Branding

‘ซีพีเอฟ’ รับนโยบาย ‘ธนินท์ เจียรวนนท์’ เดินหน้าลงทุนนอก รับกำลังซื้อไทยอ่อนตัว

ซีพีเอฟ ลั่นเดินหน้าขยายตลาดที่ยังเติบโตจาก 17 ประเทศที่เข้าไปลงหลักปักฐาน โดยเฉพาะ จีน เวียดนาม อินเดีบ ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สหรัฐ รับกำลังซื้อไทยยังไม่ฟื้นแต่เชื่อไม่กระทบธุรกิจอาหาร พร้อมจับตาภัยแล้งปีหน้า

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ในปี 2563 นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้มอบนโยบายการทำงานของซีพีเอฟ โดยเน้นการสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หลังจากภาพรวมในปี 2562 บริษัทยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยจะเติบโตไม่มากก็ตาม

20141031113518

สำหรับเป้าหมายสำคัญของซีพีเอฟ ในปี 2563 คือ การมองหาโอกาสและขยายธุรกิจในประเทศที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในตลาดที่ซีพีเอฟเข้าไปลงทุนปูพื้นฐานธุรกิจแล้วใน 17 ประเทศ ซึ่งในทั้ง 17 ประเทศดังกล่าว พบว่าประเทศที่เติบโตดีได้แก่ ประเทศจีน เวียดนาม อินเดีบ ฟิลิปปินส์ รัสเซีย และสหรัฐ ซึ่งจะเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ แม้ว่ากำลังซื้อของคนไทยและภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย จะยังไม่ฟื้น โดยเฉพาะกำลังซื้อที่อ่อนตัวลง แต่บริษัทยังเชื่อมั่นว่า สินค้ากลุ่มอาหารในชีวิตประจำวันจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด  เนื่องจากคนจะหันไปประหยัดเรื่องอื่น และบริษัทผลิตโปรตีนราคาถูกไม่แพง ไม่ว่าจะเป็น ไก่ หมู กุ้ง ปลา ไข่ไก่ ล้วนเป็นพื้นฐานที่คนต้องบริโภคทั้งนั้น

ดังนั้น ธุรกิจของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบและยังเติบโตต่อเนื่องเพราะคนยังต้องทานอาหาร 3 มื้อ อาจจะลดปริมาณการทานลง แต่อาหารมื้อหลักโดยเฉพาะกลุ่มโปรตีนยังจำเป็น ทำให้พิจารณาตัดค่าใช้จ่ายอย่างอื่นก่อน

“ที่สำคัญคือ เราเป็นผู้ผลิตอาหารราคาถูก เป็นแหล่งโปรตีนราคาไม่แพง ไม่ว่าจะเป็น ไก่ หมู กุ้ง ปลา ไข่ไก่ ล้วนเป็นพื้นฐานที่คนต้องบริโภคทั้งนั้น ดังนั้น ธุรกิจของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบและยังเติบโตต่อเนื่อง”นายอดิเรกกล่าว

CPF Food No Trans Fat

นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นว่า จากแนวธุรกิจที่บริษัทยึดมั่นตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเรื่องอาหารปลอดภัย อาหารที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ อาหารถูกสุขลักษณะ อีกทั้งการผลิตของบริษัทเป็นการผลิตที่ครบวงจร มีธุรกิจในเครือตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และเน้นการดูแลสิ่งแวดล้อมด้สวย จะเป็นสิ่งที่ทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงในปีหน้า เป็นเรื่องภัยแล้ง เพราะน้ำเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งสำหรับคน สัตว์ พืช หากเกิดภัยแล้งถึงอย่างไรก็ต้องมีผลกระทบแน่นอน ดังนั้น ฟาร์มปศุสัตว์ต้องเตรียมพร้อมโดยเฉพาะการสำรองน้ำ เพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด และสิ่งที่สำคัญคือ ต้องเน้นประสิทธิภาพ ต้นทุน คุณภาพ และการบริการ

สำหรับกรณีค่าเงินบาทแข็งค่า ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคส่งออกนั้น นายอดิเรกกล่าวว่า ซีพีเอฟได้รับผลกระทบน้อยมาก เนื่องจากรายได้จากการส่งออกมีสัดส่วนน้อยหรือประมาณ 5% เท่านั้น ที่เหลือเป็นรายได้จากยอดขายในประเทศสัดส่วน 27-28% และส่วนใหญ่อีกกว่า 70% เป็นธุรกิจที่เราไปลงทุนต่างประเทศและเป็นรายได้จากต่างประเทศ นอกจากนี้บริษัทยังนำเข้าวัตถุดิบเข้ามา ทำให้น้ำหนักของนำเข้าเมื่อบาลานซ์ส่งออกแล้วไม่แตกต่าง