Business

‘GC’ กำเงินลงทุน 2 แสนล้านรุกช้อปกิจการราคาถูก

“GC” กำเงินลงทุน 2 แสนล้านบาทในรอบ 5 ปี รุกช้อปกิจการราคาถูกช่วงสถานการณ์แย่ คาดปีหน้าเห็นดีลแน่ ด้านการลงทุนปิโตรเคมีในอเมริกาความเสี่ยงลดลง ฟันธงสรุปการลงทุนไตรมาส 2 ปีหน้า

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยว่า GC ประกาศวิสัยทัศน์ พร้อมก้าวไกลไประดับโลก To be a Leading Global Chemical Company for Better Living เป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต โดยภายใต้วิสัยทัศน์นี้มีคีย์เวิร์ดสำคัญ 3 คำได้แก่ 1) Leading การเป็นผู้นำซึ่งในความหมายของ GC คือจะต้องวัดผลได้ 2) Global การมุ่งสู่ระดับโลก และ 3) Better Living สร้างชีวิตที่ดี มุ่งเน้นความยั่งยืน โดย GC จะเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ 3 Steps :

  • Step Change: สานต่อสร้างบ้านให้แข็งแรง GC Group ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้วยการสานต่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับฐานการผลิตปัจจุบันของบริษัทที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มความน่าเชื่อถือของโรงงาน (Plant Reliability) ให้อยู่ในระดับ 1st Quartile และ ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจด้วยการขยายเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำและธุรกิจมูลค่าสูง (High Value Business) รวมถึงการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • Step Out: การหาฐานธุรกิจแห่งที่ 2 (Second Home Base) ซึ่งมีศักยภาพในการแข่งขันด้านวัตถุดิบหรือการเติบโตของตลาด เช่น โครงการศึกษาการลงทุนปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในสหรัฐอเมริกา ที่มีศักยภาพความเป็นต่อด้านวัตถุดิบ (Feedstock) ต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ด้วยควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด
  • Step Up: สานต่อแนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ด้วยการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อความยั่งยืนสูงสุด และต่อยอดบูรณาการให้เกิดความยั่งยืน (Sustainability) ในทุกธุรกิจและกระบวนการของบริษัท

กำเงินลงทุน 2 แสนล้านบาท

นายคงกระพัน กล่าวต่อว่า ในปัจจุบัน GC มีฐานะทางการเงินที่ดี บริษัทมีส่วนทุน 3 แสนล้านบาท แต่มีหนี้เพียง 1 แสนล้านบาท สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ในระดับต่ำมาก เพียง 0.3 เท่า และสามารถเพิ่มเพดาน D/E ได้ถึง 0.7-1 เท่า จึงมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการลงทุน

GC จึงเตรียมเงินไว้ 1.5-2 แสนล้านบาทสำหรับการลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งมีทั้งการลงทุนโครงการใหม่ๆ และ M&A โดยหลังจากนี้ บริษัทจะรุกการลงทุนแบบ M&A มากขึ้น ด้วยการเข้าไปศึกษาธุรกิจและบริษัทต่างๆ ที่น่าสนใจทั่วโลก จากปกติที่ธนาคารและสถาบันการเงินจะเป็นผู้นำการลงทุนที่น่าสนใจมาเสนอ เพราะขณะนี้เศรษฐกิจโลกและธุรกิจปิโตรเคมีอยู่ในขาลง ส่งผลให้ GC มีโอกาสซื้อกิจการได้ในราคาที่ไม่แพง ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างรายได้และกำไรได้ทันที

ทั้งนี้ บริษัทพิจารณาการลงทุน M&A ที่เหมาะสมทั้งด้านผลตอบแทนและกลยุทธ์ ซึ่งเบื้องต้นการลงทุนควรสร้างผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 9% อย่างไรก็ตามก็ต้องพิจารณาด้านกลยุทธ์ด้วย โดย GC อาจจะเข้าลงทุนในบริษัทที่มีผลตอบแทนต่ำ แต่ช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ของธุรกิจหลัก หรืออาจจะลงทุนในธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องน้อย แต่มีผลตอบแทนสูงก็ได้ ซึ่งขณะนี้บริษัทกำลังเจรจากับพันธมิตรหลายรายและคาดว่าจะได้เห็นในปี 2563

“ตอนนี้ธุรกิจไม่ดี จึงเป็นโอกาสของ GC อาจจะมีบริษัทดีๆ ที่มีปัญหาการเงินให้ลงทุนก็ได้ โดยขณะนี้บริษัทพูดคุยกับพันธมิตรหลายรายและคงเห็นภาพการ M&A บ้างในปีหน้า” นายคงกระพันกล่าว

สรุปการลงทุนอเมริกาปีหน้า

ด้านการลงทุนโรงงานปิโตรเคมีในประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังการผลิต 1.5 ล้านตันต่อปีนั้น นายคงกระพันกล่าวว่า ประเด็นนี้น่าจะมีข้อสรุปในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 โดยบริษัทศึกษาเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว ในช่วงแรกก็มีความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ปัจจุบันความกังวลและความเสี่ยงต่างๆ ก็ลดลงแล้ว เพราะบริษัทได้รับใบอนุญาติ ชุมชนก็เข้าใจและสนับสนุนโครงการ แต่โครงการก็ยังมีความเสี่ยงเรื่องสงครามการค้า (Trade War)

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างละเอียดรอบคอบก็จะทำให้ความเสี่ยงลดลง เพราะสหรัฐอเมริกามีกฎหมายที่ชัดเจนและความง่ายในการทำธุรกิจอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยหากบริษัทตัดสินใจลงทุน ก็จะใช้เวลาก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมีอีก 5 ปี หรือเริ่มผลิตได้ในช่วงปลายปี 2568

สำหรับประเทศไทยก็วางแผนจะลงทุนประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาทในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพื่อสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการดึงพันธมิตรต่างชาติเข้ามาลงทุน ยกตัวอย่างเช่น การดึง Nature Work เข้ามาตั้งโรงงานผลิต Polylactic Acid (PLA) ในประเทศไทย กำลังการผลิต 7.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในต้นปี 2563

ส่วนปี 2563 บริษัทเตรียมวงเงินลงทุน 30,000 ล้านบาทสำหรับการลงทุนในโครงการที่มีแผนการชัดเจนแล้ว แต่ถ้าหากบริษัทตัดสินใจลงทุนในโรงงานปิโตรเคมีในสหรัฐอเมริกาหรือโครงการอื่นๆ ก็จะต้องใช้วงเงินเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนี้ ตั้งเป้าหมายว่าในปี 2573 บริษัทจะมีกำไรหลักก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้นเป็น 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 7% นอกจากนี้มีรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 60% จากปัจจุบันอยู่ที่ 50% รวมถึงมีสัดส่วนผลิตเคมีภัณฑ์ประสิทธิภาพสูง (Performance Chemicals) และผลิตภัณฑ์รักษ์สิ่งแอดล้อม (Green Products) เป็น 30% จากปัจจุบันมีสัดส่วนไม่ถึง 10%

ผลประกอบการฟื้นปี 63

นายคงกระพัน กล่าวถึงผลประกอบการของ GC ว่า ในปี 2563 ธุรกิจปิโตรเคมียังอยู่ในขาลง ในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ ผลิตภัณฑ์ของ GC ยังมีราคาและกำไรเบื้องต้น (Margin) ทรงตัว แต่จะมีการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ส่งผลให้กำลังการผลิตหายไปบางส่วน

อย่างไรก็ตามในปี 2563 คาดว่าบริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 15% และมีกำไรดีขึ้นด้วย โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากกำลังการผลิต 11% และราคาที่เพิ่มขึ้นอีก 4% ซึ่งคาดว่าในปี 2563 สงครามการค้าที่มีอิทธิพล ส่งผลให้ราคาปิโตรเคมีดีขึ้น

นอกจากนี้ ในปี 2563 บริษัทยังได้รับผลดีจากข้อกำหนดขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ที่ให้ใช้น้ำมันกำมะถันต่ำ รวมถึงโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและจะเริ่มผลิตได้ในครึ่งหลังของปี 2563 จำนวน 3 โครงการ ซึ่งจะส่งผลต่อรายได้ประมาณ 1% แต่เมื่อเดินเครื่อผลิตเต็มปี ก็จะส่งผลต่อรายได้ 7%

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE