Business

‘สมาคมค้าปลีก’ เมินเสียงเรียกร้องใช้ถุงพลาสติกหนา-ใช้ซ้ำ ยันเดินหน้า ‘งดแจกถุง’

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ยันเดินหน้าโครงการงดให้งดแจก “ถุงพลาสติกหูหิ้ว” เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ชี้หากใช้ถุงพลาสติกหนา นำมาใช้ซ้ำได้ จะทำให้โครงการที่ทำมาสูญเปล่า

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า การที่ภาครัฐได้ออกมาตรการงดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว นับตั้งแต่วันพุธที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคและร้านค้าปลีก รวมถึงภาคการผลิตถุงพลาสติก และเรียกร้องให้ร้านค้าปลีกภาคีเครือข่ายสมาชิก สมาคมผู้ค้าปลีกไทยทั้ง 90 แห่ง กลับไปแจกถุงพลาสติกหูหิ้ว ขนาดเกินกว่า 36 ไมครอนได้

ทั้งนี้ มีการให้เหตุผลว่าเป็นถุงหนาใช้ได้หลายครั้ง Reusable และกำหนดให้มี โครงการ Drop Point กับห้างค้าปลีกเพื่อให้ประชาชนนำถุง Reusable มาทิ้งเพื่อนำไป Recycle ต่อได้ ซึ่งก็ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ได้ออกแถลงการณ์ ร่วมกับร้านค้าปลีกภาคีเครือข่ายสมาชิก สมาคมผู้ค้าปลีกไทยทั้ง 90 แห่ง ว่า หากมีการนำโครงการให้ถุงพลาสติก Reusable (ให้ฟรี) กลับมาปฏิบัติอีกครั้ง นั่นหมายความว่า การทุ่มเททรัพยากร กำลังใจ กำลังความคิด ในการรณรงค์ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในการลดการใช้ถุงพลาสติก และให้เตรียมถุงผ้า หรือถุงพลาสติกอื่นๆ มาจับจ่ายช้อปปิ้ง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็จะสูญเปล่า และไร้ผลอย่างสิ้นเชิง

ดังนั้น ร้านค้าปลีกภาคีเครือข่ายสมาชิก สมาคมผู้ค้าปลีกไทยทั้ง 90 แห่ง จึงยืนยันต้องเดินหน้าดำเนินการโครงการ “EVERYDAY SAY NO TO PLASTICS BAGS” ลดใช้ถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียวอย่างต่อเนื่อง ร่วมมือร่วมใจยืนหยัดอย่างหนักแน่น เพื่อให้การเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ให้ใช้ได้ลดลง

นอกจากนี้ ยังเป็นการปลูกฝังการเตรียมถุงผ้า หรือพลาสติกอื่นๆ ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหลายๆ ครั้งได้เมื่อมีการจับจ่ายช้อปปิ้ง อย่างสัมฤทธิ์ผล ขณะที่การกลับมาให้ถุงพลาสติกหูหิ้วแม้จะเป็นแบบหนา ก็จะเป็นการสร้างภาระให้สิ่งแวดล้อมซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาจากต้นเหตุอย่างแท้จริง

ที่สำคัญคือ การงดให้ “ถุงพลาสติกหูหิ้ว” ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น ผสานความร่วมมือของประชาชนที่งดรับถุงพลาสติกหูหิ้ว เป็นการพิสูจน์ให้ทั่วโลกเห็นแล้วว่าประเทศไทยเดินมาถูกทาง ซึ่งเป็นแนวทางจะก้าวเข้าสู่การรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

สำหรับโครงการ EVERYDAY SAY NO TO PLASTICS BAGS เลิกให้ถุงพลาสติกให้ลูกค้าอย่างถาวร ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา พบว่า สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง  3,750 ล้านใบ ภายในเวลา 1 เดือนนับแต่เริ่มการรณรงค์

นอกจากนี้ จากการติดตามและประเมินผลระหว่างวันที่ 1 ม.ค. –12 ก.พ. โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่าร้านค้าปลีกภาคีเครือข่ายสมาชิก สมาคมผู้ค้าปลีกไทย งดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วตามนโยบายภาครัฐถึง 97% ส่วนอีก 3% เป็นการให้หรือจำหน่ายถุงชนิดอื่นๆ อาทิเช่น ถุงสปันบอนด์ ถุงผ้า ถุงพลาสติกรูปทรงอื่นที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ หรือ ถุงกระดาษ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ร้านค้าปลีกภาคีเครือข่ายสมาชิก สมาคมผู้ค้าปลีกไทย จะมีเพียง 28% ของปริมาณถุงพลาสติกหูหิ้วที่ใช้ภายในประเทศ ซึ่งจะต้องช่วยกันขยายผลไปสู่อีกสองภาคส่วนที่ใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วที่เหลืออีก 72% ซึ่งก็คือ ร้านขายของชำ ตลาดนัด ตลาดสด

พร้อมกันนี้ ยังยืนยันว่า ถุงพลาสติกหูหิ้วที่ร้านค้าปลีกภาคีเครือข่ายสมาชิก สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ที่ให้กับลูกค้าและผู้บริโภค ที่ผ่านมา เป็นการให้บริการ เช่นเดียวกับ ตะกร้าช้อปปิ้ง รถเข็นช้อปปิ้ง พนักงานบริการ ตลอดจนถึงกระดาษชำระในห้องน้ำ เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจของร้านค้า ไม่ได้มีการบวกเข้าเป็นต้นทุนสินค้าแต่อย่างไร และการงดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วจึงไม่ใช้เป็นการผลักภาระแก่ผู้บริโภคแต่อย่างใด

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT