ดูหนังออนไลน์
General

‘อัษฎางค์’ แซะ ‘ปิยบุตร’ สาวไส้ตัวเอง หรือก้าวหน้า ไม่เคยมีกฏ

“อัษฎางค์ ยมนาค” ถามตรง ปิยบุตร โพสต์เรื่องเสรีภาพ การขัดขืนคำสั่ง ชี้สาวไส้ตัวเอง ทุกองค์กรในโลก ต้องมีกฏระเบียบ หรือพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้าไม่มีกฏระเบียบ

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง โพสต์เพจเฟซบุ๊ก “อัษฎางค์ ยมนาค” ถึง ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กรณีพาดพิงเรื่อง คนถูกเกณฑ์มา ทรงผมทรงเดียวกัน ว่า ต้องฝ่าฝืนต่อคำสั่งบังคับ พร้อมถามกลับว่า หรือพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า ไม่เคยมีกฏระเบียบ โดยระบุว่า

อัษฎางค์

“สาวไส้ (ตัวเอง) ให้กากิน รึป่าว

สิ่งที่ อ.ปิยบุตรพูด มันเรียกว่า กฎระเบียบปฏิบัติ ที่ทุกองค์กรในโลก ต่างก็มีกฎเป็นของตนเองเหมือนกัน

ถ้าคุณไม่อยากทำตามกฎของ องค์กร ง่าย ๆ ก็แค่ลาออกไป ไม่มีใครบังคับให้คุณอยู่ต่อ หรือ ลาออก

เป็นทหารตำรวจ แต่ไม่อยากตัดผมเกรียน ไปลาออก

ไปโรงเรียน แต่ไม่อยากใส่ชุดนักเรียน ไปลาออก

เป็นพนักงานบริษัทเอกชน แต่ไม่อยากใส่แบบฟอร์มของบริษัท ไปลาออก

เป็น ส.ส. แต่ไม่เห็นด้วยกับมติพรรค ไปลาออก

แต่ถ้าคุณจะอยู่ต่อ คุณต้องทำตามกฎ มิใช่หรือ?

หรือว่า พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า ไม่มีกฎ ที่บังคับให้คนที่เป็นสมาชิกต้องทำตาม เพื่อความเป็นระเบียบขององค์กร

ทำไมตอนที่มี สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ โหวดสวนมติพรรค คุณถึงลงโทษเขา ที่ไม่ทำตามมติพรรค คุณจำกัดสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ ไม่ให้เขามีสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น และทำตามความตั้งใจเขา เหมือนกันกับที่ คุณกำลังให้ร้ายคนอื่นใช่ไหม

คุณว่า คนอื่นจำกัดสิทธิเสรีภาพของคน ในขณะที่คุณ ก็จำกัดสิทธิเสรีภาพของคนเหมือนกัน อย่างนั้นหรือ

หรือว่าความจริง มันไม่ใช่เรื่องสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล แต่มันคือ กฏระเบียบขององค์กร

นี่คือคุณกำลังด่าคนอื่น หรือด่าตัวเอง คุณกำลังสาวไส้คนอื่น หรือสาวไส้ตัวเอง

ก่อนหน้านี้ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์เพจเฟซบุ๊ก เนื้อความส่วนหนึ่ง ระบุว่า

“เลิกสยบยอมกับคำสั่งไร้เหตุผล ไร้มนุษยธรรม

ผมได้เห็นภาพรถยนต์ รถกะบะ และรถขนขยะ ขนคนจำนวนมาก ในชุดเสื้อเหลือง เพื่อไปรวมตัวกัน แสดงความจงรักภักดี

หลายคนมาด้วยความเต็มใจ มาด้วยเจตจำนง อยากเฝ้ารับเสด็จกษัตริย์

แต่ก็มีอีกหลายคนที่ถูกเกณฑ์มา จำเป็นต้องมา เพราะ ผู้บังคับบัญชาสั่ง แกมขอความร่วมมือ มีทั้งตำรวจชั้นผู้น้อย จากหลายจังหวัด มีทั้งข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ จากหลายจังหวัด มีทั้งชายฉกรรจ์ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ถูกบังคับให้ ตัดผมเกรียนสูงสามด้าน

มนุษย์เรา หลายครั้ง ก็ตกอยู่ในสถานการณ์บีบบังคับ จนตัวเราเองรู้สึกว่า “ไม่มีทางเลือกอื่น” อีกแล้ว นอกจากยอมจำนน ยอมรับคำสั่งที่ตนไม่เห็นด้วย

สถานการณ์ทางหน้าที่การงาน สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สถานการณ์ทางกำลังบังคับ เหล่านี้ ต่างทำหน้าที่ตีกรอบล้อมคอกมนุษย์ ไม่ให้ใช้เสรีภาพ ตามจิตสำนึกของตน

แต่ความเป็นมนุษย์โดยแท้แล้ว คือ เสรีภาพ คือ การตัดสินใจเลือกกระทำ ไม่เลือกกระทำโดยอิสระ

มนุษย์มีพัฒนาการ ในสมองจิตสำนึก ค่อย ๆ เรียนรู้ว่า เราทำอะไร หรือไม่ทำอะไร เพราะมีอะไรมากำหนด มีอะไรมาบังคับ เมื่อไรก็ตาม ที่มนุษย์ตระหนักรู้ว่า การบังคับเช่นว่านั้น ไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิง พรากเอาความเป็นมนุษย์ของเราไปอย่างเด็ดขาด เมื่อนั้น เราจะกลับไปสู่ แก่นแกนของความเป็นมนุษย์ นั่นคือ เสรีภาพ และ ความเป็นขบถ

เราจะยืนตัวตรงอย่างทะนงองอาจ กล้าขัดขืนต่อคำสั่งบังคับ

เราจะปลดปล่อยพันธะทุกอย่าง ที่เสมือนดังโซ่ตรวน ที่รัดเราไว้ตลอดชีวิตออกไป เพื่อกลับสู่ความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง…….

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT