The Bangkok Insight

เริ่มพรุ่งนี้! กทม.สั่งปิด 25 สถานบริการ ‘เสี่ยงโควิด’

กรุงเทพมหานคร สั่งปิดพื้นที่เสี่ยงโควิดระบาด ครอบคลุม 25 ประเภท ผับ บาร์ สถานบริการ โดนปิดไร้กำหนด ส่วนโรงเรียนปิดถึงวันที่ 17 ม.ค.นี้ ส่วนที่อื่นๆ ต้องดำเนินตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ฝ่าฝืนเจอดำเนินคดี โทษสูงสุดจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

วันนี้ (1 ม.ค.) กรุงเทพมหานคร ออกคำสั่ง ปิดสถานบริการประเภทต่างๆ 25 แห่ง ครอบคลุมถึง ผับ บาร์ และสถานบันเทิงต่าง ๆ โดยไม่มีกำหนด มีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (2 ม.ค.) เป็นต้นไป ส่วนสถาบันการศึกษาทุกประเภท ปิดถึงวันที่ 17 มกราคมนี้  ขณะที่ห้างสรรพสินค้า ร้านเสริมสวย และ ร้านสะดวกซื้อ ยังเปิดให้บริการได้ แต่ต้องดำเนินมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด โดยระบุว่า

cell virus สถานกักกันโควิด ๒๑๐๑๐๑

ตามที่ได้มีการประกาศเรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 4) ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 โดยขยายระยะเวลาการบังคับใช้ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2564 และประกาศใช้ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2554 (ฉบับที่ 15) ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2563  และได้มีประกาศกรุงเทพมหานครเรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 14) ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2563 แล้วนั้น

เนื่องจากยังพบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด-19) ระลอกใหม่ขึ้น ในบางเขตพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้น อันเป็นการปกป้องความมั่นคงปลอดภัย ทางด้านการสาธารณสุขของประเทศ และป้องกันมิให้เกิดการระบาดเพิ่มขึ้น จนมิอาจควบคุมได้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 (1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประกอบกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2554 (ฉบับที่ 15) ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2563  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 จึงให้ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเป็นการชั่วคราว และกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังต่อไปนี้

1. ปิดสถานที่

  1. สถานบริการผับ บาร์ สถานบันเทิง และสถานประกอบการใด ที่เปิดให้บริการ ในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ
  2. สวนน้ำ สวนสนุก
  3. สนามเด็กเล่น เครื่องเล่นสำหรับเด็ก ในตลาดตลาดน้ำ และตลาดนัด
  4. โต๊ะสนุกเกอร์บิลเลียด
  5. สถานที่เล่นเกม
  6. ร้านเกม และร้านอินเทอร์เน็ต
  7. สนามชนไก่ และสนามซ้อมชนไก่
  8. สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานดูแลผู้สูงอายุ (ยกเว้นที่มีการรับตัวไว้พักค้างคืนเป็นปกติธุระ)
  9. สนามมวย
  10. โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ (ยิม)
  11. สนามม้า
  12. สถานประกอบกิจการอาบน้ำ
  13. สถานประกอบกิจการอาบอบนวด
  14. สนามแข่งขันทุกประเภท
  15. สถานที่ให้บริการห้องจัดเลี้ยง สถานที่จัดเลี้ยง รวมถึงสถานที่อื่นใด ที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน
  16. สนามชนโค สนามกัดปลา หรือสนามแข่งขันอื่น ในลักษณะทำนองเดียวกัน
  17. สนามพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง
  18. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็กก่อนวัยเรียน
  19. สถานเสริมความงาม (ไม่ได้รับอนุญาตเป็นคลินิกเวชกรรม) สถานที่สัก หรือเจาะผิวหนัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย
  20. สถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส
  21. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา และสถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า
  22. สนามฝึกซ้อมมวย โรงยิม หรือค่ายมวย
  23. สถานที่เล่นโบว์ลิ่ง สเก็ต หรือโรลเลอร์เบลด หรือการละเล่นอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน
  24. สถาบันลีลาศ หรือสอนลีลาศ
  25. อาคารสถานที่ ของโรงเรียนสถาบันกวดวิชาแ ละสถาบันการศึกษาทุกประเภท โดยห้ามใช้เพื่อจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก เว้นแต่เป็นการดำเนินการสื่อสารแบบทางไกล หรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์

cell virus สถานกักกันโควิด ๒๑๐๑๐๑ 0

2. สถานที่ดังต่อไปนี้ ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคแนบท้ายประกาศนี้โดยเคร่งครัด

  1. ร้านอาหาร หรือ เครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ รถเข็น หาบเร่ แผงลอย ภัตตาคาร สวนอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร ซึ่งไม่รวมถึง สถานบริการผับ บาร์ ห้ามการบริโภคสุรา หรือเครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ ในสถานที่ดังกล่าว
  2. ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์
  3. ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่ จัดนิทรรศการ
  4. ห้องประชุมในโรงแรม หรือศูนย์ประชุม
  5. ร้านค้าปลีก/ค้าส่ง ขนาดย่อม ร้านค้าปลีก ค้าส่ง ชุมชนตลาด ตลาดน้ำ และตลาดนัด
  6. ร้านค้าปลีก/ค้าส่ง หรือตลาดค้าส่งขนาดใหญ่
  7. ร้านเสริมสวยแต่งผม หรือตัดผม สำหรับบุรุษ หรือสตรี ให้เปิดดำเนินการ โดยจำกัดเวลาการให้บริการในร้าน ไม่เกินรายละ 2 ชั่วโมง และต้องไม่มีผู้นั่งรอในร้าน
  8. สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานดูแลผู้สูงอายุ (เฉพาะที่มีการรับตัวไว้พักค้างคืนเป็นปกติธุระ)
  9. คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม ร้านทำเล็บ
  10. สนามกอล์ฟ และสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ
  11. สนามกีฬา
  12. สวนสาธารณะ ลาน – พื้นที่กิจกรรมสาธารณะ สถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬาลานกีฬา
  13. สถานที่ให้บริการดูแลรักษาสัตว์ สปา อาบน้ำตัดขน รับเลี้ยง หรือรับฝากสัตว์
  14. สถานที่ หรือสนามออกกำลังกายในร่ม
  15. สระว่ายน้ำสาธารณะ ทั้งกลางแจ้ง และในร่ม
  16. สวนพฤกษศาสตร์ สวนดอกไม้ พิพิธภัณฑ์ศูนย์การเรียนรู้ แหล่งประวัติศาสตร์โบราณสถาน ห้องสมุดสาธารณะ และหอศิลป์
  17. สระน้ำเพื่อการเล่นกีฬา หรือกิจกรรมทางน้ำในบึง
  18. โรงภาพยนตร์ โรงละคร โรงมหรสพ
  19. สวนสัตว์ หรือสถานที่จัดแสดงสัตว์

cell virus สถานกักกันโควิด ๒๑๐๑๐๑ 1

3. สถานที่อื่นนอกเหนือจากข้อ 2 ให้ผู้เกี่ยวข้องจัดให้มีมาตรการป้องกันโรคดังต่อไปนี้

  1. บริการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย หรือการคัดกรองอาการป่วย ในระบบทางเดินหายใจ
  2. ให้สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า
  3. อำนวยความสะดวกในการเว้นระยะห่าง ระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตร และ จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมมิให้แออัต
  4. จัดให้มีที่ล้างมือ ด้วยสบู่ แอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
  5. จัดให้มีการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส ของสถานที่ที่เกี่ยวข้อง ก่อนการทำกิจกรรมรวม ทั้งระหว่าง และภายหลัง การทำกิจกรรมด้วย
  6. ให้ลงทะเบียนก่อนเข้า และออก จากสถานที่ และเพิ่มมาตรการใช้แอปพลิเคชัน ที่ทางราชการกำหนด

ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม อาจมีความผิดตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 14 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  และหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อ 2 และข้อ 3 จะถูกสั่งปิตสถานที่เป็นการชั่วคราว

กรุงเทพมหานคร ขอความร่วมมือให้ทุกคน สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า เมื่อออกจากที่พักอาศัย

กรณีประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 14) ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2563 ขัดหรือแย้งกับประกาศกรุงเทพมหานครฉบับนี้ ให้บังคับตามประกาศกรุงเทพมหานครฉบับนี้

อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามมาตรา 30 วรรค 2 (3) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2564  เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงยกเว้นข้อ 1.25 ให้มีผลถึงวันที่ 17 มกราคม 2564

ประกาศ ณ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564

ลงชื่อ พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

S 5652493 S 5652495 S 5652496 1

อ่านข่าวเพิ่มเติม