ดูหนังออนไลน์
Business

หนีโควิด-19 ! ‘ลาว-พม่า’ ผวาปิดด่าน-แห่กลับปท. ทะลักหมอชิตกว่า 8 หมื่นคน

บขส. เผยยอดผู้โดยสารแห่ใช้บริการหมอชิต 2 กว่า 80,000 คน ระบุส่วนใหญ่เป็น “แรงงานต่างชาติ” เร่งกลับภูมิลำเนา หลังมหาดไทยเตรียมปิดด่านถาวร 18 จุดพรุ่งนี้ สกัดการแพร่ระบาด “โควิด-19” เจ้าหน้าที่ตั้งรับไม่ทันผู้โดยสารพุ่งพรวดกว่า 2 หมื่นคน 
 
นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชน ภายหลังที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศปิดจุดสำคัญ ย่านการค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประกอบกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) ประกาศเตรียมปิดด่านพรมแดนถาวร 18 จุด ในวันพรุ่งนี้ (23 มี.ค.) ว่า ขณะนี้มีผู้โดยสารเดินทางมากลับภูมิลำเนาประมาณ 80,000 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ ที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่ง บขส. ได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเดินทาง ตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม


นอกจากนี้ มีการเพิ่มมาตราการในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับผู้โดยสารที่เป็นแรงงานต่างชาติ และขอให้ผู้โดยสารที่เดินทางเตรียความพร้อมในการเดินทางให้ดี สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างขณะใช้บริการในสถานีขนส่ง รวมทั้งเร่งจัดหารถเสริม เพื่อระบายผู้โดยสารออกไป  คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ การเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาจะเข้าสู่ภาวะปกติ

“บขส. ขอสนับสนุนเครื่องวัดอุณหภูมิ สำหรับตรวจคัดกรองผู้โดยสาร และขอสนับสนุนแอลกอฮอล์เจล สำหรับติดตั้งในสถานีขนส่ง เพื่อให้เพียงพอรองรับผู้โดยสารที่ทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมาก” นายจิรศักดิ์ กล่าว

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวต่ออีกว่า บขส.ได้พยายามบริหารจัดการอย่างเต็มความสามารถ ภายใต้เงื่อนไขที่จำกัด ซึ่ง บขส.ไม่สามารถสั่งหยุดความต้องการการเดินทางของประชาชนได้ แต่หากรัฐบาลมีนโยบายประกาศหยุดการเดินรถ บขส.ก็พร้อมจะปฏิบัติตามนโยบายทันที เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และขอสนับสนุนพื้นที่ เพื่อให้แรงงานต่างชาติที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ มีจุกพักเมื่อถึงสถานีปลายทาง อย่างไรก็ดี ขอความร่วมมือประชาชนหากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ให้งดการเดินทางมายังสถานีขนส่งผู้โดยสารฯ ด้วย

รายงานข่าวจากบขส. ระบุว่าปกติบขส. จะมีผู้โดยสารเดินทางมากลับภูมิลำเนาประมาณ 50,000-60,000 คนต่อวัน ช่วงเช้าวันนี้ (22 มี.ค.) สถานการณ์ยังปกติ แต่พอช่วงบ่ายปริมาณผู้โดยสารกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและหนาแน่นมากที่สุดในเวลา 16.00-17.00 น. เนื่องจากแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน ชาวลาวและเมียนมา กังวลว่าจะกลับภูมิลำเนาไม่ได้ หากรัฐบาลไทยปิดด่านพรมแดนถาวร 18 จุดในวันพรุ่งนี้ จึงต้องการเดินทางกลับประเทศทันที

แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ได้เดินทางมายังสถานีขนส่งจตุจักร (หมอชิต 2) เพื่อเดินทางไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ที่จังหวัดอุบลราชธานี, จังหวัดนครพนม, จังหวัดมุกดาหาร และอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน  คาดว่าวันนี้ บขส. จะระบายผู้โดยสารได้หมดในเวลาประมาณ 24.00 น. ส่วนสถานการณ์ในสถานีขนส่งกรุงเทพฯ อีก 2 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งเอกมัยและสถานีขนส่งสายใต้ เหตุการณ์ยังปกติ

ทั้งนี้ ยอมรับว่าเหตุการณ์วันนี้ค่อนข้างฉุกละหุก เพราะ บขส. ไม่ได้รับแจ้งให้เตรียมรองรับการเดินทางจำนวนมาก แตกต่างกับการเดินทางในช่วงหน้าเทศกาล ซึ่งจะมีการเตรียมตัวไว้ก่อน ส่วนวันพรุ่งนี้ บขส. คาดว่าปริมาณผู้โดยคงหนาแน่นกว่าปกติ แต่คงไม่แออัดเหมือนวันนี้ และ บขส. ได้ประสานรถเสริมมารองรับแล้ว

ขณะเดียวกัน ยอมว่าเจ้าหน้าที่ บขส. ค่อนข้างกังวลกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากแรงงานต่างชาติบางส่วนไม่สามารถพูดภาษาไทย จึงไม่เข้าใจแนวทางปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่แนะนำ โดยเฉพาะเรื่องการรักษาระยะห่าง 1 เมตร

ส่วนวันพรุ่งนี้ (22 มี.ค.) บขส. จึงจะพยายามหาแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจนมากขึ้น เช่น ขยายชานชาลาเพื่อให้มีระยะห่างระหว่างผู้โยสารมากขึ้น และเพิ่มเจลล้างมือตามจุดย่อยต่างๆ นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จะประสานนำเทอร์โมสแกนแบบสนามบินมาติดตั้ง ซึ่งจะทำให้สามารถวัดอุณหภูมิผู้โดยสารได้หลายคนพร้อมๆ กันและแสดงผลทางหน้าจอ ไม่ต้องเข้าแถววัดอุณหภูมิทีละคน ซึ่งทำให้การให้บริการล่าช้า

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight