ดูหนังออนไลน์
Politics

เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง! ‘นายกฯ’ คาดจีดีพีปีหน้าขยายตัว 4 – 5%


เศรษฐกิจไทย แข็งแกร่ง! “นายกรัฐมนตรี” คาดเศรษฐกิจปี 2564 ขยายตัว 4 – 5% จากปีนี้คาดติดลบ 5-6% ซึ่งเป็นผลจากสงครามการค้า และการแพร่ระบาดของไวรัส “โควิด”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2564 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศขณะนี้พบว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ จะปรับตัวลดลงติดลบ 5-6% โดยมีสาเหตุหลักมาจากสงครามทางการค้า และผลกระทบจากการระบาดของ “โควิด” ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ

รวมทั้ง การดำเนินมาตรการควบคุม และจำกัดการเดินทางของประเทศต่างๆ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “โควิด” ทำให้เศรษฐกิจโลก ปริมาณการค้าโลก และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลให้แรงขับเคลื่อนทั้งจากอุปสงค์ต่างประเทศและในประเทศปรับตัวลดลง

เศรษฐกิจไทย

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการลดลง ของระดับความรุนแรง ของการระบาดภายในประเทศ คาดว่า จะทำให้ภาครัฐสามารถผ่อนคลายมาตรการควบคุมต่างๆ ได้ถึงระดับใกล้เคียงภาวะปกติ ภายในไตรมาสที่ 2 และการลดลงของความรุนแรง ของการระบาดในต่างประเทศ จะทำให้รัฐบาลประเทศต่างๆ สามารถผ่อนคลายมาตรการ จนถึงระดับใกล้เคียงกับภาวะปกติ ได้ภายในไตรมาสที่ 3

ส่วนมาตรการควบคุมด้านการท่องเที่ยว คาดว่า จะมีการผ่อนคลายภายในไตรมาสที่ 4 ซึ่งภายใต้แนวโน้มดังกล่าว คาดว่า จะทำให้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี ปรับตัวลดลงในอัตราที่ช้าลง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุน จากการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ของเศรษฐกิจโลก และการเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ของภาคการท่องเที่ยว แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐ และปัจจัยสนับสนุนจากการผลิต และการส่งออกสินค้าที่ได้รับผลประโยชน์ จากมาตรการกีดกันทางการค้า และการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

สำหรับ เศรษฐกิจไทย ในปี 2564 จะขยายตัวในช่วง 4.0 – 5.0% จากผลของฐานที่ต่ำในปี 2563 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอน และมีความเสี่ยงที่จะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโคไวรัสโควิด มีความยืดเยื้อ และมาตรการควบคุมของประเทศต่างๆ ขยายเวลาออกไป หรือ ปัญหาในภาคการผลิตลุกลาม ไปสู่วิกฤตทางการเงินการคลัง ในต่างประเทศ รวมทั้ง ในกรณีที่มีมาตรการกีดกั้นทางการค้า มีความรุนแรงขึ้น ในขณะเดียวกัน มีความเป็นไปได้ที่ เศรษฐกิจไทย จะขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ กรณีที่การระบาดโควิด สามารถยุติได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2564

อย่างไรก็ตาม จากการประมาณสถานการณ์ รัฐบาลจะบริหารการเงินการคลัง ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และ ยืนยันว่า สถานการณ์การเงินของไทย อยู่ในสภาวะที่แข็งแกร่ง โดยการจัดทำงบประมาณมีเป้าหมาย เพื่อให้การพัฒนาประเทศก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง โดยให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ควบคู่ไปกับส่งเสริมการสร้างรายได้ของประชาชน เพื่อกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง

เศรษฐกิจไทย

สำหรับ งบประมาณ ปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณแบบขาดดุล โดยกำหนดรายได้สุทธิ 267,700 ล้านบาทและเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน 623,000 ล้านบาท รวมเป็นรายรับทั้งสิ้น 3.3 ล้านล้านบาท เท่ากับวงเงินงบประมาณรายจ่าย ทั้งนี้ สถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 มีจำนวนประมาณ กว่า 7 ล้านล้านบาท คิดเป็น 41.7% ของจีดีพี ซึ่งอยู่ในกรอบบริหารหนี้สาธารณะตามกฎหมาย ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐที่กำหนดไว้ที่ 60% ส่วนสถานะการเงินด้านต่างประเทศของไทยปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ดี มูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 30 เมษายน 2563 มีจำนวน กว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 3.8% เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง

“เป็นการดำเนินนโยบายแบบขาดดุล โดยกำหนดรายได้สุทธิ จำนวน 2,677,000 ล้านบาท และเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณอีก จำนวน 623,000 ล้านบาท วงเงินงบประมาณดังกล่าวจำแนกเป็นรายจ่ายประจำ จำนวน 2,526,131.8 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 76.5 ของวงเงินงบประมาณ รายจ่ายลงทุน จำนวน 674,868.2 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20.5% ของวงเงินงบประมาณ และรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ จำนวน 99,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.0% ของวงเงินงบประมาณ ซึ่งอยู่ภายในกรอบวินัยการเงินการคลัง ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน”

สำหรับยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ประกอบด้วย

  1. ด้านความมั่นคง
  2. ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
  3. ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
  4. ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
  5. ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรของสิ่งแวดล้อม
  6. ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ

อ่านข่าวเพิ่มเติม