COVID-19

‘หมอธีระ’ เตือน!! โอไมครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 แพร่เชื้อเร็วกว่าเดลต้าราว 20%

“หมอธีระ” เตือน!! โอไมครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 แพร่เชื้อเร็วกว่าเดลต้า 20% ชี้การวัคซีน mRNA อาจส่งผลให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แต่หากไม่ฉีดจะเสี่ยงต่อการป่วยและเสียชีวิตได้

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด โดยระบุว่า 26 มกราคม 2565 ทะลุ 358 ล้านไปแล้ว เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มสูงถึง 3,001,336 คน ตายเพิ่ม 8,416 คน รวมแล้วติดไปรวม 358,670,890 คน เสียชีวิตรวม 5,631,996 คน

หมอธีระ

5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ ฝรั่งเศส อเมริกา อินเดีย อิตาลี และบราซิล

จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมกันคิดเป็น 86.72% ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็น 82.8%

ล่าสุดจำนวนติดเชื้อใหม่จากทวีปยุโรปนั้นคิดเป็น 53.31% ของทั้งโลก ส่วนจำนวนเสียชีวิตเพิ่มคิดเป็น 43.13%

เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปครอง 5 ใน 10 อันดับแรก และ 12 ใน 20 อันดับแรกของโลก

…อัพเดต 2 เรื่องน่ารู้

หมอธีระ

1. Omicron สายพันธุ์ย่อย BA.2

ข้อมูลจาก Prof.Moritz Gerstung จาก German Cancer Research Center พบว่าจำนวนคนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของเยอรมัน เป็น BA.2 มากกว่าเดลต้า (5% vs 2-3%) หากเทียบอัตราการขยายตัวของการระบาดแต่ละสายพันธุ์ จะพบว่า Omicron BA.1 (สายพันธุ์แรก) จะเร็วกว่าเดลต้าราว 15% แต่ Omicron สายพันธุ์ BA.2 นี้จะเร็วกว่าเดลต้าราว 20%

ตอนนี้เมืองที่มี BA.2 มากสุดคือ กรุงเบอร์ลิน มีสัดส่วนของ BA.2 ถึง 30%

2. อัตราการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจาก mRNA vaccines

Oster ME และคณะ ได้ตีพิมพ์การศึกษาติดตามผลหลังฉีดวัคซีน mRNA (Pfizer/Biontech: BNT162b2 และ Moderna mRNA-1273) ในวารสารวิชาการแพทย์สากล JAMA วันที่ 25 มกราคม 2565 ตั้งแต่ธันวาคม 2563 ถึงสิงหาคม 2564 มีจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนที่อายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไป จำนวน 192,405,448 คน ได้รับวัคซีนไป 354,100,845 โดส

หมอธีระ

มีรายงานจำนวนคนที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เป็นกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบทั้งหมด 1,626 คน

อัตราการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบนั้น พบมากในช่วงอายุ 12-15 ปี (70.7 รายต่อการฉีด BNT162b2 จำนวน 1 ล้านโดส)
โดยสูงสุดในวัยรุ่นเพศชายอายุ 16-17 ปี (105.9 รายต่อการฉีด BNT162b2 จำนวน 1 ล้านโดส) และในผู้ชายอายุ 18-24 ปี (52.4 รายต่อการฉีด BNT162b2 จำนวน 1 ล้านโดส และ 56.3 รายต่อการฉีด mRNA-1273 จำนวน 1 ล้านโดส)

ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบส่วนใหญ่ได้รับการดูแลรักษาจนหายดี โดยมักใช้ยาต้านการอักเสบ (Nonsteroidal anti-inflammatory drugs: NSAIDS)

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า ประโยชน์ที่ได้จากการฉีดวัคซีนนั้นมากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เพราะหากมีการติดเชื้อโรคโควิด-19 จะเกิดความเสี่ยงต่อการป่วยและการเสียชีวิต รวมถึงผลแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมามากกว่า

อ้างอิง Oster ME et al. Myocarditis Cases Reported After mRNA-Based COVID-19 Vaccination in the US From December 2020 to August 2021. JAMA. 2022;327(4):331-340.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Siree Osiri OHO BANGKOK