ดูหนังออนไลน์
Entertainment

ส้มเช้ง ควงลูกสาว เปิดชีวิตสุดลำบาก หอบลูกหนีอดีตสามี – ไร้งาน ไร้เงิน เคยคิดฆ่าตัวตาย

ตลกสาว ส้มเช้ง สามช่า ที่วันนี้จะมาเปิดเผยชีวิตการเป็นซิงเกิ้ลมัมกว่า 20 ปี สุดลำบากหอบลูกหนีอดีตสามี ไร้งาน ไร้เงิน เคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว พร้อมเปิดตัวลูกสาวสุดน่ารัก น้องหยก น้องคิม และความห่วงลูกสาวขั้นสุดเตรียมลาออกจากวงการบันเทิง ผันตัวเป็นยูทูบเบอร์ โดยทั้งสามได้มาเปิดใจผ่านทางรายรายคุยแซ่บshow ทางช่องวัน31 ที่มีหนิง ปณิตา และบูม สุภาพร เป็นพิธีกร

ล่าสุดเปิดตัวลูกสาว แม่ไปมีลูกตอนไหน ?

ส้มเช้ง : มีก่อนเข้าวงการ พี่เข้าวงการตอนอายุ 35 พี่มีลูก 30-31

แล้วทำไมก่อนหน้านั้นไม่ได้เปิดตัว ?

ส้มเช้ง : เราเป็นตลกตัวเล็ก ๆ แล้วเราอยู่วงการเราไม่มีแฟนด้วย แล้วอยู่ ๆ วันนี้จะขอเปิดตัว มันก็ไม่ใช่ แล้วตอนนั้นลูกยังเล็กมาก แค่เพื่อน ๆ รู้ว่ามีแม่เป็นตลก เด็ก ๆ ก็โดนล้อ

หยก : เหมือนล้อพ่อ ล้อแม่ กัน ไอลูกตลก ๆ ถามว่าซีเรียสไหม ตอนเด็ก ๆ มันก็มีบ้างนะคะ หนูจะซีเรียสที่เขาบอกว่าลูกไอ้ส้ม หลานไอ้เท่ง อะไรอย่างนี้ เราก็งง เราเรียกลุง ๆ แต่ทำไมคนอื่นเรียกไอ้ เราไม่เข้าใจเท่านั้นเอง

คิม : คือพอเราบอกว่าเป็นลูกส้มเช้ง เขาบอกส้มเช้งไม่มีลูกไม่ใช่เหรอ ไม่เชื่อ ก็หาว่าหนูโกหก

แล้ววันนี้อะไรที่ทำให้พี่ตัดสินใจเปิดเลย ?

ส้มเช้ง : คือจริง ๆ โตแล้วไง 21 แล้ว เราก็คุย แม่ว่าแม่จะเปิดตัวแล้วนะ แล้วเราก็อายุเยอะแล้ว ทุกคนน่าจะยอมรับได้แล้ว

กระแสหลังจากที่เปิดตัวเป็นยังไงบ้าง ?

ส้มเช้ง : กระแสดีมาก เราไม่ใช่นางเอก เราเป็นตลก แล้วลูกโตเป็นสาวแล้ว เรามีวุฒิภาวะที่จะดูแลลูกไดเแล้ว พอเปิดปุ๊บไม่ได้มีลบเลย มีแต่บวก

แล้วกระแสของเราสองคน เพื่อน ๆ เชื่อกันแล้วนะ ?

คิม : เชื่อแล้วค่ะ

หยก : ก็มีบ้าง จะมีคนคิดว่าลูกเลี้ยง

ส้มเช้ง : เอามาปั่นทำกระแสโซเชียลหรือเปล่า ทำยูทูบแบบนี้

วันนี้ยืนยันอีกครั้งว่าสองคนนี้คือลูกในสายเลือดเลย ?

ส้มเช้ง : คลอดมาเองเลย

ดันเข้าวงการบันเทิงไหม ?

ส้มเช้ง : พี่เต็มที่นะถ้าเขาชอบ คนนี้ตอนแรกพี่คุยเลยนะหยกเอาไหมลูก เดี๋ยวจะไปฝากผู้ใหญ่ เขาบอกว่าตอนนี้หนูอยากร้องเพลง ตอนนี้หนูอยากเป็นยูทูบเบอร์

อยากเข้าวงการไหมลูก ?

คิม : ฝากเนื้อ ฝากตัวด้วยนะคะ

หยก : ช่องวันฝากเนื้อ ฝากตัว ด้วยนะคะ

เลี้ยงลูกคนเดียวมาตั้งแต่ลูกกี่ขวบ ?

ส้มเช้ง : ต้องบอกว่าตั้งแต่คิมยังไม่หย่านมเลย จริง ๆ มีปัญหากับอดีตสามีตอนจะคลอดละ พอคลอดมาไม่ถึงขวบพี่ก็พาลูกหนีเลย ก็เลี้ยงลูกคนเดียว มันเป็นความฝันของผู้หญิงทุกคน พอมีสามี มีลูกก็อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่มันไม่เป็นอย่างที่เราคิด แล้วพี่เป็นคนที่ค่อนข้างทิฐิ พี่เดินด้วยตัวเองมาตลอด แล้วพอมาเจอสถานการณ์ที่เราต้องบีบ อยู่ตัวเล็ก ๆ แล้วพอมันไม่เป็นอย่างที่เราฝัน เราก็เลยหอบลูกหนี

ตอนที่หอบลูกหนี เห็นว่าลำบากมาก เงินติดตัวแทบจะไม่มี ?

ส้มเช้ง : พี่มีเงินติดตัวมาไม่น่าถึงหมื่น แต่ว่าพี่มีสร้อย มีแหวน มีนาฬิกา ติดมาบ้าง ทรัพย์สินตรงนั้นขายเลี้ยงลูก จนลูกเริ่มเข้าโรงเรียนก็เริ่มลำบากละ เราไม่มีงาน อดีตสามีคิดว่าพี่คงไปไม่รอดหรอก เพราะพี่ไม่มีงานทำ แต่ด้วยความที่เราทิฐิ เราก็เลยไปนึ่งข้าว แล้วใส่โฟมไปขายที่ตลาด พี่ทำอยู่ 3 วัน มันขายไม่ได้อะ ขายได้วันนึง 100 กว่าบาท มันเหมือนมันสุดแล้ว ไม่รู้จะทำไง เอาวะ เป็นทางออกของแม่คนนึงที่จะทำให้ลูก สามีค่อนข้างมีฐานะ เราคิดว่าถ้าเราไม่อยู่แล้ว ลูกเขาต้องรับไป เพราะว่าเขาไม่มีลูก น้องหยก เป็นหลานคนแรกของตระกูล พี่ก็ทบทวนกับความคิดตัวเอง ถือเชือกเข้าไปในห้อง แล้วเอาไปผูกกับขอบหน้าต่าง

คือพี่ตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย ?

ส้มเช้ง : ถูกต้อง เพื่อให้พ่อเข้ารับเด็ก ๆ ไปอยู่ แล้วคิดว่าเขาต้องสบายแน่นอน

สาเหตุอะไรที่ทำให้เราออกมาจากอดีตสามี ?

ส้มเช้ง : เขาไม่ได้มีเราคนเดียว

หลังจากที่พี่ส้มผูกคอ มันเกิดอะไรขึ้น ?

ส้มเช้ง : ต้องบอกว่าคนที่จะฆ่าตัวตาย มันเป็นเสี้ยววินาทีจริง ๆ พี่ผูกแล้ว กำลังทำคล้อง เพื่อจะคล้องคอตัวเอง แล้วร้องไห้ไม่หยุด แล้วก็ทบทวน มันก็จะมีอารมณ์แว๊บขึ้นมาคือกลัวตาย กับแว๊บขึ้นมากูต้องตาย มันเถียงกันอยู่อย่างนี้ พี่ก็ฮึบขึ้นมา เราเป็นคนที่เอาลูกออกมาเองไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าเราตายผู้หญิงคนนั้นดูถูกเรา ตัวสามีดูถูกเรา มึงไปไม่รอด พี่ก็แกะเชือกออกจากกรงเหล็กแล้วทิ้งถังขยะ แล้วพี่ก็บอกฉันต้องสู้เพื่อลูก

วันนั้นเกิดอะไรขึ้นถึงไปพาหุรัด ?

ส้มเช้ง : พี่ว่ามันเป็นวงจรของคนที่เป็นลิเก ลิเกส่วนมากเขาจะไปเดินพาหุรัด แต่ตอนนั้นพี่ไม่ได้มีงาน พี่คิดว่าถ้าพี่อยู่บ้านพี่ก็จะคิดเหมือนเดิม พี่ก็เลยนั่งรถเมล์ไปตลาดพาหุรัด พี่มีความเชื่อว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้โดยเฉพาะครอบครัวพี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พี่ไปยืนอยู่ที่ร้านเพชร ร้านนึงเป็นร้านเครื่องประดับบลิเก แล้วมีผู้ชายคนนึงขับมอเตอร์ไซค์มามองหน้าพี่ แล้วส่งกระดาษนามบัตร พี่ก็รับมา แต่ก็แว๊บขึ้นมา เขาคิดว่าเราเป็นผู้หญิงหาเงินหรือเปล่า จนกระทั่งกลับมาบ้าน เอานามบัตรมาดู มันเป็นโลโก้เพชร นอกนั้นเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย เราเลยลองโทรดีกว่า ก็โทรไปเป็นผู้หญิงรับ บอกว่าที่นี่เป็นบริษัทนำเข้าเพชรจากต่างประเทศ มีเพชรทุกอย่างที่คุณอยากได้ พี่ถามเลย มีเพชรลิเกไหม เขาบอกว่าเพชรลิเกเป็นยังไงหนูไม่รู้จัก เราก็ถามว่าออฟฟิศอยู่ไหน เขาบอกอยู่ตรงวงเวียนใหญ่ พี่ทิ้งระยะไว้สักสองสามวันพี่ก็โทรไปอีกทีเป็นผู้ชายรับ พูดไทยไม่ชัด พี่ก็เอาจนได้ ในห้างก็บอกว่ามายังไง คือพี่ต้องการเพชรเพื่อจะเอามาขาย ก็ถามว่ามีเยอะขนาดไหน ราคาเท่าไหร่ พอรู้ราคาปุ๊บ มันถูกกว่าที่เขาขายกันอยู่ พี่เลยบอกพี่ขอซื้อ แต่เงินในกระเป๋าพี่มี 2,000 -2200 ประมาณนี้ พี่ก็เลยขอซื้อ 2000 แล้วอีก 200 ติดกระเป๋าไว้ เขาหัวเราะ เขาบอก 2,000 มันนิดเดียวคุณเอาไปขายมันไม่คุ้ม ทั้งถุงนี้มัน 20,000 กว่าบาท เราบอกไม่มีเงิน เขาก็บอกว่าเอาไปเลย ผมเห็นหน้าคุณ หน้าคุณไม่ใช่คนขี้โกง พี่ยกมือไหว้เขาบอกว่าไม่เกิน 1 อาทิตย์จะรีบเอาเงินมาให้ พอกลับไปถึงพี่ขายหมดในวันเดียว พี่ทำเพชรอยู่ตรงนั้น 1 ปี พี่ถอยรถป้ายแดงได้เลย เป็นเงินดาวน์ออกมา ตอนนี้เริ่มทำงาน ให้คนที่บ้านมาดูแลลูก 2 คน บางมุมลูกยังจำไม่ได้เลยว่าพี่ไปขายเพชร

คุณแม่ประคบประหงมเรายังไงบ้าง ?

คิม : มาก แม่จะห่วงเรื่องความสวย ความงามของหนูกับพี่หยกมาก

หยก : เขาไม่สปอยล์ แต่เรื่องอะไรที่เขาตามใจ เขาก็ตามใจ อย่างเรื่องจะไปเที่ยว ไปไหน เขาก็ไม่ค่อยห้าม เราต้องดูแลตัวเอง

ถือว่าเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ดูแลลูกในทุก ๆ ด้าน เรามีความรู้สึกลึก ๆ ในใจไหมว่าเรารู้สึกขาด ?

คิม : หนูรู้สึกว่าแม่ทำให้ครบทุกอย่าง ไม่เคยรู้สึกว่าขาดเลย อาจจะมีบ้างตอนเด็ก ๆ ที่แบบป๊าไปไหน อาจจะเป็นเพราะหนูเกิดไม่ทันป๊าขนาดนั้น ก็เลยไม่รู้สึกว่าขาด

หยก : มันเป็นตอนเด็ก ๆ โอเคป๊าไม่ได้รักแม่ ไม่ได้รักกันแล้ว เขาไม่อยู่ด้วยกันก็ไม่เป็นไร หนูก็เฉยๆ  แต่จะมีครั้งนึงที่นอนด้วยกัน อยู่ดี ๆ คิมเขาพูดขึ้นมาว่าหนูอยากให้ป๊ามานอนด้วย เขาถามว่าตอนเด็กป๊าเคยมานอนด้วยไหม พี่ก็บอกว่าเคย ตอนนี้หนูเริ่มโตแล้ว หนูอยากให้ป๊ามานอนด้วยได้ไหม เราก็บอกได้ พี่โทรเลย ก็คุยเปิดโฟนเลย ป๊าบอกป๊าทำงานเขาก็ถามว่าป๊ารักแม่ไหม เขาก็ไม่ตอบ เขาก็จะไปอย่างอื่น ทีนี้ป๊าก็วางสาย เขาก็ร้องไห้ เขาคิดว่าพี่ต้องเสียใจ ที่ต่อสายให้แล้วป๊าพูดว่าไม่รักแล้ว ไม่สนใจแล้ว ก็กอดกันร้องไห้ เขาก็บอกว่าเขาจะไม่พูดแบบนี้อีกแล้ว เขาจะไม่โทรหาป๊าแล้ว ตั้งแต่นั้นไม่พูดถึงป๊าเลย

ทุกวันนี้ยังมีการติดต่อกันอยู่ไหม ?

หยก : คุยตลอด เขาคือพ่อเรา เราจะแบบไม่รักเขาไม่ได้

ส้มเช้ง : พี่บอกเลยยังไงก็แล้วแต่ วันพ่อ วันเกิดป๊าเขา ต้องโทรไปอวยพรนะ

มันมีเหตุการณ์นึงที่ป๊ามารับเราไปเที่ยว แล้วภรรยาใหม่บอกว่าเราไม่ใช่ลูกป๊า ?

หยก : เขาก็ไม่ได้พูดไม่ดี ไม่ได้พูดแรง ๆ ใส่ว่าไม่ใช่ลูกป๊าเลย แต่เขามาพูดกับหนู หนูจำไม่ได้ว่าเขาพูดว่าอะไร แต่หนูมาพูดกับแม่ว่า เขาบอกหนูว่าป๊าเป็นมะเร็ง ป๊ามีลูกไม่ได้หรอก หนูเป็นลูกแม่คนเดียวหรือเปล่า

ส้มเช้ง : ที่พี่ฟังตอนนั้น พี่เข้าใจว่า เขาบอกน่าจะพูดว่าป๊าเป็นหมัน ไม่สามารถมีลูกได้ คุณสองคนเป็นลูกแม่คนเดียว คุณไม่ได้มีเขาเป็นป๊านะ

เวลาเราเจอสถานการณ์แบบนี้เรามีวิธีสอนลูกยังไง ?

ส้มเช้ง : จริง ๆ พี่สอนลูกน้อยมากเลย แต่ว่าที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะการกระทำ อย่างพี่ดูแลแม่ ทุกสงกรานต์พี่อาบน้ำให้แม่ ดูแล เอาใจใส่แม่ทุกอย่าง พี่ทำให้เห็น

หลังจากนั้นพี่ส้มท้าไปตรวจ DNA ด้วย ?

ส้มเช้ง : พี่ก็ปรี๊ดไง คือรับลูกไปเราไม่ว่าหรอก คุณต้องดูแลคนของคุณ ทำไมมาทำร้ายลูกเราแบบนี้ พี่ก็โทรเลย เอางี้ไหม ตรวจ DNA ไหม ทำไมพูดแบบนี้ เขาก็บอกว่าคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าเด็กสองคนนี้ไม่ใช่ของผม พี่ก็ปรี๊ดเลย บอกว่าว่างเมื่อไหร่ไปตรวจ DNA พี่ยันคำนี้มาตลอดเวลาก็เงียบ

เราอยากจะบอกอะไรกับแม่ ?

คิม : หนูรักแม่นะคะ

หยก : เพิ่งบอกเมื่อวาน อยู่ 100 ปีนะ ไม่ ๆ 99 เลขสวย ไม่ต้องรีบ อยู่กับหนูนาน ๆ

แม่ส้มอยากจะบอกอะไรลูก ๆ ?

ส้มเช้ง : เขารู้อยู่แก่ใจทั้งสองคน ภูมิใจที่เขาเป็นเด็กน่ารัก ยิ่งตอนนี้เขาช่วยแม่ทำมาหากินได้ ภูมิใจที่มีลูกสาวน่ารัก และไม่ดื้อ พี่เลี้ยงลูกมา พี่ไม่เคยเสียน้ำตาเพราะลูกเลย

จะอนุญาตให้ลูกมีแฟนตอนอายุ 30 ?

ส้มเช้ง : ใช่ค่ะ

ตอนนี้อายุเท่าไหร่กัน ?

หยก : 23 ค่ะ ใกล้ได้มีแล้ว

คิม : 21 ค่ะ

ทำไมถึงต้อง 30 ?

ส้มเช้ง : คือพี่อยากเอาประสบการณ์ของพี่มาสอนลูก พี่คิดว่าผู้หญิงสมัยนี้แต่งงานช้า 30 กำลังดีเลย พี่แต่งงานช้า เพื่อนพี่ 17-18 มีผัวหมดแล้ว พี่เลยตั้งเป้าว่าลูกฉันต้องมีแฟนตอนอายุ 30 แล้วแต่งงานตอน 33 ประมาณนี้

คือมาจากประสบการณ์ในชีวิตของเรา ?

ส้มเช้ง : ถูกต้อง คือพี่ห่างกับแฟน แฟนแก่กว่า 10 ปี ก็ยังเจอแบบนี้ ก็เลยบอกว่าถ้ามีใครก็ศึกษากันนาน ๆ รู้แจ้ง เห็นจริงก่อนแล้วค่อยแต่ง

แล้วพี่ส้มไม่อยากอุ้มหลานเหรอ ?

ส้มเช้ง : ยังไม่อยากอุ้ม

อย่างนี้เขาเรียกว่าห่วงขนาดหนัก ?

ส้มเช้ง : ไม่นะ

คิม : คือไม่ได้พามาแนะนำว่าแม่คนนี้แฟนหนูนะ แต่เขาก็รับรู้ตลอด

แต่ทั้งคู่มีอะไรก็จะเล่าให้แม่ฟังทุกเรื่องอยู่แล้ว ?

หยก : ใช่ค่ะ คือเราต้องรู้หลบเป็นหลีก คือถ้าใช้คำว่าแฟนเลยไม่ได้ คู่หู เพื่อนสนิท เปลี่ยนคำเอา

พี่ส้มเห็นบอกว่าจะอำลาวงการบันเทิง อันนี้ข่าวจริงไหม ?

ส้มเช้ง : ปีหน้าพี่หมดสัญญากับเวิร์คพอยท์แล้ว พี่ก็คืดว่ามันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว พี่อาจจะมีรับเล่นละครบ้าง แต่ว่าอยากเป็นฟรีแลนซ์ อยากดูแลลูก อยากทำยูทูบ อยากเป็นยูทูบเบอร์ตอนแก่

ติดตามรับชมรายการคุยแซ่บShow ย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

อ่านข่าวเพิ่มเติม

 

The Bangkok Insight Editorial Team