COLUMNISTS

เข้าสู่ยุค..ไร้ศรัทธา ข้าราชการสมองไหล

592

 

“คับที่อยู่ได้..คับใจอยู่ยาก” สุภาษิตนี้ยังมีความหมายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะข้าราชการและ รัฐวิสาหกิจบางแห่งเวลานี้ มีเสียงบ่นกันมาร่วมๆ 4 เดือน เรียกว่าบ่นกันทุกระดับชั้น

เสียงบ่นที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆกับการแสดงความไม่เคารพเอาเสียเหลือเกิน ข้าราชการจำนวนมากแทบจะไม่ให้เกียรติกันเสียด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่คนคนนั้นมีตำแหน่งใหญ่โตตอนนี้

การไม่เคารพซึ่งกันและกันย่อมสร้างความลำบากใจต่อการอยู่ร่วมกัน แม้กระทั่งการที่จะหันหน้าเข้าหากัน ฝ่ายหนึ่งมองว่า “ไม่เก่ง ไม่มีความสามารถ รู้ไม่จริง ไม่กล้าตัดสินใจ ทำงานไม่เป็น พูดจาไม่รู้เรื่อง ไม่มีความมั่นใจ ไม่กล้าเผชิญหน้ากับผู้คน ชอบหลบๆซ่อนๆ” สิ่งเหล่ามักปรากฎขึ้นบ่อยครั้ง จนทำให้ไร้ซึ่งความศรัทธาของข้าราชการชั้น “ผู้น้อย”

จริงๆการเข้ามาบริหารงานในตำแหน่งหน้าที่ใหญ่ๆ หากไม่ได้แรงศัทธาจากผู้ใต้บังคับบัญชา ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อการทำงานเป็นแน่แท้ และยิ่งการเข้ามาแบบที่ไม่ได้ใช้ความสามารถจริงๆ มาแบบ “ขัดตาทัพ”แรงศรัทธาย่อมหล่นหายไปทันที

อดีตยังเคยถูกข้าราชการระดับผู้อำนวยการขึ้นไป “โขกสับ” เมื่อครั้งทำงานร่วมกัน แต่เมื่อขึ้นมาเป็นใหญ่เป็นโตจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม หากไม่เก่งจริงแรงศรัทธาย่อมไม่มีแน่นอน

ฉะนั้นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใส่ใจ และมองเห็นประเด็นเหล่านี้ ไม่ใช่ทำหน้าที่เพียงแค่ “ตกปากรับคำใครก็ได้” ยังไงก็ได้

วันนี้เราเริ่มจะเห็นความผิดปกติเกิดขึ้นแล้วในบางกระทรวงที่ข้าราชการระดับสูงระดับต่ำเริ่มไม่ศรัทธาผู้มีอำนาจในกระทรวง เรียกว่านับวันเกิดขึ้นรุนแรง แบบพูดจาไม่ฟังอะไรกันเสียแล้ว

ถามว่าหากยังปล่อยให้การดำเนินการเป็นอยู่อย่างนี้ การบริหารประเทศจะพัฒนาไปได้อย่างไร

หนักไปกว่านี้ วันก่อนมีโอกาสได้นั่งคุยกับเพื่อนฝูง มีการพูดถึงข้าราชการระดับสูงกระทรวงแถววิภาวดี “เริ่มสมองไหล” พร้อมๆ กับบอกว่า ไม่เคยเกิด “วิกฤติศรัทธา” อย่างนี้มาก่อน เป็นข้าราชการมาหลายสิบปี แต่ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เกิดการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานในกระทรวงอย่างหนัก มีข้าราชการจำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่มีความสุข ที่จะทำหน้าที่เป็นข้าราชการอีกต่อไป

ล่าสุดเริ่มมีข้าราชการจำนวนหนึ่งยื่นขอลาออกจากราชการ ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อายุไม่มาก และยังมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานเป็นอย่างดี มีการตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกแบบ “ใบไม้ร่วง” ทีเดียว

กลุ่มแรกยื่นลาออกมีการอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว

กลุ่มที่สองมีอยู่ 3-4 คน กลุ่มนี้เป็นข้าราชการระดับดอกเตอร์เชียว เรียกว่าอายุไม่มากไม่มาย แว่วๆ มาว่ามีการร้องขอไม่ให้ลาออก แต่คงไม่ประสบความสำเร็จ

สิ่งที่น่าคิด และว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนเราอยู่ๆ ถึงได้ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากราชการ แบบง่ายดายอย่างนี้ ทั้งๆ ที่การเข้ามาเป็นข้าราชการของแต่ละคนไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ประกอบกับการรับราชการน่าจะมีสิ่งที่ดีๆ ในอนาคต แต่ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงไม่ประสงค์จะขอรับราชการอีกต่อไป

แต่ที่แน่ๆเสียงที่สะท้อนออกมา พวกเขาเหล่านี้ “ไม่ศรัทธาผู้นำ” ในกระทรวงเสียอย่างนั้น และยังมีปัญหาการบริหารที่ทำให้อยู่ยากขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นบ่งบอกถึงวิธีการคัดเลือกคนเข้ามาบริหาร ยังอ่อนประสบการณ์ อ่านคนไม่ขาด แต่ก็ไม่แน่ใจว่า การดึงคนเข้ามาบริหารกระทรวงใหญ่แบบนี้ ได้คิดไตร่ตรองนานแค่ไหน หรือเกิดจาก “เด็กฝาก” โดยไม่ได้พิจารณาจากธาตุแท้ว่า เขามีความสามารถจริงหรือไม่ หรือเข้ามาเพียงแค่คั่นเวลาอะไรบางอย่าง

ฉะนั้นสิ่งที่ปรากฎอยู่ ก็ไม่ต่างอะไรกับที่ใครต่อใครมักพูดเสมอว่า “นอมินี” นั่นเอง จะยุคไหนสมัยไหนมันก็ไม่ต่างกัน!!!

เมื่อคนข่าว..ยังต้องทำข่าว