ดูหนังออนไลน์
Business

เปรียบมวย 2 หุ้นค้าปลีกภูธร ‘TNP’ ปะทะ ‘KK’ 

เปรียบมวย 2 หุ้นค้าปลีกภูธร TNP ปะทะ KK ขณะที่ TNP คุมค้าปลีกภาคเหนือ ส่วน KK ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของภาคใต้ แล้วราคาหุ้นจะเป็นอย่างไรจากนี้ไป 

หากพูดถึงหุ้นค้าปลีกภูธรที่เน้นขยายกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัด แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ใครๆ ก็คงนึกถึงเพียง หุ้น TNP หรือ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้าปลีกครอบคลุมในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงราย และพะเยา 

 ล่าสุดก็เพิ่งมีหุ้นเข้าใหม่อีกตัวที่ทำธุรกิจคล้ายคลึงกับ TNP เป็นอย่างมาก นั่นก็คือ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น KK นั่นเอง ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของภาคใต้ 

โดยหุ้น KK ได้จดทะเบียนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ด้วยราคา เปิดซื้อขายที่ราคา 2.40 บาทต่อหุ้น ปรับเพิ่มขึ้น 1.52 บาทต่อหุ้น หรือ 172.73% จากราคาไอพีโอ ที่ 0.88 บาทต่อหุ้น 

ประเด็นที่อยากจะชวนสังเกตุก็คือนี่เป็น 2 บริษัทที่มีความคล้ายคลึงกันมากในแง่ของธุรกิจ เรียกว่าเป็น “สิงห์เหนือปะทะเสือใต้” ของธุรกิจค้าปลีกก็ว่าได้ วันนี้เราจึงสรุปข้อมูลสำญของทั้ง TNP และ KK มาให้ดูกันว่าใครเด่น ใครด้อยกว่ากันมากน้อยแค่ไหน เอาไว้เป็นข้อมูลตัดสินใจของนักลงทุน

จุดเริ่มต้นธุรกิจ

TNP เริ่มมาจากร้านแผงลอยขายของชำในตลาดสดเทศบาลเชียงรายเมื่อปี 2508 ภายใต้ชื่อ “โง้วทองชัย” ก่อนจะขยับขยายเป็นานห้องแถว 2 คูหา โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในรุ่นลูก คือ คุณธวัชชัย พุฒิพิริยะ ที่เห็นโมเดลความสำเร็จจาก 7-11 และ Makro ในกรุงเทพฯ จึงนำไอเดียนี้มาปรับใช้กับธุรกิจที่บ้าน จนกลายมาเป็น “ธนพิริยะ” อย่างในปัจจุบัน

จุดแตกต่างของธนพิริยะ คือ ไม่ขายของสด เปิดในแหล่งชุมชนบนถนนสายหลัก เน้นขายของใช้ภายในบ้าน เครื่องดื่มและอาหารแห้ง กว่า 15,000 รายการ ภายใต้สโลแกน “ราคาถูกจริง ช้อปปิ้งถูกใจ อยู่ใกล้บ้านคุณ”

ขณะที่จุดเริ่มต้นของ KK มาจากการเป็นพ่อค้าขายของในตลาดนัดของ “คุณ เว้ง แซ่โกว่” เมื่อปี จนสามารถเก็บหอมรอมริบพัฒนามาเป็นร้านค้าส่งในเจังหวัดสงขลา สตูล และพัทลุง แต่มาพลิกธุรกิจให้เติบโตในรุ่นลูก โดยปรับมาเป็นร้านค้าปลีก เน้นขายสินค้าในราคาถูก ภายใต้ชื่อ “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์”

ชูจุดแข็งในการเป็นเหมือน supermarket ใกล้บ้านที่เน้นของใช้ประจำบ้านทั่วไป ขายสินค้าราคาถูก และมีสินค้า OTOP ประจำท้องถิ่น และสินค้าหายากอีกด้วย

จำนวนสาขาปัจจุบัน

ปัจจุบัน ธนพิริยะ มีซุปเปอร์มาร์เก็ต 23 สาขา และศูนย์ค้าส่ง 1 สาขา ซึ่งมีที่ตั้งในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา ด้าน KK ปัจจุบันมีซุปเปอร์มาร์เก็ตทั้งสิ้น 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงมีศูนย์กระจายสินค้าจำนวน 1 แห่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

จะเห็นว่าเมื่อเทียบกันแล้ว KK มีอัตรากำไรสุทธิที่ประมาณ 1.2% ต่ำกว่า TNP ที่อยู่ราว 4.5% สาเหตุก็เนื่องมาจากร้านค้าปลีกมักจะมีมาร์จินที่ต่ำอยู่แล้ว เพราะเน้นขายเอาจำนวน แต่ KK ยังมีสเกลที่เล็กกว่า ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่สูงกว่า อย่างไรก็ดี ต้องจับตามองต่อไปว่าหลังจาก KK เข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว ซึ่งจะทำให้ต้นทุนในการขยายธุรกิจลดน้อยลง จะสามารถดันมาร์จินให้ขึ้นมาสูงกว่านี้ได้หรือเปล่า

เป้าหมายในอนาคต

สำหรับ TNP ในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทมีแผนจะขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทั้งในจังหวัดเชียงราย พะเยา และเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มการเติบโตของรายได้ ตั้งเป้าจะมีการขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 5 สาขา (เดือนเมษายน เปิดไปแล้ว 1 สาขา) โดยใช้งบลงทุนประมาณ 80 ล้านบาท 

ในส่วนของ KK มีแผนจะนำเงินระดมทุนที่ได้ราว 58 ล้านบาท ขยายสาขาใหม่อีก 3 แห่งในปีหน้า โดยจะมีสาขาจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นการเจาะตลาดครั้งแรกรวมอยู่ด้วย 1 แห่ง นอกจากนี้เงินที่เหลือเพื่อใช้ชำระหนี้เงินกู้สถาบันและเป็นเงินทุนหมุนเวียนต่อ

สุดท้ายแล้วใครสนใจหุ้นตัวไหน อย่าลืมไปทำการบ้านกันเพิ่มเติมกันได้ครับ เพราะนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบทุกครั้งก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
InveStory