Branding

GET แปลงร่างสู่ Gojek ดึงเทคโนโลยีระดับโลก เสิร์ฟคนไทย

GET รีแบรนด์เป็น Gojek สานต่อกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจระยะยาว ผ่านแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลก ชูกลยุทธ์ Hyperlocal ภายใต้ทีมผู้บริหารไทยชุดเดิม

นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ Gojek ประเทศไทย เปิดเผยว่า GET รีแบรนด์เป็น Gojek โดยจะรวมแอพพลิเคชั่น และแบรนด์ GET เข้าภายใต้ Gojek (โกเจ็ก) และจะดำเนินงาน ในนาม Gojek ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญ ของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจระยะยาว ของบริษัท เพื่อการต่อยอดความสำเร็จ ของแพลตฟอร์ม GET ซึ่งเปิดตัวในปี 2562 ที่ผ่านมา

GET รีแบรนด์เป็น Gojek

ทั้งนี้ หลังจากเปิดตัวในปี 2562 จนถึงเดือนมิถุนายน 2563 GET ได้ให้บริการไปแล้วกว่า 20 ล้านออเดอร์ และได้มอบโอกาส ในการสร้างรายได้ให้คนไทยจำนวนนับแสนราย ซึ่งในอีกไม่กี่สัปดาห์จากนี้ GET จะเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Gojek ในประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์ การใช้งานที่ดีขึ้น และราบรื่นยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังเป็นไปตามพันธกิจ ที่มุ่งลดข้อจำกัด ในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้บริการ โดยแอพพลิเคชั่น Gojek ได้รับการพัฒนาขึ้น บนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลก และเปิดให้สามารถใช้บริการได้ทั้งในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ขณะที่ แบรนด์ GoViet ในประเทศเวียดนาม จะได้รับการอัพเกรดเป็นแบรนด์ Gojek เช่นกัน

การที่ GET รีแบรนด์เป็น Gojek ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า ไทยยังคงเป็น ประเทศยุทธศาสตร์ ในการดำเนินธุรกิจของ Gojek นับตั้งแต่เปิดตัว GET ในปี 2562 ปัจจุบันเปิด 4 บริการ ที่ได้รับอัตราความพึงพอใจของผู้ใช้งานสูงถึง 96%

GET รีแบรนด์เป็น Gojek

สำหรับการก้าวสู่การเติบโตในขั้นต่อไป ทีมบริหารชุดเดิมของไทย ที่ได้พัฒนาและก่อตั้ง GET จะยังคงนำทีมบริหาร และดำเนินธุรกิจของ Gojek ในประเทศไทยต่อไป พร้อมกับวางกรอบการพัฒนาโปรดักส์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการต่าง ๆ ของตลาดประเทศไทย ที่มีการแข่งขันสูง

“ขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ในการนำจุดแข็ง และศักยภาพของ Gojek มาขับเคลื่อน ให้สามารถขยายธุรกิจ และคงจุดยืน ในฐานะบริษัทชั้นนำต่อไป”นายภิญญา กล่าว

ขณะที่ Gojek ถือเป็นกลุ่มธุรกิจ ด้านเทคโนโลยีชั้นนำ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้บุกเบิกคอนเซ็ปต์ “ซูเปอร์แอพ” รวมถึงโมเดล อีโคซิสเต็ม ที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น เข้ากับพาร์ทเนอร์คนขับ ที่อยู่ในระบบกว่า 2 ล้านคน และพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร GoFood อีกกว่า 500,000 ราย ในกว่า 200 เมืองทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ด้าน แอนดรูว์ ลี ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ ของ Gojek กล่าวเพิ่มเติมว่า GET ประสบความสำเร็จอย่างมากในระยะเวลาอันสั้น จึงเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะเป็นบันไดนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ซึ่งการรวม แพลตฟอร์มเทคโนโลยี เข้าด้วยกัน เป็นส่วนหนึ่งของ กลยุทธ์ในระยะยาว เพื่อให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ ให้แก่ผู้ใช้งาน ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคตต่อไป

ในส่วนของผู้ใช้บริการ ยังสามารถใช้บริการเดิม ทั้งบริการส่งอาหาร บริการเรียกรถจักรยานยนต์ บริการรับ-ส่งพัสดุ และบริการอีวอลเล็ต พร้อมจะสามารถเพลิดเพลิน ไปกับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น จากแอพพลิเคชั่นใหม่ ของ Gojek ที่จะพัฒนาต่อเนื่อง

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม จะประกาศให้ทราบอีกครั้งเร็ว ๆ นี้ โดย ผู้ใช้งาน GET ในปัจจุบัน รวมทั้งคนขับ และร้านพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ ยังคงสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่น GET ได้ตามปกติ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT