COVID-19

ราชกิจจาฯ ปลดล็อก ‘รพ.เอกชน-เอกชน-อปท.’ ซื้อวัคซีนโควิดได้เอง


ราชกิจจาฯ ประกาศคำสั่ง ศบค. ปลดล็อค “วัคซีนโควิด-19” ให้ “รพ.เอกชน-เอกชน-อปท.” จัดซื้อได้ พร้อมให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดหา-สั่ง หรือนำเข้าวัคซีนอย่างเร่งด่วน

วันที่ 8 มิถุนายน 2564 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ศบค. เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

ราชกิจจานุเบกษาแถลง 210516

โดยกำหนดแนวทางบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 จำนวน 6 ข้อ ปลดล็อกอำนาจในการจัดหาวัคซีนให้แก่ โรงพยาบาลเอกชน ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถจัดหา สั่งซื้อวัคซีนซึ่งขึ้นทะเบียนแล้ว ผ่านองค์การเภสัชกรรม ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ฯลฯ ได้ โดยให้มีผลทันที ดังนี้

1. ให้มีการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีคุณภาพ และมีจำนวนเพียงพอแก่ประชาชนโดยอย่างน้อยให้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของจำนวนประชากร (ไม่น้อยกว่าจำนวนประชากรห้าสิบล้านคน)

2. ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประสานงาน ส่งเสริม และสนับสนุนผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในการดำเนินการขึ้นทะเบียนวัคซีนให้เป็นไปอย่างคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ

3. ให้กรมควบคุมโรค องค์การเภสัชกรรม สถาบันวัคซีนแห่งชาติ สภากาชาดไทย ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือหน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่และอำนาจในการให้บริการทางการแพทย์ หรือสาธารณสุข แก่ประชาชน ร่วมมือกันในการดำเนินการจัดหา สั่ง หรือนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพอย่างรวดเร็ว และทั่วถึง ภายใต้กฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง หรือตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานนั้น ๆ กำหนด

4. เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้มากขึ้น สถานพยาบาลเอกชน และภาคเอกชน อาจจัดหา หรือขอรับการสนับสนุนวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จากหน่วยงานตามข้อ 3 ภายใต้กฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาให้บริการประชาชน หรือบุคลากรในความดูแลได้ตามความเหมาะสม

วัคซีนดังกล่าวต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยา และต้องพิจารณากำหนดราคาวัคซีน และการให้บริการที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสม เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน

ba96a2abea

5. โดยที่ในปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ผลิตหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร ยังมีจำนวนจำกัด หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มาให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ ให้จัดหาจากหน่วยงานตามข้อ 3 และต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง

รวมถึงหลักเกณฑ์ หรือแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และต้องสอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือนายกรัฐมนตรีกำหนด

การดำเนินการตามวรรคหนึ่งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ ให้เป็นไปตามแนวทาง หรืออยู่ในการกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อมิให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ในการจัดหาวัคซีนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีศักยภาพด้านงบประมาณ และรายได้ ที่แตกต่างกัน และเพื่อให้การกระจายวัคซีนในห้วงเวลาวิกฤติมีความเป็นธรรมมากที่สุด

ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุน และให้ความสำคัญในการอำนวยความสะดวก แก่ประชาชนในพื้นที่ ในการเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนส่วนรวมของประเทศ

6. ให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนทุกภาคส่วนเชื่อมโยง และบูรณาการข้อมูล กับระบบแพลตฟอร์มหมอพร้อมของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และเพื่อให้การบริหารจัดการข้อมูลเป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป

9e98617920

อ่านข่าวเพิ่มเติม