ดูหนังออนไลน์
The Bangkok Insight

สศช.เผยจีดีพีไตรมาสแรก ติดลบ 2.6% โควิดฉุดกำลังซื้อในประเทศวูบ

จีดีพีไตรมาสแรก หดตัว 2.6% จากภาคบริการหดตัว 4.2% กลุ่มอุตสาหกรรม หดตัว 0.6% แม้ได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและมาตรการเยียวยา 

จีดีพี

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไตรมาสที่ 1/2564 ลดลง 2.6% ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลง 4.2% ในไตรมาสที่ 4/2563

ด้านการผลิต ปรับตัวดีขึ้นทั้งการผลิตในภาคเกษตร และภาคนอกเกษตร ภาคเกษตรขยายตัวตามการเพิ่มขึ้นของผลผลิตพืชหลักที่สาคัญ ภาคนอกเกษตรปรับตัวดีขึ้นท้ังการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มบริการ ด้านการใช้จ่าย การลงทุน และการใช้จ่าย เพื่อการอุปโภคขั้นสุดท้ายของรัฐบาลขยายตัว

ขณะที่การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคขั้นสุดท้ายของเอกชนกลับมาหดตัวอีกครั้ง สำหรับภาคต่างประเทศ การส่งออก และการนาเข้าสินค้าและบริการปรับตัวดีขึ้น 

สศช.

การผลิตภาคเกษตร ขยายตัว 1.9% เร่งตัวขึ้นจากการขยายตัว 0.4% ในไตรมาสที่ 4/2563 ผลผลิตในหมวดพืช ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือก ผลไม้ ยางพารา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง สำหรับการผลิตในหมวดปศุสัตว์ที่ขยายตัว ได้แก่ ไก่เนื้อ สุกร ขณะที่ผลผลิตของการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าลดลง 

การผลิตภาคนอกเกษตร ลดลง 3.0% ปรับตัวดีขึ้นจากที่ลดลง 4.7% ในไตรมาสที่ 4/2563 ส่วนหนึ่งเป็นปัจจัยบวก จากเศรษฐกิจโลกท่ีเริ่มมีการฟื้นตัว ส่งผลให้การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัว โดยเฉพาะการผลิตสินค้าสำคัญ เพื่อการส่งออก การก่อสร้างเร่งตัวขึ้น กิจกรรมทางการเงินและประกันภัย กิจกรรมข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร และกิจกรรมเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง การขายส่งและการขายปลีกฯ การขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า ปรับตัวดีข้ึนตามการผลิตสินค้า ที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของตลาดต่างประเทศ และการใช้จ่ายในประเทศจากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการ เยียวยาเพื่อรองรับผู้ได้รับผลกระทบ ส่งผลให้ประชาชนยังคงมีกำลังซื้อในการอุปโภคบริโภคสินค้าที่จำเป็น 

GDP ที่ปรับปัจจัยฤดูกาล ในไตรมาสท่ี 1/2564 ขยายตัว 0.2% จากท่ีขยายตัว 1.1% ในไตรมาสท่ี 4/2563 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ณ ราคาประจาปี มีมูลค่า 4,069.4 พันล้านบาท เมื่อหักรายได้ปฐมภูมิสุทธิจ่ายไปต่างประเทศ 99.6 พันล้านบาท คงเหลือเป็นรายได้มวลรวมประชาชาติ (Gross National Income: GNI) เท่ากับ 3,969.8 พันล้านบาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม: