ดูหนังออนไลน์
COVID-19

สั่งปิดหมด!! กทม.ปิดทุกร้านเที่ยงคืน-ตีห้ามีผลคืนนี้ ร้านข้างทางโดนด้วย

“กทม.” เตรียมออกประกาศฉบับที่ 5 สั่งปิดทุกร้านรวมอาหารข้างทาง ตั้งแต่เวลา 24.00 -05.00 น. มีผลตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2563 เป็นต้นไป

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 7/2563 ณ ห้องประชุมชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ว่า คณะกรรมการฯ 26 ท่าน ได้หารือมาตรการเพิ่มเติมเพื่อหยุดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 โดยพิจารณาประเด็นต่างๆ ซึ่งจะมีการออกประกาศกรุงเทพมหานคร สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 5 ในวันนี้ มีรายละเอียดเพิ่มเติม คือ ให้ร้านทุกร้านในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงรถเข็นขายอาหารข้างทางต้องปิด ตั้งแต่เวลา 24.00 -05.00 น. ประกาศจะมีผลตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2563 เป็นต้นไป เริ่มตั้งแต่เวลา 24.00 น. (คืนนี้) และกรุงเทพมหานครจะร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลตั้งด่านตรวจทั่วกรุงเทพฯ ด้วย

ในส่วนของวินจักรยานยนต์รับจ้าง รวมถึงคนส่งอาหารเดลิเวอรี่ของทุกกิจการ กรุงเทพมหานครจะออกข้อกำหนดให้ทุกคนปฏิบัติตาม สำหรับประเด็นที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้แนะนำเรื่องร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือให้อนุญาตเปิดได้นั้น ทางคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้เปิด โดยรายละเอียดของประกาศฯ โฆษกกรุงเทพมหานครจะไปแถลงร่วมกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวต่อว่า ยืนยันว่ากทม.จะไม่ประกาศเคอร์ฟิว เพราะการประกาศเคอร์ฟิวไม่ใช่อำนาจของกทม. แต่เป็นอำนาจของ ศบค. ที่จะดำเนินการ ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งในตามต่างจังหวัดที่ประกาศออกมานั้น ไม่ได้เป็นการเคอร์ฟิว แต่เป็นการขอความร่วมมือให้ประชาชนไม่ออกจากบ้านหรือออกจากบ้านน้อยที่สุด

อย่างไรก็ตามกทม. ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวอย่างเคร่งครัด ลดการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีการรวมตัวของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโอกาสเป็นกลุ่มเสี่ยง ขอให้อยู่ที่บ้าน ส่วนกลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มที่อยู่ในวัยทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเชื้อแล้วแสดงอาการน้อยมาก หรือไม่แสดงอาการเลย ซึ่งนโยบายที่จะลดการทำงาน ให้ทำงานที่บ้าน หรือให้หยุดงาน อาจจะต้องเข้มข้นขึ้น เพื่อลดโอกาสที่กลุ่มคนดังกล่าวจะแพร่กระจายเชื้อโรคต่อ และหากมีความจำเป็นหรือสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น การเคลื่อนย้ายคน หรือการเคลื่อนย้ายในรูปแบบต่างๆ อาจจะต้องเข้มงวดมากขึ้นด้วยเช่นกัน

The Bangkok Insight Editorial Team