Politics

นายกฯ ปัด ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ’ ไม่เกี่ยวการเมือง! แค่กฎหมายทำงานสกัดโควิด-19


“บิ๊กตู่” ปัด “พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” ไม่เกี่ยวกับการเมือง! ขอความเห็นใจให้มีกฎหมายสักฉบับ สำหรับเจ้าหน้าที่ทำงานป้องกันโควิด-19

พ.ร.กฉุกเฉินฯ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (9 มิ.ย.) ว่า สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ดูแล แก้ไขปัญหาได้อย่างดียิ่ง วันนี้เป็นที่น่ายินดี เป็นวันที่ 14 แล้ว ที่ไม่มีการตรวจพบการติดเชื้อในสถานที่ทั่วๆ ไป นอกจากสถานกักกันโรคของภาครัฐ (State Quarantine)

หลายจังหวัดได้เปิดธุรกิจ ธุรกรรม ตามมาตราการผ่อนปรนระยะที่  3 ถ้าทำ 3 ดี ก็ไป 4 ได้ ถ้า 3 แล้วยังอีเหละเขะขะอยู่ ก็ไป 4 ไม่ได้สักที เพราะฉะนั้นผมเห็นใจในความเดือดร้อน แต่ต้องเข้าใจสถานการณ์ด้านสุขภาพด้วย

 

พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่เกี่ยวการเมือง

สำหรับการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้น หลายคนอาจจะบอกว่ามันไม่มีการแพร่ระบาดแล้ว เลิกโน่นเลิกนี่ได้ไหม ก็ต้องเห็นใจว่ามันต้องมีกฎหมายสักตัว เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้ในมาตรฐานเดียวกัน ก็เห็นแล้วว่าผลมันเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ผมไม่ได้ไปปิดกั้นประชาชน ไม่ต้องการใช้อำนาจอันนี้ไปตรงโน้น “มันไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น”

ด้านการใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 1 ล้านล้านบาท ในแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมนั้น ไม่ควรนำไปใช้ในโครงการที่เป็นการลงทุน หรือการพัฒนาภายใต้งบประมาณปกติ ซึ่งเป็นโครงการระยะยาวและอยู่ในแผนงบประจำปีอยู่แล้ว เพราะอันนี้เป็นเงินที่ได้มาด้วยความยากลำบาก ต้องไปกู้มา ส่วนงบประมาณก็อีกส่วนหนึ่ง

เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องเดินไปทั้งการใช้จ่ายตามงบประมาณ 2563 และ 2564 ด้านงบประมาณตามแผนฟื้นฟูจะเป็นสภาพคล่อง ทำให้ประชาชนไม่เดือดร้อน ไม่ให้กิจการต้องล้มละลาย ล้มเลิก ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาการจ้างงานตามมา

วันนี้เราพยายามทำทุกมิติแล้ว ในส่วนแรก คือการใช้มาตราการทางการเงินการคลัง การลดภาษี การลดค่าใช้จ่าย การยืดระยะเวลา อีกเรื่องคือการใช้งบประมาณไปสู่ประชาชนทุกกลุ่ม

ครม. คณะรัฐมนตรี

ยังไม่ปรับ ครม.

ในส่วนสถานการณ์ทางการเมืองในหลายวันนี้ ตนก็ได้ติดตามดู เห็นมีข่าวกันทุกวัน “ผมยืนยันว่า ผมยังไม่ได้ไปเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเรื่องของแต่ละพรรคดำเนินการไป”

ส่วนการจะเปลี่ยน คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่างๆ ตนเองก็ไม่รู้ว่า จะพิจารณาได้เมื่อไหร่ อย่างไร โดยอย่าเพิ่งมาถามจะปรับ ครม. หรือยัง ถ้าปรับเมื่อไหร่จะบอกเอง หรือบางทีก็ไม่ต้องบอก ก็ปรับเอง มันเป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียวในการจะปรับ ครม. แล้วก็มีสัดส่วนของแต่ละพรรคอยู่แล้ว

แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ต้องเสนอตัวกันมาเยอะแยะในขณะนี้ พรรคร่วมก็เป็นเรื่องของพรรคร่วม พรรคร่วมก็มีกันหลายพรรค ใครจะเป็น ใครจะไม่เป็น มันยังไม่ได้คิดสักอัน วันนี้ขอทำงานไปก่อน เพราะฉะนั้นขอความกรุณาเลิก งดเสนอข่าวพวกนี้ได้แล้ว มันเหมือนดราม่า เหมือนดูละครสักเรื่อง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ประวิตร32163

บิ๊กป้อม” เหนียวเก้าอี้รองนายกฯ

สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวเต็ง จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ให้เป็นเรื่องของพรรค สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น ทุกพรรคการเมืองก็เป็นแบบนี้ เพียงแต่ละออกสื่อหรือไม่ออกสื่อเท่านั้นเอง ตอนนี้ก็เป็น Talk of the town กันอยู่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้า พล.อ.ประวิตร ดำรงตำแหน่งหัวหน้า พปชร. แล้ว นายกรัฐมนตรีต้องหาคนช่วยงานเพิ่มเติมหรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คงไม่หาคนช่วยงานเพิ่มเติม เพราะเป็นเรื่องของ พล.อ.ประวิตร ที่ต้องบริหารให้ได้ทั้ง 2 งาน หากไปทำงานตรงนู้น ก็ต้องทำตรงนี้ให้ได้เหมือนเดิม งานไม่หนักหรอก ทุกคนทำงานได้หลายอย่าง ส่วนตนมีหน้าที่ในการทำงานร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม เรื่องภายในพรรคการเมืองและการ ปรับ ครม. ไม่ได้เชื่อมโยงกัน เพราะการปรับ ครม. ก็มีสัดส่วนของแต่ละพรรคอยู่แล้ว

ผมจะสยบอะไรเล่า ผมเพียงแต่ขอร้องว่า อย่าพูดกัน หรืออย่าให้ข่าวกัน แล้วคนตัดสินใจเรื่องการปรับ ครม. คือผม เข้าใจไหม ไม่ใช่หัวหน้าพรรค พรรคของท่านก็ไปเตรียมการคนของท่านไว้ เมื่อไหร่ที่ผมปรับ ก็เอามาพิจารณา เมื่อพิจารณาแล้ว ผมเห็นว่าเหมาะสมก็เปลี่ยนคน เท่านั้นเอง อำนาจผมมีอยู่แล้วหนิ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

สำหรับกรณีที่ความเชื่อมั่นในตัวรัฐมนตรีบางคนลดลง เพราะมีกระแสข่าวถูกปรับออกจาก ครม. นั้น  พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตอนนี้ผมยังไม่เห็นมีใครหลุด ใครจะหลุด ใครจะเข้า ผมยังไมได้ดู คนที่อยู่ในตำแหน่งวันนี้ทำให้ได้ที่สุดก็แล้วกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม