ดูหนังออนไลน์
Lifestyle

ศุกร์ (สุข) ละวัด : วัดบ้านหงาว กับ’หลวงพ่อเขียด’ พระธุดงค์จากปัตตานี 

วัดบ้านหงาว ตั้งอยู่ที่ ตำบลหงาว อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดระนอง ใกล้กับภูเขาหญ้าระนอง เดิมทีเป็นเพียงที่พักพระสงฆ์จนกระทั่ง หลวงพ่อเขียด พระธุดงค์มาจากปัตตานีมาปักกรดบำเพ็ญ แล้วชาวบ้านเกิดการเลื่อมใสศรัทธา จึงได้สร้างวัดขึ้นในปี 2530 และให้ท่านพำนักที่วัดแห่งนี้

ปัจจุบันวัดบ้านหงาว มีเจ้าอาวาสชื่อ พระครูประจักษ์สุตาสาร เป็นพระนักพัฒาได้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เกิดขึ้นในสมัยพระครูประจักษ์สุตาสาร เช่น อุโบสถหลังใหม่ที่ใหญ่และสวยงาม เป็นอุโบสถ 2 ชั้น หรือที่เรียกว่า อุโบสถลอยฟ้ากว้าง 8 เมตร ยาว 15 เมตร รอบอุโบสถเทคอนกรีตเป็นลานกว้างมีลูกกรงล้อมรอบ ในแต่ละมุมทั้ง 4 ด้าน มีอาคารจัตุรมุขกว้าง มีบันไดขึ้นลงรอบทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ด้านล่างของอุโบสถ เป็นห้องโถงใช้สำหรับการประ ชุมสัมมนา ภายในอุโบสถวัดบ้านหงาว เป็นที่ประดิษฐานพระประธาน มีนามว่า “หลวงพ่อดีบุก” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีชื่อเป็นทางการว่า “พระติปุกะพุทธมหาศากยมุนีศรีรณังค์” อันมีความหมายว่า “พระพุทธรูปดีบุกองค์ใหญ่เป็นสิริมงคล และศักดิ์ศรีของเมืองระนอง” และยังมีความสวยงามของฝาผนังที่แกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ  อีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในวัดเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งมีการรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน เก็บรักษาให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้า นอกจากนี้ ยังมีวังมัจฉามีพันธุ์ปลาน้ำจืดนานาชนิดที่สามารถให้อาหารได้อย่างใกล้ชิด และที่สำคัญมีบันไดคอนกรีตกว่า 300 ขั้น ที่สามารถใช้เดินขึ้นไปบนยอดของภูเขาเพื่อดูทิวทัศน์ของจังหวัดระนองได้รอบ 360 องศา ได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

ประวัติวัดบ้านหงาว ก่อนจะเป็นวัดเริ่มจาก พระธุดงค์ชราภาพ รูปหนึ่งชื่อ “หลวงพ่อเขียด” ท่านธุดงค์มาจากจังหวัดปัตตานี มาปักกลดปลีกวิเวกที่ได้ต้นไม้ใหญ่ เมื่อปีพุทธศักราช 2499 ชาวบ้านหงาวนำโดย “นางลำไย สกุลสิงห์” นิมนต์ท่านพำนักที่บ้านหงาว ท่านรับนิมนต์ นางลำไย สกุลสิงห์ ถวายที่ดินให้ 2 ไร่ สร้างที่พักสงฆ์(บริเวณวัดปัจจุบัน) โดยได้ไม้จากป่าละเมาะบริเวณนั้นเป็นโครงสร้าง ส่วนพื้นและฝากั้นใช้ไม้จากกระดานโลงศพที่สับเหร่องัดตีนโลงและฝาโลงออกก่อนเฝา สมัยนั้นเฝาศพกลางลาน ไม่มีเตาเผา ท่านอยู่ปฎิบัติธรรมได้ไม่นานท่านก็เดินธุดงค์ต่อ ที่พักสง”์พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นสำนักสงฆ์ เมื่อปี 2500

ต่อมา “นางกิ้งเต่ง ขอซู่” (บ้านอยู่หน้าวัด)ได้ถวายที่ดินให้อีก 22 ไร่เศษและเป็นผู้ยื่นขออนุญาตตั้งวัด และได้ยกฐานะเป็น วัดบ้านหงาว เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2530 จากที่พักสงฆ์เป็นวัดบ้านหงาว มีเจ้าสำนักและเจ้าอาวาสจำนวน 13 รูป วัดบ้านหงาว วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอุโบสถ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2550 จากดำริของ “พระครูประจักษ์สุตสาร” (พระมหาเทียม) เจ้าอาวาสรูปที่ 13 และคณะกรรมการทางวัดบ้านหงาว โดยสร้างเป็นอุโบสถสองชั้น เรียกว่า “อุโบสถลอยฟ้าเฉลิมพระเกียรติ” เพราะได้รับอนุญาตให้นำตราสัญลักษณ์ 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ประดับที่หน้าบัน มีพระประธานหล่อด้วยดีบุกทั้งองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ความสูง 4 เมตร หน้าตักกว้าง 9 ฟุต มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า “พระติปุกะพุทธมหาศากยมุนีศรีรณังค์”

แต่คนทั่วไปเรียกว่า “หลวงพ่อดีบุก” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2551 สร้างด้วยแร่ดีบุก น้ำหนักถึง 3 ตัน สาเหตุที่ใช้แร่ดีบุกในการสร้างก็เพราะเมืองระนองสมัยก่อนมีแร่ดีบุกเป็นจำนวนมาก แร่ดีบุกเป็นสินค้าส่งออกของระนอง ได้สร้างความเจริญให้กับจังหวัดระนองเป็นเวลาหลายสิบปี ปัจจัยการสร้างมาจากศรัทธาบุญของชาวพุทธทั้งในและต่างจังหวัด

ส่วนพระอัครสาวก พระโมคคัลลานะ – พระสารีบุตร มูลนิธิ “คุณวิมลรัตน์ หฤทัยวิญญู” สร้างถวาย ฉัตรเหนือองค์พระประทาน โคมไฟต่างๆในอุโบสถ คุณวิมลรัต์ หฤทัยวิญญู ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวถวาย เป็นพุทธบูชา เกี่ยวกับหลวงพ่อดีบุกมีความอัศจรรย์ที่น่าบันทึก พิธีหล่อหลวงพ่อดีบุก เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2551 ที่หน้าอุโบสถวัดบ้านหงาว ฤกษ์พิธีเวลา 13.39 น. ขณะที่พราห์มท่องพระเวทอัญเชิญเทวดา พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญชัยมงคลภาษา เกิดปรากฎการณ์พระอาทิตย์ทรงกลด ท่ามกลางแสงแดดจ้า ไม่มีเค้าเมฆฝน แต่มีเสียงฟ้าร้องฟ้าแลบ เป็นประกายสว่าง ลมพัดกระโชกแรงเป็นนิมิตหมายการรับรู้ของเทวดา อีกครั้งในวันอัญเชิญหลวงพ่อดีบุก และอัครสาวกขึ้นประดิษฐานในอุโบสถ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2551 เวลา 14.39 น. โดยใช้รถเครนใหญ่ยกขึ้นทางหลังคาอุโบสถ (ยังไม่มุงหลังคา)

หลังจากพิธีสมโภชน์ครบสามวันสามคืนแล้ว ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักเหมือนเหล่าเทวดาสรงน้ำให้แก่หลวงพ่อดีบุก ชำระคราบฝุ่นผงที่เปื้อนองค์พระฯ ให้สะอาดบริสุทธิ์ ครั้นยกองค์พระประดิษฐานบนฐานชุกชีเรียบร้อยแล้วฝนหยุดตกทันที ท้องฟ้าโปร่งใส แสงแดดสาดส่องไปที่องค์พระประธานหลวงพ่อดีบุก เป็นสีเงินเปล่งประกายวาวไปทั่วองค์ เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ผู้มาร่วมงานเป็นจำนวนมากพนมมือ สาธุการพร้อมกันด้วยความปลื้มปิติ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight