ดูหนังออนไลน์
Business

พาณิชย์ โต้ข้อครหา ลั่นมอบ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย จัดหา ส่งข้าว จีทูจี มากว่า 20 ปี!

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย รับหน้าที่ จัดหาและส่งมอบข้าวแบบรัฐต่อรัฐ มากว่า 20 ปี กระทรวงพาณิชย์โต้เดือด เพื่อไทย ลั่นไม่ได้เอื้อประโยชน์ แต่เพื่อผลประโยชน์ประเทศ

จากกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีที่ กรมการค้าต่างประเทศ ได้โอนการส่งมอบข้าว แบบรัฐต่อรัฐ (G to G) ปริมาณ 20,000 ตัน ให้กับ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ว่าเป็นการให้ผลประโยชน์ของประเทศไท ยให้แก่สมาคมฯ โดยไม่มีการประมูลหรือไม่ และมีการระบุราคาขายที่ตันละ 520 เหรียญสหรัฐ แต่ราคาตลาดอยู่ที่ 480 เหรียญสหรัฐ ทำให้มีส่วนต่าง รวมทั้งยังมีการเรียกเก็บค่าบริหารจัดการตันละ 150 บาท

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า วิธีการจัดหาข้าว และส่งมอบ ภายใต้สัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ และเป็นสิ่งที่ได้ดำเนินการมาช้านาน หลายยุคหลายสมัย ในหลายรัฐบาล ที่มีการขายข้าว G to G มา 20 กว่าปีแล้ว

จนถึงปัจจุบัน ยังได้ดำเนินการตาม “แนวทางปฏิบัติในการเจรจาและการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ” ที่ คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2562 และคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบแนวทางปฏิบัติดังกล่าวเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563

อีกทั้งแนวทางปฏิบัติดังกล่าว ยังมีที่มาตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอเรื่อง “มาตรการป้องกันการทุจริต กรณีการค้าระหว่างประเทศแบบรัฐต่อรัฐ จากโครงการรับจำนำข้าว และการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ” และกรมฯ ได้ประชุมหารือ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำแนวทางปฏิบัติดังกล่าว สำหรับใช้เป็นแนวทางในการขายข้าวแบบ G to G

ทั้งนี้ มติ นบข. ยังได้มอบหมายให้ กรมฯ ร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ปรับปรุงหรือจัดหาข้าวส่งมอบให้แก่รัฐบาลประเทศผู้ซื้อตามสัญญา G to G โดยให้กรมฯ ทำข้อตกลงความร่วมมือกับสมาคมฯ ตามแบบข้อตกลงที่ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว

ส่วนเหตุผลที่มอบสมาคมฯ เนื่องจากเงื่อนไขการส่งมอบข้าวในแต่ละสัญญา มีรายละเอียดในการปฏิบัติ ที่ต้องอาศัยความรู้ความชำนาญ เฉพาะของผู้ที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญในการส่งข้าวไปต่างประเทศ และสมาคมฯ เป็นองค์กรที่มีภารกิจหลัก ในการส่งออกข้าวโดยตรง และมีสมาชิก ที่มีความพร้อมในการส่งออกข้าว รวมทั้งมีศักยภาพในการรับประกันความเสี่ยง ในการส่งมอบข้าวภายใต้สัญญา G to G เช่น การเปลี่ยนแปลงของราคาข้าวในตลาด ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน สภาพอากาศที่ทำให้เกิดปัญหาส่งมอบข้าวล่าช้า ค่าเสียเวลาเรือและค่าปรับที่อาจเกิดขึ้น เป็นต้น

กีรติ รัชโน

นายกีรติ กล่าวว่า รัฐบาลในหลายยุคหลายสมัย ได้มอบกรมฯ ร่วมมือกับสมาคมฯ จัดหาและส่งมอบข้าวแบบ G to G ให้ China National Cereals, Oil and Foodstuff Import and Export Corporation (COFCO) รัฐบาลจีน , The National Food Authority (NFA) รัฐบาลฟิลิปปินส์ และ Padiberas Nasional Berhad (BERNAS) รัฐบาลมาเลเซีย เป็นต้น

การร่วมมือดังกล่าว เนื่องจากสมาคมฯ มีความคล่องตัวในการดำเนินการ และการบริหารจัดการ หากรัฐมาดำเนินการจัดหา และส่งมอบข้าวเอง จะใช้เวลาในการดำเนินการในแต่ละขั้นตอน อาจทำให้การส่งมอบล่าช้า ซึ่งคำสั่งซื้อข้าว G to G ส่วนใหญ่ต้องการการส่งมอบโดยเร็ว

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา สมาคมฯ สามารถส่งมอบข้าว ให้แก่รัฐบาลผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น ทันตามกำหนดเวลา สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศผู้ซื้อ และรักษาชื่อเสียงของประเทศเป็นสำคัญ

ด้าน นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวถึงการจัดเก็บค่าบริหารจัดการการส่งมอบข้าวแบบ G to G จากสมาชิกที่ได้รับการจัดสรร ว่า สมาคมฯ ดำเนินการลักษณะนี้มาโดยตลอด เนื่องจากการส่งมอบข้าวแบบ G to G มีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเกิดขึ้น ทั้งการใช้บุคลากรในการดูแลติดตาม ประสานงาน และจัดเตรียมเอกสารหลักฐานการส่งออก รวมทั้งการทำธุรกรรมต่างๆ และยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการประกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการส่งมอบ เพื่อให้การส่งมอบข้าวในนามรัฐบาลไทยเป็นไปอย่างเรียบร้อย

ขณะที่ การจัดเก็บค่าบริหารจัดการในแต่ละครั้ง ที่มีการส่งมอบข้าวแบบ G to G สมาคมฯ จะพิจารณาจาก ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และปริมาณ ซึ่งไม่ได้ใช้อัตราเดียวกันทุกครั้ง เช่น ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย สมาคมฯ จัดเก็บอัตราตันละ 30 บาท

สำหรับการส่งมอบ COFCO ในครั้งนี้ ซึ่งมีจำนวนเพียง 20,000 ตัน สมาคมฯ จำเป็นต้องเก็บค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้นอยู่ที่อัตราตันละ 150 บาท เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ซึ่งค่าบริหารจัดการที่คงเหลือสมาคมฯ ได้นำไปใช้จ่ายเพื่อกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ

อ่านข่าวเพิ่มเติม