Branding

ฝันใหม่ของ ‘อาร์เอส’ ในวันที่ธุรกิจสื่อไม่ใช่คำตอบ

“การทำธุรกิจ เราต้องตามเทรนด์ ตามโลกให้ทันว่าเปลี่ยนไปอย่างไร และต้องไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ แบบในอดีต” เฮียฮ้อ หรือนายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เคยบอกไว้ว่านี้คือแนวคิดการทำธุรกิจที่ RS ยึดมาตลอด  

RS บริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อบันเทิงมาอย่างยาวนาน เคยผ่านร้อน ผ่านหนาว พบความเปลี่ยนแปลงแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคธุรกิจตู้เพลง รับอัดเพลงจากแผ่นเสียงลงเทป มาถึงยุคค่ายเพลงวัยรุ่นเฟื่องฟู ผันตัวมาจับทีวีดาวเทียม จนมาถึงทีวีดิจิทัล  

เกือบ 4 ทศวรรษที่ผ่านมา RS พร้อมปรับตัวให้ทันโลกอยู่เสมอ

แต่คงไม่มีครั้งไหนที่สำคัญไปกว่าครั้งนี้แล้ว เมื่อ RS ประกาศชัดเจนว่าแผนธุรกิจปี 2562 บริษัทพร้อมที่จะ Tranform ตัวเองจากธุรกิจสื่อและบันเทิง ไปสู่ “ธุรกิจสุขภาพและผลิตภัณฑ์ความงาม” แบบเต็มตัว !

พร้อมได้ยื่นเรื่องต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ย้ายหมวดซื้อ-ขายหุ้น RS จากหมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ (Media & Publishing) ไปยังหมวดธุรกิจพาณิชย์ (Commerce) ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป

อะไรคือจุดเปลี่ยนของ RS

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มาจากการที่ RS มองเห็นว่าการทำเพลงให้มีกำไรเป็นกอบเป็นกำเหมือนอดีตคงเป็นเรื่องยากแล้ว ด้วย Ecosystem ของวงการเพลงที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะค่ายเพลงขนาดใหญ่ที่แบกต้นทุนศิลปินไว้มหาศาล อนาคตมีแต่ทรงกับทรุด

ส่วนธุรกิจสื่อทีวีดิจิทัล ช่อง 8 แม้จะดูไปได้สวย เรตติ้งดี แต่ก็มีการแข่งขันสูง แย่งชิงเม็ดเงินโฆษณากันดุเดือดมาก แถมยังเจอผลกระทบจาก Digital Disruption จนทำให้หลายๆ ช่องต้องเจอกับภาวะขาดทุน  

ทำให้ RS ต้องหาโมเดลใหม่ภายใต้แนวคิด “ทำธุรกิจใหม่ไร้กรอบ” ด้วยการเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตได้มากกว่า นั่นคือ ธุรกิจสุขภาพและความงาม  

รวมถึงต่อยอดความสำเร็จอีกขั้นไปสู่ธุรกิจขายตรง เพื่อสร้างยอดขายสินค้าแบบก้าวกระโดด ซึ่ง RS ให้นิยามว่ากลุ่มธุรกิจใหม่นี้ว่า MPC หรือ Multiple Platform Commerce

กำไร All Time High สวนทางคู่แข่ง  

การเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเองครั้งนี้ สะท้อนมาถึงผลประกอบการปี 2561 ที่ RS ทำกำไร All Time High นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท 37 ปี โดยมีกำไรสุทธิ 516 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% จากปี 2560 เป็นผลมาจากธุรกิจสุขภาพ ความงาม และพาณิชย์ ที่ทำรายได้เติบโตกว่า 53.1% สวนทางกับรายได้จากธุรกิจสื่อที่ลดฮวบ 21.1%

เรื่องนี้จึงชัดเจนแล้วว่า หัวใจใหม่ในการขับเคลื่อนธุรกิจของ RS จะนำด้วยกลุ่มความสวยความงามและสุขภาพแน่นอน เพราะเพียงแค่ 3 ปีที่เริ่มต้นอย่างเต็มตัวในปี 2558 กลุ่มธุรกิจใหม่นี้ ทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าตัว และมีกำไรขั้นต้นสูงกว่า 60%

RS ในวันนี้จึงไม่ใช่สื่อบันเทิงเจ้าใหญ่อีกต่อไปแล้ว และภาพจำที่เคยเป็นคู่แข่งตลอดกาลกับ GMM Grammy ก็คงเป็นเหลือแค่อดีตไว้ให้เรานึกถึงเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ในตลาดสินค้าความงาม

ทิศทางธุรกิจปี 2562

สำหรับในปี 2562 บริษัทตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องทำ All Time New High ทั้งรายได้และกำไร คาดว่าจะมีรายได้แตะ 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากการขายสินค้าสุขภาพ ความงาม และพาณิชย์ ถึง 60% รองลงมาคือธุรกิจสื่อ 30% ที่เหลือ 10% เป็นรายได้จากธุรกิจเพลงและอีเวนต์

เรียกว่าสมกับเป็นบริษัทที่พร้อมจะเปลี่ยนเพื่อโตอยู่เสมอจริงๆ เหมือนหนึ่งคำพูดของเฮียฮ้อที่เคยบอกเราว่า “ที่ไหนมีปลาเยอะ คุณก็ต้องไปจับที่นั่น”

Add Friend Follow
InveStory