World News

ไอเอ็มเอฟเตือน ‘สงครามการค้า’ จ่อทำจีดีพีโลกหาย 0.8% ปีหน้า

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุ การขึ้น หรือขู่ที่จะขึ้นภาษีระหว่างสหรัฐ กับจีน อาจทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของโลกในปี 2563 ลดลง 0.8% และจุดชนวนให้ร่วงหนักมากขึ้นในอีกไม่กี่ปีต่อจากนั้น

เกอร์รี ไรซ์

นายเกอร์รี ไรซ์ โฆษกไอเอ็มเอฟ ระบุว่า ความตึงเครียดทางการค้า เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ที่ตกอยู่ท่ามกลางความท้าทายหลายอย่าง รวมถึง กิจกรรมการผลิตที่อ่อนแอสุด นับแต่วิกฤติการเงินโลกปี 2540-2541

ขณะที่นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่เห็นรายงานดังกล่าวของไอเอ็มเอฟ แต่คาดว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่น่าจะสร้างความเสียหายให้กับสหรัฐไม่มากเท่าใดนัก

นายไรซ์ โฆษกไอเอ็มเอฟ บอกด้วยว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของโลกยังซบเซาอยู่ โดยความตึงเครียดทางการค้า และภูมิศาสตร์ทางการเมือง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะไร้เสถียรภาพขึ้นมา ทั้งยังบั่นทอนความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ การลงทุน และการค้า

ก่อนหน้านี้ ไอเอ็มเอฟเคยคาดการณ์ว่า สงครามการค้าระหว่างจีน กับสหรัฐ และข้อขัดแย้งทางการค้าอื่นๆ เป็นภัยคุกคามต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในอนาคต แต่นายไรซ์ ยืนยันว่า โลกเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบจากเรื่องนี้แล้ว

“ความตึงเครียดทางการค้า ไม่ได้เป็นแค่ภัยคุกคามเท่านั้น แต่เริ่มขึ้นจริงๆ แล้ว เป็นการสร้างแรงกดดันขาลงต่อกลไกขับเคลื่อนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งสงครามการค้าระหว่างจีน กับสหรัฐ อาจทำให้จีดีพีโลกหายไปราว 0.8% ในปี 2563 และลดลงเพิ่มมากขึ้นในปีต่อๆ ไป”

นายมาร์ก แฮมริค นักวิเคราะห์เศรษฐกิจจากแบงก์เรท บริษัทบริการการเงินเพื่อผู้บริโภคในนิวยอร์ก สหรัฐ แสดงความเห็นว่า ตัวเลขคาดการณ์ใหม่ข้างต้น สะท้อนให้เห็นถึงข้อกังขาที่ว่า สหรัฐและจีนจะยุติการทำสงครามการค้าได้จริงหรือไม่

เขาบอกด้วยว่า การประเมินของไอเอ็มเอฟ อาจจะยิ่งทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นว่า เศรษฐกิจสหรัฐตกเข้าไปอยู่ในภาวะถดถอย หลังขยายตัวมา 11 ปี

ผลสำรวจคามคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์ที่แบงก์เรท จัดทำขึ้นนั้น แสดงให้เห็นถึงโอกาส 41% ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะตกไปอยู่ในภาวะถดถอย ภายในช่วงเวลาของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายน 2563

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI