Business

รัฐเล็งตั้งบอร์ด ‘แก้หนี้นอกระบบ’ หนุนคนจนเข้าถึงหนี้ในระบบ

แก้หนี้นอกระบบ รัฐบาลวาง 5 แนวทางจัดการ ปี 64 เล็งตั้งบอร์ด รับผิดชอบการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้ประชาชนทั่วประเทศ หนุนดึงคนยากเข้าถึงหนี้ในระบบ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากผลกระทบทางเศรษฐกิจ และได้ให้ความสำคัญกับการ แก้หนี้นอกระบบ อย่างบูรณาการและยั่งยืน โดยมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 5 ด้านคือ

 

1. การจัดการเจ้าหนี้นอกระบบ

มี “พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560” ซึ่งเพิ่มโทษกับเจ้าหนี้นอกระบบ และเปิดช่องทาง ให้เจ้าหนี้นอกระบบ สามารถจดทะเบียน เป็นผู้ให้สินเชื่อในระบบได้

2. การไกล่เกลี่ยประนอมหนี้

ลูกหนี้สามารถร้องทุกข์ และขอคำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบได้ ที่ “จุดให้คำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบ” ที่ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกสาขา ซึ่งจะช่วยประสาน “คณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบในทุกจังหวัด” เพื่อช่วยเจรจาระหว่าง ลูกหนี้และเจ้าหนี้

3. การจัดหาแหล่งเงินในระบบให้

เมื่อไกล่เกลี่ยจนมูลหนี้เป็นธรรมแล้ว ซึ่งลูกหนี้สามารถขอสินเชื่อในระบบได้ โดยรัฐบาลได้สนับสนุนให้มี สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ (PICO Finance) ซึ่งเป็นสินเชื่อรายย่อย ระดับจังหวัด ภายใต้การกำกับ ที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการคลัง

4. ฟื้นฟูศักยภาพลูกหนี้

สําหรับลูกหนี้ ที่ยังมีความสามารถในการชําระหนี้ตํ่าเกินไป “คณะอนุกรรมการฟื้นฟู และพัฒนาศักยภาพ การหารายได้ของลูกหนี้นอกระบบในทุกจังหวัด” จะช่วยฟื้นฟูอาชีพ ปลูกฝังความรู้ และวินัยทางการเงิน คำอบรมอาชีพ หรือพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน

5. สร้างภูมิคุ้มกัน

ภาครัฐจะพัฒนาเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชน ให้ทําหน้าที่ทดแทนเจ้าหนี้นอกระบบ หน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน รวมทั้งจัดทํา ฐานข้อมูลหนี้นอกระบบ เพื่อใช้กําหนดนโยบายที่เหมาะสมและตรงเป้าหมายต่อไป

สำหรับผลการดำเนินงาน ช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มีการช่วยเหลือลูกหนี้ให้ได้รับทรัพย์สินคืนแล้ว25,044 ราย คิดเป็นโฉนดจำนวน 21,304 ฉบับ จับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบ และผู้ติดตามทวงถามหนี้ โดยวิธีการผิดกฎหมายจำนวน 6,002 ราย และให้แหล่งเงินในระบบพิโกไฟแนนซ์ มียอดสินเชื่ออนุมัติสะสมจำนวน 269,880 บัญชี รวมเป็นจำนวนเงิน 7,018.34 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการพิเศษ ที่มีลักษณะเป็นการถาวร เพื่อรับผิดชอบ การแก้ไข ปัญหาหนี้นอกระบบ ให้กับประชาชนทั่วประเทศ ตั้งเป้าไว้ว่า ข้อร้องเรียนต่าง ๆ จะใช้เวลาแก้ปัญหาไม่เกิน 1 สัปดาห์

ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะ คือ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ศปน.ตร.) มีภารกิจในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลหรือบุคคล ที่ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย หรือมีลักษณะเป็นการทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบประชาชน

ทั้งนี้ นับจากเริ่มดำเนินการเมื่อ 8 มิถุนายน 2563 จนถึงปัจจุบัน ได้รับแจ้งจำนวนทั้งสิ้น 1,947 เรื่อง ดำเนินการเสร็จสิ้น 1,548 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 399 เรื่อง เป็นผู้ต้องหา 1,090 ราย ของกลางรถยนต์ รถจักรยานยนต์ 245 คัน โฉนดที่ดิน 87 ฉบับ เงินสดกว่า 1,300 ล้านบาท บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง 1,373 คดี ไก่เกลียประนีประนอมจำนวน 105 เรื่อง

สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน สามารถร้องทุกข์ได้ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอัชญากรรมทางเศรษฐกิจ โทร 02-2341068 หรือแจ้งร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง โทรสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นางสาวรัชดา กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน จาก ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะช่วงของการระบาดของโควิด19 การขูดรีดดอกเบี้ยจากเจ้าหนี้ ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อน ให้หนักหนาขึ้นไปอีก จึงได้วางแนวทางในการแก้ปัญหา อย่างบูรณาการและครอบคลุมหลายด้าน

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานความคืบหน้า อย่างต่อเนื่อง และเน้นย้ำให้การรับเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ต้องมีคำตอบให้ประชาชนถึงความคืบหน้า

“รัฐบาลกำหนดเป้าหมายระยะยาว ที่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้หลุดพ้นจาก ปัญหาหนี้นอกระบบ ส่งเสริมการเข้าถึงหนี้ในระบบ และพัฒนาความสามารถในการบริการจัดการหนี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ได้อย่างยั่งยืน”นางสาวรัชดา กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team