Opinions

‘สลากลอตเตอรี่ 100 ล้านใบ’ ใครได้ ใครเสีย

The Bangkok Insight Editorial Team
624

ผมได้ติดตามข่าวจากกองสลากในไทยรัฐ วันที่ 25 มิถุนายน 2562 ที่ระบุว่า ในระหว่างที่รอการอนุมัติการออกสลากออนไลน์  “เลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว” จะเพิ่มการพิมพ์สลากอีก 10 ล้านฉบับรวมเป็น 100 ล้านฉบับ ฟังแล้วบอกตรงๆ ว่า “กังวลอย่างยิ่ง” จึงอยากขอเสนอมุมมองที่แตกต่าง และขอกระตุกแรงๆ ให้ทบทวนให้รอบคอบก่อนที่จะมีมติใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสังคมไทย

ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 67 ล้านคน พิมพ์สลากขายถึง 100 ล้านฉบับ เพื่ออะไร

อ้างมาโดยตลอดว่าเพื่อแก้ปัญหาการขายสลากเกินราคา แต่ก็ได้พิสูจน์แล้วมาโดยตลอดเช่นกันว่า วิธีนี้แก้ไขปัญหาไม่ได้ ตราบใดที่การขายสลากเป็นการขายตัดตอน ไม่มีการขึ้นทะเบียนผู้ค้าทุกราย ทุกระดับ จากกองสลากถึงผู้ซื้อที่เป็นประชาชน

ในช่วงสมัยรัฐบาลนายกชวน 2 มีการพิมพ์สลากประมาณ 14 ล้านฉบับเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าเหมาะกับจำนวนประชากรของประเทศในขณะนั้นคือ 61 ล้านคน (ไม่รวมสลากการกุศลที่พิมพ์เพิ่มบางกรณี) ในสมัยรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์ ก็มีการพิมพ์สลากอยู่ประมาณ 40 กว่าล้านฉบับ (ไม่รวมสลากการกุศล พิมพ์เพิ่มบางกรณี)

ขณะนั้นผมก็ได้ท้วงติงไปว่า เทียบกับประชากรของประเทศ การพิมพ์สลากกว่า 40 ล้านฉบับนั้น สูงเกินไปมาก และก็ได้มีการให้ทบทวนจำนวนสลาก และให้แนวทางในการแก้ปัญหาขายสลากเกินราคา โดยการขึ้นทะเบียนผู้ค้าทุกราย ทุกระดับ

แต่ก็ได้รับทราบในช่วงเวลาต่อมาหลังรัฐบาลหมดวาระแล้วว่า มิได้มีการดำเนินการใดๆ ตามแนวทางที่ให้ไว้ ก็ต้องเข้าใจเองว่า คงไม่กล้าเพราะเกรงอิทธิพลของขาใหญ่และกลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่ม

ลองคิดดูครับว่า ธุรกิจขายตรงที่มีเครือข่ายผู้ขายเป็นล้านคน ทำไมเขาควบคุมไม่ให้มีการขายเกินราคาได้ แล้วทำไมกองสลากทำไม่ได้  น่าคิดนะครับ  จริงๆ ต้องบอกว่าน่าอายนะครับ!!

ในแต่ละงวด มีผู้ซื้อลอตเตอรี่ทั้งสิ้นประมาณ 20 ล้านคน แต่มีผู้ได้รับเงินรางวัลประมาณ 20,000 ราย หรือ 0.1 % นั้น ซึ่งหมายความว่าในแต่ละงวด มีประชาชนผู้ซื้อที่ไม่ถูกรางวัลใดๆ เลย 19,980,000 คน หรือ 99.9 % ดังนั้นการเพิ่มจำนวนฉลาก และรูปแบบการให้รางวัล มีแจ็กพอตสูงถึง 100 ล้านบาท ก็คือการผลักให้ประชาชนซื้อสลากมากขึ้น ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามีคนถูกรางวัลเพียง 0.1 % ของผู้ซื้อทั้งหมด แล้วคนที่เสียเงินอีก 99.9 % ละครับ กองสลากจะอธิบายเขาเหล่านั้นอย่างไร

สำหรับผมนี่คือการมอมเมา และสร้างภาระให้ประชาชนเกือบ 20 ล้านคนทุกเดือน เดือนละ 2 รอบ  ส่วนคนที่ได้มากขึ้นทุกงวดก็คือพ่อค้าคนกลาง และกองสลากเองครับ

ถ้าใช้ระบบออนไลน์ แน่นอนครับขายเกินราคาไม่ได้แน่นอน ถ้าทำให้ถูกต้อง แต่ต้องตอบให้ได้ว่า กลุ่มผู้ขายที่ขายสลากเป็นอาชีพหลัก เช่น กลุ่มคนพิการ กลุ่มทหารผ่านศึก กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่ไม่มีทางเลือกในการทำมาหากิน จะอยู่กันอย่างไร

ข้ออ้างที่ว่า การพิมพ์สลากเพิ่มและออกเลข 2 ตัว 3 ตัว จะลดปัญหาหวยใต้ดิน มีการนำกรณีศึกษาของประเทศฟิลิปปินส์มาเป็นตัวอย่าง มีการประมาณการว่า จะลดการซื้อหวยใต้ดิน ในไทยได้ 100,000 ล้านบาท จากมูลค่าทั้งหมด 500,000 ล้านบาท หรือเพียง 20% ซึ่งถ้าทำกันจริงๆ ต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าประมาณการณ์นี้จะถูกต้องหรือไม่

แต่ก่อนที่จะสรุปเช่นนี้ ขอให้ไปดูกรณีศึกษาในประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐ ออสเตรเลีย และบางประเทศในยุโรป ทุกรายงานยืนยันตรงกันว่า วิธีการเหล่านี้ไม่สามารถทำให้หวยใต้ดินหมดไปได้เลย และในหลายกรณี สร้างปัญหาสังคมเพิ่มขึ้น ตัวเลขทางอาชญากรรมเพิ่มขึ้น คนจนมากขึ้น ต้องเพิ่มกำลังตำรวจเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่ตามมา ผมก็ต้องสงสัยว่า ทำไมไม่นำข้อมูลทางลบเหล่านี้ มานำเสนอให้กรรมการกองสลาก และสังคมรับรู้บ้างละครับ

ขอให้ทบทวนคดีการออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาว่าผิดวัตถุประสงค์ของกองสลากและกฎหมายที่มีอยู่ และมีข้อความตอนหนึ่งของคำพิพากษาระบุว่า “เข้าลักษณะเป็นเจ้ามือรับกินใช้ ซึ่งมีลักษณะเดียวกับหวยใต้ดิน เป็นการพนันขันต่อให้มัวเมาประชาชน”
.
ยอมรับเถอะครับ ว่าสิ่งที่ท่านทั้งหลายกำลังพยายามจะทำกันนั้น จะทำให้เกิดผลกระทบกับสังคมไทยอย่างรุนแรง ไม่ได้แก้ปัญหา แต่กลับเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนขาใหญ่บางกลุ่มที่มีแต่ได้กับได้

ขอร้องจริงๆครับ กรุณาทบทวนก่อนที่จะเสียหายไปมากกว่านี้ และขอให้รัฐบาลใหม่ทบทวนจำนวนสลากที่พิมพ์แต่ละงวดให้เหมาะสมกับจำนวนประชากรของประเทศด้วย และดูแลกลุ่มคนที่อยู่ได้ด้วยการขายลอตเตอรี่เพราะเป็นทางเลือกเดียวที่มีอยู่ในชีวิต ให้ดีกว่านี้ครับ!!

เรื่อง : เฟซบุ๊ก เพจ Kiat Sittheeamorn

Add Friend Follow