ดูหนังออนไลน์
Economics

ชง ครม. ยกเว้นค่าผ่านทางด่วน ‘เทศกาลสงกรานต์’ 10-17 เม.ย.

คมนาคมชง ครม. ยกเว้นค่าผ่านทาง เทศกาลสงกรานต์” 10-17 เม.ย. ด้าน ศักดิ์สยาม” เน้นมาตรการสกัดไวรัสโควิด-19 บนขนส่งสาธารณะทุกโหมด

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่า เทศกาลสงกรานต์ปี 2563 นี้ กระทรวงคมนาคมได้เตรียมแผนรองรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเว้นค่าผ่านทางทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ของกรมทางหลวง (ทล.) และทางพิเศษ (ทางด่วน) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยจะยกเว้นตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2563 เวลา 00.01 น. ถึง 17 เมษายน 2563 เวลา 24.00 น.

สำหรับทางด่วนของ กทพ.จะมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทาง รวม 6 ด่าน ประกอบไปด้วย 1.ด่านบางแก้ว 1 ทางด่วนกาญจนาภิเษก 2. ด่านฉิมพลี ทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ 3. ด่านบางปะอิน (ขาออก) ทางด่วนอุดรรัถยา 4.ด่านดาวคะนอง ทางด่วนเฉลิมมหานคร 5.ด่านจตุโชติ ทางด่วนฉลองรัช และ 6.ด่านบางปะอิน (ขาเข้า) ทางด่วนอุดรรัถยา โดยคาดว่าจะมีรถใช้บริการรวม 3.24 ล้านคัน คิดเป็นมูลค่ายกเว้นค่าผ่านทาง 115.8 ล้านบาท

ขณะที่โครงการมอเตอร์เวย์ของ ทล. จะมีการเสนอยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทาง 2 เส้นทาง คือ สาย 7 กรุงเทพฯ – ชลบุรี และสาย 9 วงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก คาดการณ์ปริมาณรถ 6.3 ล้านคันที่ได้รับการยกเว้นค่าผ่านทาง คิดเป็นมูลค่า 168.3 ล้านบาท

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังการประชุมเตรียมการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2563 วันนี้ (11 มี.ค.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างแผนการเตรียมการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2563 ของกระทรวงคมนาคม สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1.มาตรการหลัก ประกอบด้วย แผนรองรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล และแผนรองรับการเดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะ มีเป้าหมาย เพื่อบูรณาการการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการบริการขนส่งสาธารณะรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2563

2.หัวข้อรณรงค์ “ใส่ใจกำลังสาม เดินทางอุ่นใจ ปลอดภัยตลอดสงกรานต์” เน้นใส่ใจตนเอง ใส่ใจผู้อื่น และใส่ใจประชาชน

3.ตัวชี้วัด ประกอบด้วย หน่วยงานในสังกัดจัดบริการขนส่งสาธารณะ ประกอบด้วย รถโดยสารสาธารณะ รถไฟ เรือโดยสาร และเครื่องบินอย่างเพียงพอต่อการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ จำนวนรถโดยสารสาธารณะที่เกิดอุบัติเหตุและจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงไม่น้อยกว่า 15% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยช่วงเทศกาลสงกรานต์ย้อนหลัง 3 ปี จำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บเกิดบนถนนในความรับผิดชอบของกระทรวงฯ ลดลงไม่น้อยกว่า 15% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยช่วงเทศกาลสงกรานต์ย้อนหลัง 3 ปี ผู้ประจำรถสาธารณะ รถไฟ และเรือสาธารณะทุกรายตรวจพบระดับแอลกอฮอล์เป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เรือโดยสารสาธารณะและรถไฟไม่มีการเกิดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บในช่วงเทศกาลสงกรานต์

4.มาตรการรองรับ COVID-19 ในขนส่งสาธารณะ มีแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการหลักดังนี้

4.1 คัดกรองผู้โดยสาร/จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง หากตรวจพบผู้โดยสารต้องสงสัยป่วยหรือมีอาการให้ปฏิบัติตามแผนการของหน่วยงานกรณีโรคติดต่อ

4.2 ผู้ปฏิบัติงาน/ผู้ประกอบการภายในท่าอากาศยาน สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้า ท่าเรือโดยสารทุกแห่ง รวมถึงเจ้าหน้าที่ประจำขนส่งสาธารณะ ใส่หน้ากากอนามัยป้องกันตัวเอง ทำการวัดไข้ทุกวัน

4.3 ตั้งจุดบริการ อาทิ บริการให้คำปรึกษา หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ เอกสารประชาสัมพันธ์ และประชาสัมพันธ์ภายในอาคารผู้โดยสาร

4.4 เตรียมการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น หมายเลขติดต่อฉุกเฉินของโรงพยาบาล หน่วยกู้ภัย สถานีตำรวจ

4.5 ท่าอากาศยาน สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้า ท่าเรือโดยสารทุกแห่งเพิ่มความถี่การทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค โดยเฉพาะจุดที่มีโดนสัมผัสบ่อย

4.6 เครื่องบิน มีมาตรการในการให้บริการบนเครื่องบิน มาตรการในการจัดเตรียมอากาศยานและฆ่าเชื้อโรค การทำความสะอาดภายในอากาศยาน มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยของพนักงาน มาตรการการรับขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ มาตรการด้านโภชนาการ

4.7 รถไฟ/รถไฟฟ้า เพิ่มความถี่การทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคขบวนรถไฟฟ้าหลังปิดให้บริการ อบพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคในรถไฟ

4.8 รถโดยสาร/เรือโดยสาร มีมาตรการในการบริการบนรถ/เรือโดยสารสาธารณะ บริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแก่ผู้โดยสารก่อนขึ้นรถทุกครั้ง ผู้ประจำบนรถ/เรือให้เฝ้าระวังผู้โดยสารที่พบว่ามีไข้หรือมีอาการสุ่มเสี่ยง

4.9 เรือโดยสาร ทำความสะอาดภายในตัวเรือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำทุกวัน

5.กรอบระยะเวลาดำเนินการ การเตรียมความพร้อม ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ช่วงดำเนินการเข้มข้น ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2563 และการสรุปและประเมินผลภายในเดือนเมษายน 2563

“ได้มอบนโยบายให้ปรับช่วงดำเนินการเข้มข้นจากเดิมระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2563 เป็นวันที่ 9 – 19 เมษายน 2563 สำหรับเส้นทางจุดที่เป็นคอขวดต่าง ๆ เช่น บริเวณสถานีบริการน้ำมันให้กรมทางหลวงช่วยบริหารจัดการไม่ให้เกิดการแออัดโดยอาจทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน เป็นต้น สำหรับการคืนผิวจราจรต้องดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนวันที่ 9 เมษายน 2563 อย่างน้อย 7 วัน สำหรับการ KICK OFF ในช่วงเทศกาลของแต่ละหน่วยงานขอให้ดำเนินการให้มีความต่อเนื่อง นอกจากนี้ ได้มอบให้กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกรมการขนส่งทางบก หารือร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางการลดอุบัติเหตุของรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยอาจบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดอุบัติเหตุให้ได้ตามเป้าหมาย” นายศักดิ์สยามกล่าว

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE