ดูหนังออนไลน์
Politics

เปิดคำแถลง ‘บิ๊กตู่’ ประกาศใช้ ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ คุมเข้ม ‘โควิด-19’

เปิดคำแถลง “นายกรัฐมนตรี” ประกาศใช้ “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” คุมเข้ม “โควิด-19” ขอประชาชนฟังรัฐบาล อย่าตื่นตระหนก

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเร้นซ์ว่า วาระสำคัญการประชุม คือ วันนี้มีมติที่ประชุมเห็นชอบในหลายมาตรการ โดยกระทรวงการคลังจะมีการชี้แจงมาตรการโดยจะเน้นหนัก ในภาคประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีเงินใช้จ่ายในช่วงนี้ ขอให้ใช้เงินอย่างประหยัดและพอเพียงเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยรัฐบาลจะดูแลไปในระยะเวลาหนึ่งจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

โดยจะแบ่งเป็นระยะๆ อาจจะ 2 เดือน 3 เดือนและมาตรการจะทยอยออกมาตามลำดับ ไม่ใช่ว่าทำครั้งเดียวแล้วจบ เพราะเราไม่ทราบว่าสถานการณ์จะยาวนานแค่ไหน อย่างไร ซึ่งวันนี้จากสถานการณ์ที่กระทรวงสาธารณสุข รายงานมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ 70 ปี ที่ผ่านการรักษามานานพอสมควรแล้ว

สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากจะชี้แจงให้ทราบ คือ มาตรการออกไปแล้วในระยะที่ 2 โดยมาตรการต่างๆ เหล่านี้ จำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์และจำเป็นต้องหาเงินให้เพียงพอ วันนี้กำลังหามาตรการในเรื่องอาจต้องใช้เงินกู้บ้าง เพราะงบประมาณ ปี 2563 ค่อนข้างจำกัดอยู่ในขณะนี้ ส่วนงบกลางฯ ก็ใช้จ่ายไปพอสมควรแล้วและเหลือจำนวนน้อยมาก จึงจำเป็นต้องหามาตรการเข้าระบบให้มากยิ่งขึ้นและจำเป็นต้องจัดทำพ.ร.ก.การกู้เงินต่างๆ ของกระทรวงการคลัง ในระยะนี้และเพื่อเตรียมในระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ต่อไป เพราะเราจำเป็นต้องดูแลประชาชนให้มากที่สุดทั้งในส่วนของสถานประกอบการเพื่อให้ลดการเลย์ออฟพนักงานต่างๆ และมาตรการรองรับผู้ประกอบการให้เกิดสภาพคล่อง ทั้งมาตรการทางการเงินการคลังและภาษีต่างๆ ซึ่งในส่วนของธนาคารรัฐก็จะช่วยอำนวยความสะดวกให้

สำหรับเรื่องสุดท้ายที่จะเรียนให้ทราบคือรัฐบาลได้พิจารณามาโดยตลอด เรื่องการประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 วันนี้เราจะเอาพ.ร.ก. ฉบับนี้มาประกาศ ซึ่งผมจะประกาศใช้ในวันมะรืนนี้ วันนี้ได้หารือในมาตรการอื่นๆ ที่จำเป็นแล้ว โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดระเบียบในการทำงาน และการยกระดับศูนย์โควิด ของเราเป็นศูนย์ฉุกเฉินในเรื่องการแก้ปัญหาโควิดนี้ หรือ ศอฉ.โควิด และมีคณะทำงานข้างล่างสอดประสานกันโดยมีปลัดกระทรวงของแต่ละภารกิจเป็นผู้รับผิดชอบ เป็นหัวหน้าส่วนงานรับผิดชอบ ซึ่งจะติดตามมาตรการที่ประกาศออกไปแล้วเดิม ที่อาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอะไรก็ว่ากันไปในส่วนที่ 2 ก่อนจะเสนอมาตรการมาเพิ่มเติม เพื่อให้ศอฉ.โดยผมเป็นคนอนุมัติ เพราะอำนาจต่างๆ ทั้งหมดกฎหมายทั้งหมด จะมาอยู่ที่นายกฯ เพื่อให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริงในการทำงานตรงนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า จะมีการประชุมทุกเช้าเวลา 09.30 น. โดยนำหัวหน้าส่วนราชการทั้งหมดมาเสนอและรายงานสถานการณ์ให้ทราบ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมก็จะประกาศออกไป ส่วนข้อกำหนดเมื่อมีการประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดตั้งคณะทำงานผู้รับผิดชอบต่อไปถึงการจัดการภายในศูนย์ ว่าจะทำงานกันอย่างไรประเด็นสำคัญคือข้อกำหนดที่ทุกคนอยากทราบว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งข้อกำหนดสามารถออกได้ตลอดเวลาเป็นรายวัน

โดยระยะที่ 1 ที่จะประกาศในวันที่ 26 มีนาคมนี้ เป็นเรื่องการทำอย่างไรให้ลดการแพร่ระบาดในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในการขอความร่วมมือหรือการบังคับบ้าง แต่ในส่วนจะปิดหรือเปิดอะไรต่างๆ นั้น เป็นมาตรการในระยะต่อไปที่อาจเข้มข้นขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนตนไม่อยากให้ใครเดือดร้อน ในสถานการณ์ที่มีความจำเป็นต่อสุขภาพของประชาชนโดยรวม ยืนยันรัฐบาลมีความมุ่งมั่นเต็มที่ในการดูแลสุขภาพประชาชนให้ได้มากที่สุด จึงต้องขอความร่วมมือในประเด็นต่างๆ ที่ได้ขอความร่วมมือไปแล้วด้วย โดยเฉพาะขอความร่วมมืออย่าเพิ่งเดินทางกลับภูมิลำเนา หากกลับก็ต้องเจอมาตรการต่างๆ ในการคัดกรองและการตรวจสอบระหว่างทางมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลทำมาโดยตลอด และต้องให้เวลาประชาชนในการปรับตัวไปด้วย

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญวันนี้ คือการกลับตัวที่บ้านหรือในพื้นที่ ถ้าจำเป็น ก็มีสถานที่กักตัวของรัฐเพิ่มเติมขึ้น ในกรณีมีการแพร่ระบาดหรือตรวจสอบพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น เราจำเป็นต้องหามาตรการอื่นมารองรับ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลสนาม พื้นที่กักตัวขนาดใหญ่เป็นร้อยเป็นพัน และการจัดหาวิชาการต่างๆให้เพียงพอ ทุกวันนี้ก็มีการช่วยเหลือจากต่างประเทศเข้ามา แต่ก็อาจจะไม่ค่อยเพียงพอ กับสิ่งที่เราต้องการในขณะนี้ จึงต้องมีการจัดหาจัดซื้อเพิ่มเติม ประเด็นคือจะซื้อจากที่ไหนในเมื่อทุกประเทศก็มีความต้องการในสิ่งต่างๆเหล่านี้จำนวนมากอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นการหารือกันในแต่ละวันในศอฉ.

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ถ้าตื่นตระหนกมันก็คือปัญหาเราต้องฟังรัฐบาล โดยการให้ข่าวและข้อมูลมี 2 ช่องทางคือการให้ข้อมูลในโซเชียลต่างๆรวมถึงทวิตเตอร์ โดยตั้งแต่เช้าถึงเย็นจะมีศูนย์ปฏิบัติการต่างๆ ทั้งของสาธารณสุขกระทรวงคมนาคมกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีการแถลงทั้งวันและจะมีช่องทางให้ทุกคนสอบถามหรือโทรศัพท์เข้ามาในส่วนของวาระสรุปก็เป็นเรื่องของโฆษกฯ และศอฉ. จะสรุปประเด็นสำคัญในแต่ละวันให้ทราบ จึงขอให้รับฟังช่องทางของรัฐบาลเป็นหลัก”นายกฯ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้ว ขอให้ทุกคนได้ระมัดระวัง ในเรื่องการใช้สื่อโซเชียล การให้ข่าวสารข้อมูลบิดเบือนเดิมใช้กฎหมายปกติอยู่ แต่กฎหมายนี้จะแต่งตั้งเจ้าพนักงานทั้งหมด ทั้งพลเรือนตำรวจและทหารรวมทั้งจัดตั้งด่านตรวจจุดสกัดเตรียมกำลังและเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือส่วนราชการต่างๆในการทำงาน ดังนั้นก็ต้องเจอกับการตั้งด่านตรวจจุดสกัดต่างๆ และจะมีการปรับมาตรการต่างๆให้เข้มงวดขึ้น หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ก็จำเป็นต้องปิดล็อคต่างๆทั้งหมด โดยทุกอย่างขอให้เป็นไปตามขั้นตอน

“ฝากสื่อและผู้ที่ใช้โซเชียลในทางที่บิดเบือน ต้องได้รับการตรวจสอบทั้งสิ้นจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งทุกคนมีอำนาจในทางคดีอาญาด้วยในขณะนี้ สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ไม่ว่าจะเป็นการกักตุนสินค้าหรืออะไรต่างๆ รวมทั้งการขึ้นราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค จะมีความเข้มงวดไปเรื่อยๆต้องขอเตือนทุกคนไว้ด้วย ผมเข้าใจทุกคนรักประเทศหมด แต่ต้องรักในวิธีการที่ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมายความเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องขอร้องอย่างเดียวในขณะนี้ ขอบคุณ สวัสดี ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

Siree Osiri OHO BANGKOK