Lifestyle

ศุกร์ (สุข) ละวัด : ไหว้หนึ่ง ‘หลวงพ่อโต’ กับ ‘สองพระนอน’        

ศุกร์ (สุข) ละวัด ไหว้หนึ่ง “หลวงพ่อโต” กับ “สองพระนอน” ช่วงหยุดยาวสุดสัปดาห์นี้ เชิญชวนผู้สนใจเดินทางไปสักการะ 

มีโอกาสได้ไปดูพิธีเบิกเนตร พระพุทธรูปประจำเมืองลพบุรี “พระพุทธลวบุรารักษ์” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธินาคปรก ขนาดหน้าตักกว้าง 1.5 เมตร สูง 3 เมตร แกะสลักจากหินทรายเขียว โดยจัดพิธีอัญเชิญประดิษฐานและสมโภช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งตั้งอยู่ ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟลพบุรี สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่มีการปรับปรุงซ่อมแซมหลายครั้งทั้งในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระราเมศวร และสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ไว้จะได้มาเล่าให้ละเอียดอีกครั้ง

หลังจากเสร็จพิธีในระหว่างเดินทางกลับกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางอ่างทอง-อยุธยา เส้นทางนี้มีวัดที่น่าสนใจอยู่หลายวัด โดยวัดแรกที่ผ่าน วัดไชโยวรวิหาร ตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง มีหลวงพ่อโต หรือ พระมหาพุทธพิมพ์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีพุทธลักษณะที่โดดเด่นกว่ายุคสมัยที่ไม่ยึดแนวอุดมคติตายตัว พระพักตร์และพระกรรณจึงเหมือนคนธรรมดามากกว่า มีริ้วรอยย่นของ สบง จีวร ชัดเจน

 

หลวงพ่อโต แห่งวัดไชโยแห่งนี้ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวอ่างทองและจังหวัดใกล้เคียง ให้ความเลื่อมใสศรัทธามาก ที่มาของหลวงพ่อโต เมื่อคราวที่ สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆษิตารามได้เลือกวัดนี้เป็นที่สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ตั้งอยู่กลางแจ้ง กล่าวว่าการก่อสร้างพระพุทธรูปนี้ใช้เวลานานเกือบ 3 ปี ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จึงเสร็จ แล้ว สมเด็จพุฒาจารย์ ได้ถวายวัดไชโยเป็นวัดหลวง ได้รับพระราชทานนามว่า “วัดเกษไชโย” ในปี 2430 มีการปฏิสังขรณ์วัดเกษไชโยทั้งพระอาราม ทำให้พระพุทธรูปได้รับแรงกระเทือนจากการก่อสร้างพระวิหารก็พังทลายลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธรูปขึ้นใหม่ทดแทน

ไหว้หลวงพ่อโต เสร็จแล้วเดินทางต่อมาเจอป้ายวัดขุนอินทประมูลมีภาพพระนอนกลางแจ้งองค์ใหญ่มากผ่านมาแล้วต้องเข้าไปไหว้ขอพร ชื่อพระพุทธไสยาสน์ขุนอินทประมูล ประดิษฐาน ที่วัดขุนอินทประมูล ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง องค์พระนอนนี้มีพุทธลักษณะที่งดงาม พระพักตร์สวยงาม ดูสงบร่มเย็น ความยาวขององค์พระวัดตั้งแต่พระยอดมาลาจนถึงปลายพระบาทมีความยาวถึง 50 เมตร (25 วา)  ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ รองจากพระนอนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือ สมเด็จพระศากยมุณีศรีสุเมธ พระนอนที่วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ  ยาว 53 เมตร สันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นในช่วงสมัยสุโขทัย แต่เดิมบริเวณองค์พระนอนนี้ จะมีวิหารปกคลุมองค์พระเอาไว้ แต่ได้เกิดเหตุไฟไหม้จนทำให้วิหาร พังทลายลง เหลือไว้เพียงองค์พระ อยู่กลางแจ้งตากแดกตากฝนมาเป็นเวลานับร้อยๆ ปี

นอกจากนี้ ภายในบริเวณ วัดขุนอินทประมูล ยังมีซากโบราณสถานวิหารหลวงพ่อขาว ซึ่งเหลือเพียงฐาน ผนังบางส่วนและองค์พระพุทธรูป และ ในศาลาเอนกประสงค์ มีศาลรูปปั้นขุนอินทประมูลและโครงกระดูกมนุษย์ ขุดพบในเขตวิหารพระพุทธไสยาสน์เมื่อปี 2541 ลักษณะนอนคว่ำหน้า มือและเท้ามัดไพล่อยู่ด้านหลัง เชื่อกันว่าเป็นโครงกระดูกขุนอินทประมูล แต่บ้างก็ว่าไม่ใช่ ซึ่งตามประวัติเล่ากันว่า ท่านเป็นนายอากรผู้สร้างพระพุทธไสยาสน์ โดยยักยอกเอาเงินของหลวงมาสร้างเพื่อเป็นปูชนียสถาน ครั้นพระมหากษัตริย์ทรงทราบรับสั่งถามว่าเอาเงินที่ไหนมาสร้าง ขุนอินทประมูลไม่ยอมบอกความจริงเพราะ
กลัวส่วนกุศลจะตกไปถึงองค์พระมหากษัตริย์จึงถูกเฆี่ยนจนตาย วัดนี้จึงได้ชื่อว่า “วัดขุนอินทประมูล” 

เดินทางมาสุดถนนสาย อ่างทอง – อยุธยา เลี้ยวขวามาก็จะพบทางเข้าวัดที่มี พระนอนใหญ่ที่สุดในอยุธยา ที่ วัดโลกยสุธาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางด้านหลังพระราชวังหลวง และโรงเรียนประตูชัย ใกล้กับวัดวรโพธิ์ และวัดวรเชษฐาราม จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือ มีพระพุทธไสยาสน์ ปางไสยาสน์ ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา

สันนิษฐานว่าได้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ในรัชสมัย สมเด็จพระนครินทราธิราช พระราชบิดาเจ้าสามพระยา ราว พ.ศ. 1995 วัดนี้มีพระพุทธไสยาสน์ ปางไสยาสน์ ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ก่ออิฐถือปูน มีความยาว 42 เมตร และสูง 8 เมตร พระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ ที่พระเศียรมีดอกบัวรองรับ พระบาทซ้อนกันเป็นมุมฉาก นิ้วพระบาทยาวเท่ากัน มีดอกบัวเกยซ้อนรองรับพระเศียรแทนพระเขนย สันนิษฐานว่าแต่เดิมเป็น พระพุทธรูปไม่ทรงเครื่อง แต่การบูรณะใน ปี 2499 คงมีการแก้พระเศียร เป็นอย่างพระพุทธรูปทรงเครื่อง รอบองค์พระมีเสาอิฐ 8 เหลี่ยม รวม 24 ต้น  แต่เดิมคงจะมีการสร้างวิหารครอบพระพุทธไสยาสน์ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้พังทลายลงเมื่อใด

พระพุทธไสยาสน์ องค์นี้ได้รับการขุดแต่งโดยโรงงานสุรา ร่วมกับกรมศิลปากร เมื่อปี 2497 และต่อมาในปี 2532 ความเชื่อและวิธีการบูชา ทุกวันนี้วัดโลกยสุธารามมักมีผู้เดินทางมาสักการะพระพุทธไสยาสน์อยู่เสมอ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ยังมีความเชื่อแพร่หลายในหมู่ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาว่า การได้มานมัสการพระพุทธไสยาสน์ วัดโลกยสุธาราม ซึ่งมีพระพักตร์ที่เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี ถือเป็นดังนิมิตหมายอันดี ที่ช่วยส่งเสริมสิริมงคลในชีวิต และให้คุณค่าด้านเมตตามหานิยมแก่ผู้นั้นด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
PRASERT THEPSRI