึ้นทะเบียนกับ อปท.

“นครปฐม” ประกาศคุมเข้ม “รถพุ่มพวง” เร่ขายสินค้าสกัด โควิด กำหนดทุกคันต้องขึ้นทะเบียนกับ อปท. ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัย

วานนี้ (28 ธ.ค. 63) นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดนครปฐม ได้ออกประกาศจังหวัดนครปฐม ฉบับที่ 96/2563 เรื่อง ข้อปฏิบัติของรถขายสินค้าเบ็ดเตล็ดเคลื่อนที่ ที่เข้ามาขายในพื้นที่จังหวัดนครปฐม มีเนื้อหาหลักว่า

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครปฐม ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 27/2563 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 ออกประกาศ เรื่อง ข้อปฏิบัติของรถขายสินค้าเบ็ดเตล็ดเคลื่อนที่ ที่เข้ามาขายในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม ดังนี้

รถพุ่งพ่วง นครปฐม 4646 รถพุ่มพวง โควิด

กฎคุม โควิด “รถพุ่มพวง”

1.ให้ผู้ขับรถ ผู้จำหน่ายสินค้า และผู้โดยสาร ที่โดยสารมากับรถขายสินค้าเบ็ดเตล็ดเคลื่อนที่ที่เข้ามาขายในพื้นที่จังหวัดนครปฐมทุกคัน ลงทะเบียนในแอปพลิเคชั่นหมอชนะ

2. ให้รถขายสินค้าเบ็ดเตล็ดเคลื่อนที่ทุกคันที่เข้ามาขายสินค้าในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ต้องมาขึ้นทะเบียนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของพื้นที่ที่มาขายสินค้านั้น

3. ให้รถขายสินค้าเบ็ดเตล็ดเคลื่อนที่ ที่เข้ามาขายในพื้นที่จังหวัดนครปฐมทุกคัน ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน ควบคุมการแพระบาดของโรคติดเชื้อไวรส โควิด-19 ตามประกาศจังหวัดนครปฐมฉบับที่ 83/2563 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2563 โดยเคร่งครัด และปฏิบัติเพิ่มเติมดังนี้

3.1  สภาพรถต้องดี ทำความสะอาดทุกวัน

3.2  อาหารที่จำหน่ายแยกเก็บเป็นสัดส่วน

3.3 เนื้อสด อาหารทะเล แยกใส่ในภาชนะ เก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส

3.4  ห้ามนำอาหารที่ปรุงข้ามวันมาจำหน่าย

3.5  ผลไม้ที่หั่นแล้ว มีการแยกเก็บตามประเภท มีการปกปิด ใช้น้ำแข็งที่สะอาด

3.6 อาหารสุก อาหารดิบ แยกภาชนะ/อุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดทุกวัน

3.7  ผู้ขายมีสุขภาพอนามัยที่ดี ล้างมือ สวมหน้ากาก ใช้อุปกรณ์หยิบจับอาหาร

3.8  ผู้ซื้อผู้ขาย เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร

3.9  หากอาการโรคระบบทางเดินหายใจ มีไข้ ไอ จามให้พบแพทย์

ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อ 1 และข้อ 2 จะถูกสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว

เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2563 จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

TH UpDate021 2

วันนี้ (29 ธ.ค. 63) ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 155 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมล่าสุด ยู่ที่ 6,440 คน มีผู้เสียชีวิตรายใหม่ 1 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมทั่วประเทศอยู่ที่ 61 ราย มีผู้ป่วยรักษาตัวหายกลับบ้านเพิ่ม 4 คน รวมยอดผู้ป่วยรักษาตัวหายกลับบ้านได้แล้ว ที่ 4,184 คน มีผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 2,195 คน

รายละเอียดของผู้ติดเชื้อรายใหม่

ติดเชื้อ โควิด-19 ในประเทศ 134 ราย

  • ระยอง 56 ราย
  • ชลบุรี 28 ราย
  • นครปฐม 15 ราย
  • กรุงเทพมหานคร 14 ราย
  • สมุทรปราการ 7 ราย
  • สมุทรสาคร 4 ราย
  • จันทบุรี 3 ราย
  • สมุทรสงคราม 2 ราย
  • นนทบุรี 1 ราย
  • ปทุมธานี 1 ราย
  • อุตรดิตถ์ 1 ราย
  • ลำปาง 1 ราย
  • นครราชสีมา 1 ราย

ติดเชื้อ โควิด-19 ในแรงงานต่างด้าว 11 ราย

สถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 10 ราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม