Environmental Sustainability

‘โครงการ ไฟฟ้าสีเขียว’ ปักหมุด ‘พิษณุโลก’ จัดสัมมนา ‘โรงไฟฟ้าชีวมวล กับการอยู่ร่วมกับชุมชน’ สร้างความรู้-ความเข้าใจ

สำนักข่าว The Bangkok Insight หนึ่งในผู้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนพัฒนาไฟฟ้า ตามมาตรา 97(5) พ.ศ. 2563 จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ปักหมุดจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับเครือข่ายในระดับพื้นที่ จัดสัมมนา “โรงไฟฟ้าชีวมวล กับการอยู่ร่วมกับชุมชน” สร้างความรู้ ความเข้าใจ ปูทางแนวคิด “ใช้พลังงานสะอาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน”

สำนักข่าว The Bangkok Insight หนึ่งในผู้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนพัฒนาไฟฟ้า ตามมาตรา 97(5) พ.ศ. 2563 จาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เพื่อดำเนินโครงการ ไฟฟ้าสีเขียว GREEN STATION ภายใต้แนวคิด CLEAN ENERGY FOR LIFE: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน

โรงไฟฟ้าชีวมวลกับการอยู่ร่วมกับชุมชน

เป็นการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานสะอาด และสร้างการจดจำให้กับภาคประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย กระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วม ในการใช้พลังงานสะอาด สร้างการตระหนักรู้ในคุณค่าของพลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียน ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สำนักข่าว The Bangkok Insight กับองค์กรภาคี เพื่อร่วมกันสื่อสาร สร้างความรู้ ความเข้าใจ สร้างการมีส่วนร่วมผ่านเครือข่ายภาคประชาชน

โครงการไฟฟ้าสีเขียว ปักหมุด ‘พิษณุโลก’ จัดสัมมนา ‘โรงไฟฟ้าชีวมวล กับการอยู่ร่วมกับชุมชน’

สำนักข่าว The Bangkok Insight เลือกพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก จัดสัมมนาหัวข้อ โรงไฟฟ้าชีวมวล กับการอยู่ร่วมกับชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ศักยภาพในจังหวัดภาคเหนือ เป็นพื้นที่ในการจัดสัมมนาครั้งที่ 3 ภายใต้โครงการ ไฟฟ้าสีเขียว GREEN STATION สร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy: RE) เช่น เชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ลม และแสงแดด ซึ่งเป็นพลังงานที่ใช้แล้วไม่หมดไป

สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก นับเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่จะนำมาใช้ทดแทนพลังงาน จากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งแหล่งพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ เชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ลม แสงแดด

โรงไฟฟ้าชีวมวลกับการอยู่ร่วมกับชุมชน

จากข้อมูลล่าสุดของ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ณ เดือนมิถุนายน 2564 ประเทศไทยมี โรงไฟฟ้าชีวมวลอยู่ทั้งหมด 225 แห่ง ทั่วประเทศตั้งกระจายอยู่ทั่วทุกภาคและเกือบทุกจังหวัดในประเทศไทย และมี กำลังการผลิตรวม (Total Capacity) อยู่ที่ 1,746 เมกะวัตต์

ในขณะที่ฐานข้อมูลการขอใบอนุญาตของ สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2564พบว่าใน เขตพื้นที่ภาคเหนือ มีจำนวนโรงไฟฟ้าชีวมวลอยู่ถึง 44 แห่ง ในพื้นที่ 12 จังหวัด และมี กำลังการผลิตติดตั้งรวม (Total Capacity) อยู่ที่ 1,004.60 เมกะวัตต์ จังหวัดที่มีโรงไฟฟ้าชีวมวลอยู่มากที่สุดในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งมีจำนวนโรงไฟฟ้าชีวมวลอยู่ถึง 12 แห่ง และมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม (Total Capacity) อยู่ที่ 195.42 เมกะวัตต์

ขณะที่จังหวัดที่มีจำนวนโรงไฟฟ้าชีวมวลรองลงมาคือนครสวรรค์ ซึ่งมีจำนวนโรงไฟฟ้าชีวมวลอยู่ถึง 7 แห่ง แต่มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม (Total Capacity) มากกว่าจังหวัดกำแพงเพชร อยู่ที่ 288.50 เมกะวัตต์ เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าที่มีขนาดกำลังการผลิตสูงกว่า

การจัดสัมมนาในหัวข้อ โรงไฟฟ้าชีวมวล กับการอยู่ร่วมกับชุมชน ปักหมุดใน จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีโรงไฟฟ้าชีวมวลอยู่ในพื้นที่ตามนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชน และยังเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านผลผลิตทางการเกษตร มีพืชเศรษฐกิจสำคัญ ที่สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวลได้ มีพืชพลังงานสำคัญ เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีจังหวัดใกล้เคียงที่มีโรงไฟฟ้าชีวมวลแล้ว เช่น พิจิตร กำแพงเพชร และสุโขทัย

พิษณุโลก เป็นจังหวัดที่มีโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ ที่ผลิตและขายไฟฟ้าแล้ว (Commercial Operation Date: COD) อยู่ 3 แห่ง

แห่งแรก บริษัท น้ำตาลพิษณุโลก จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอบางกระทุ่ม มีกำลังการผลิตติดตั้งอยู่ที่ 31 เมกะวัตต์ เป็นการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองโดยไม่มีการจำหน่ายไฟฟ้าให้ลูกค้าตรง และมีกำลังการผลิตที่ขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอยู่ที่ 5 เมกะวัตต์

แห่งที่ 2 บริษัท พิษณุโลกผลิตไฟฟ้า จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอบางกระทุ่ม มีกำลังการผลิตติดตั้งอยู่ที่ 20 เมกะวัตต์ เป็นการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองในกิจการไม่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบของการไฟฟ้าและจำหน่ายไฟฟ้าให้ให้บุคคลอื่นโดยตรง และ

แห่งที่ 3 บริษัท ชุมชนพลังงานสะอาด จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอพรหมพิราม มีกำลังการผลิตติดตั้งอยู่ที่ 4.9 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตที่ขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอยู่ที่ 4.5 เมกะวัตต์

โรงไฟฟ้าชีวมวลกับการอยู่ร่วมกับชุมชน

แม้พิษณุโลกจะเป็นจังหวัดที่ยังมีโรงไฟฟ้าชีวมวลไม่มากนัก เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ ในภาคเหนือด้วยกัน แต่ถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ และมีความพร้อมที่จะเป็นที่ตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากมีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เหมาะที่จะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า และสามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้

การจัดสัมมนาครั้งนี้ ต้องการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึง สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยในภาพรวม และศักยภาพของเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล เป็นการสะท้อนอุปสรรคสำคัญในการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ในมุมมองของนักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือตัวอย่างโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศที่น่าสนใจ

นอกจากนี้ ยังได้รับฟังมุมมองของผู้แทนโรงไฟฟ้าชีวมวล ในพื้นที่ศักยภาพและจังหวัดใกล้เคียง ถึงกระบวนการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวลของโรงไฟฟ้าในพื้นที่ เพื่อให้เห็นถึงกระบวนการบริหารจัดการ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ การจัดการสิ่งแวดล้อม และสังคมของชุมชนบริเวณรอบโรงไฟฟ้าชีวมวล รวมทั้งการรับฟังมุมมองจากผู้แทนชาวบ้าน หรือผู้นำชุมชนในพื้นที่ที่ดำเนินการสำเร็จแล้ว ตลอดจนบทบาทของชุมชนต่อการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล

โรงไฟฟ้าชีวมวลกับการอยู่ร่วมกับชุมชน

อย่างไรก็ดี การจัดสัมมนาครั้งนี้ ยังมีการสื่อสาร และสร้างความรู้ ความเข้าใจ ถึงบทบาทและภารกิจของ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า วางมาตรฐานความปลอดภัย ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพ รวมถึงการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย ไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชาวบ้านให้ดีขึ้น

สำนักข่าว The Bangkok Insight เชื่อมั่นว่าประโยชน์จากการดำเนินโครงการ ไฟฟ้าสีเขียว GREEN STATION นอกจากจะช่วยสร้างความตระหนักในแนวคิด CLEAN ENERGY FOR LIFE: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน แล้ว ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ด้วยการการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ไม้ เปลือกไม้ แกลบ ซังข้าวโพด ชานอ้อย ฟางข้าว ไปใช้ให้เกิดประโยชน์

โดยการนำไปเป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือที่เรียกว่าโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อทดแทนการนำเข้าเชื้อเพลิงชนิดอื่นจากต่างประเทศ เช่น น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ยังเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสภาวะภูมิอากาศแปรปรวน

โดยเชื่อว่าเมื่อมีโรงไฟฟ้าชีวมวลขึ้นในพื้นที่ จะช่วยทำให้เกิดการจ้างงานในระดับท้องถิ่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนในพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงโรงไฟฟ้า เป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ มีการจัดตั้ง กองทุนพัฒนาไฟฟ้า ตามมาตรา 97(3) เป็นกองทุนสำหรับชุมชนพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight