Branding

‘บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด’ โมเดลทำเงินจากธุรกิจกีฬา

 แน่นอนแล้วว่าภายในปีนี้ เราคงได้มีโอกาสเห็นสโมสรฟุตบอลบิ๊กเนมของไทยอย่าง “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ยื่นไฟลิ่งเข้าระดมทุน ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)  และหากสำเร็จจะกลายเป็นสโมสรฟุตบอลทีมแรกของไทยและเอเชียที่เข้าตลาดหุ้น โดยมีการบริหารงานในรูปแบบบริษัทมหาชนอย่างเต็มตัว

จุดเริ่มต้นของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เกิดขึ้นด้วยการรวมตัวของ 2 ทีมฟุตบอล ในจังหวัดบุรีรัมย์ คือ บุรีรัมย์ เอฟซี กับ บุรีรัมย์ พีอีเอ ของ ” เนวิน ชิดชอบ” โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการเป็นเบอร์ 1 ของวงการลูกหนังไทย และเป็นทีมชั้นนำในเอเชียให้ได้

 

ต้องยอมรับเลยว่าวันนี้ พวกเขาพิสูจน์ได้แล้วถึงเรื่องความสำเร็จในด้านฟุตบอล จนพูดได้เต็มปากว่า “เป็นทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จที่สุดในไทย”

คว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 6 สมัย, เอฟเอคัพ 4 สมัย, ลีกคัพ 5 สมัย, ถ้วยพระราชทาน ก. 4 สมัย, ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 1 สมัย, พรีเมียร์คัพ 1 สมัย และแม่โขง คลับ แชมเปียนชิพ 2 สมัย รวมถึงพาตัวเองโลดแล่นในระดับเอเชียได้แบบไม่อายใคร

ทว่าในแง่ธุรกิจ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็สามารถสร้างรายได้จากหลายส่วนด้วยกัน เช่น ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ตั๋วเข้าชมการแข่งขัน สินค้าที่ระลึก กำไรจากการซื้อ-ขายนักเตะ และเงินรางวัลการแข่งขัน

สำหรับผลประกอบการปีล่าสุด (2561) ของบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด  สามารถทำกำไรได้สำเร็จ โดยมีรายได้อยู่ที่ 404 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 12.16 ล้านบาท พลิกจากปี 2560 ที่ขาดทุนถึง 74.54 ล้านบาท เรียกว่าเป็นสัญญาณบวกสำคัญแรก เพื่อเตรียมเข้าสู่ตลาดหุ้นได้เลย ลบคำประมาทของหลายคนที่ว่า“ฟุตบอลไม่ใช่ธุรกิจที่ทำกำไร”

อาณาจักรธุรกิจที่ไม่ได้มีแค่ฟุบอล

วันนี้โมเดลธุรกิจของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่ได้มีแค่ฟุตบอล แต่เป็น “ธุรกิจกีฬาแบบครบวงจร” ที่มีทั้งสนามฟุตบอล มอเตอร์สปอร์ต มวยไทย อีสปอร์ต และต่อยอดไปถึงธุรกิจโรงแรมรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางมาชมเกมการแข่งขัน

1.สนามฟุตบอล Chang Arena – Burirum United

รังเหย้าของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ความจุกว่า 32,600 ที่นั่ง ถูกรับรองโดยสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ ใช้จัดการแข่งขันระดับ FIFA ได้

ภายในสนามถูกออกแบบให้เป็น Community Mall มีร้านอาหารชื่อดังมากมาย พิพิธภัณฑ์ และวันที่ไม่มีแมตช์การแข่งขัน พื้นที่แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยกิจกรรมกีฬาของชาวบุรีรัมย์ อาทิ บาสเกตบอล ฟุตซอล ตะกร้อ วอลเลย์บอล และกีฬาเอ็กซ์ตรีม

2.สนามแข่งรถ Chang International Circuit

เป็นสนามแข่งรถระดับมาตรฐาน เอฟไอเอ เกรด 1 (FIA Grade 1) ความจุ 50,000 คน ซึ่งในปี 2561 ที่ผ่านมา ได้ทำการจัดแข่งขัน Moto GP 2018 มียอดผู้เข้าชมรวม 3 วันทะลุ 2 แสนคน

3.ทีมกีฬา E-Sport

กระแส E-Sport กลายเป็นธุรกิจที่สร้างการเติบโตอย่างสูงในตอนนี้ ล่าสุด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็ไม่พลาดโอกาสนี้ ด้วยการเปิดตัวทีม E-Sport สำหรับเกมฟุตบอล PES,  RoV และ Dota 2

4.โรงแรม Amari Buriram United

โรงแรมหรูตกแต่งเอาใจคนรักฟุตบอล มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สำหรับรองรับแฟนๆ ที่เดินทางมาชมเกมการแข่งขัน

5.ค่ายมวย Buriram Be Boxing

ค่ายมวยบริเวณสนามของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยมีอุปกรณ์ สถานที่ออกกำลังกาย และเทรนเนอร์แม่ไม้มวยไทยที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่ง

6.แบรนด์เสื้อผ้า BE BALLIN

แบรนด์เสื้อผ้าของสโมสร สำหรับผลิตเสื้อแข่งขัน หรือเสื้อที่ระลึกของสะสมภายในร้านค้าสโมสร เพื่อเป็นแหล่งรายได้อีกทาง  

 

 

ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เล่น กับอาณาจักร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่โจทย์สำคัญต่อไป เมื่อเข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว คงหนีไม่พ้นการสร้างกำไรแบบยั้งยืนเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ซึ่งคงต้องดูกันว่าพวกเขาจะทำได้ดี เหมือนการคว้าแชมป์ฟุตบอลหรือไม่

 

Add Friend Follow
InveStory