ดูหนังออนไลน์
Business

10 เรื่องน่ารู้ ‘DELTA’ หุ้นเด้งแห่งปี

นาทีนี้คงไม่มีหุ้นตัวไหนที่ถูกจับตามองไปมากกว่า DELTA หรือ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหนวยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของประเทศไทย ที่มูลค่าบริษัท (Market Cap.) พุ่งแตะสู่ระดับ 4.2 แสนล้านบาท สูงสุดอันดับ 8 ของตลาดหุ้นไทยเป็นที่เรียบร้อย  แต่เชื่อว่าคงมีหลายคนที่ได้เห็นชื่อ DELTA ผ่านหูผ่านตากันบ่อยๆ แต่ยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเขาทำธุรกิจอะไร แล้วเกิดอะไรขึ้นถึงทำให้มูลค่าปรับตัวขึ้นอย่างมหาศาล วันนี้เราจึงได้ย่อยมาให้อ่านแบบสั้นๆ เป็น 10 ประเด็น ดังนี้

1. DELTA ทำธุรกิจอะไร

DELTA คือ ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์จัดการระบบกำลังไฟฟ้า และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ พัดลมอิเล็กทรอนิกส์, อีเอ็มไอ, ฟิลเตอร์ และโซลินอยด์ สินค้าเหล่านี้จะถูกใช้เป็นส่วนประกอบในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อุปกรณ์สำนักงาน, เครื่องมือแพทย์, รถยนต์ และโทรคมนาคม  อีกกลุ่มธุรกิจที่ DELTA ทำก็คือการผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สําหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Car) ที่กำลังเป็นที่สนใจของภาคเอกชน และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐทั่วโลก ทำให้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้บริษัทมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง

2. มีบริษัทแม่อยู่ที่ไต้หวัน

ความจริงแล้ว DELTA เป็นบริษัทลูกของ DELTA Electronics (Taiwan) ประเทศไต้หวัน โดยมีสำนักงานใหญ่ในกรุงไทเป เริ่มก่อตั้งบริษัทในเดือนเมษายน 1971 โดย “Bruce Cheng” ซึ่งปัจจุบันเป็นท็อป 50 มหาเศรษฐีของไต้หวัน ด้วยมูลค่าสินทรัพย์กว่า 2 พันล้านดอลลาร์ 

3. รายได้ของ DELTA มาจากไหน 

ตัวเลขในปี 2562 บริษัทมีรายได้รวม 51,896 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 ส่วน ดังนี้ 

– กลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ 63.1% หรือราว 32,746 ล้านบาท จะเป็นสินค้าที่เกี่ยวกับการผลิต และบริการแบบครบวงจร ด้านการจัดการพลังงาน และการจัดการความร้อน

– กลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน 32.4% หรือราว 16,814 ล้านบาท คือ ผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีสื่อสารข้อมูล และระบบพลังงานสำหรับพลังงานทดแทน และเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า 

– กลุ่มผลิตภัณฑ์อัตโนมัติ 4.2% หรือราว 2,179 ล้านบาท ประกอบด้วยอุปกรณ์อัตโนมัติในโรงงานอัจฉริยะ ระบบแสงสว่าง ระบบเฝ้าระวังอัตโนมัติ 

– อื่นๆ อีก 0.3%

4. มีลูกค้าอยู่ทั่วทุกภูมิภาคทั่วโลก

DELTA มีฐานการผลิตอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้ ทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งรายได้จากแหล่งต่างๆ ดังนี้

– เอเชีย 36%

– สหรัฐอเมริกา 34%

– ยุโรป 28%

– และอื่นๆ อีก 2%

5. ผลประกอบการ 5 ปี ย้อนหลัง DELTA

จากภาพรวมผลงาน 5 ปีย้อนหลังของ DELTA พบว่า รายได้ค่อนข้างทรงตัว และไม่ได้มีการเติบโตโดดเด่นเท่าไหร่นัก ขณะที่ผลกำไรในปี 2562 ปรับลดลง เนื่องจากมีต้นทุนจากการเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า

6. กำไรปี 2563 โตก้าวกระโดด

อย่างไรก็ดี ปี 2563 เป็นปีที่ DELTA ได้รับประโยชน์อย่างมากจากธุรกิจจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และการมาของ EV Car จนทำให้กำไรโตสุดขีดมาตั้งแต่ไตรมาส 2 สำหรับงบ 9 เดือนปี 2563 บริษัททำรายได้ 55,776 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,520 ล้านบาท เติบโต 114% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน 

7. การมาของ EV Car สร้างความพิเศษให้ DELTA

การกลับมาได้รับความสนใจของอุตสากรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้ DELTA ได้รับอานิสงน์เต็มๆ ก่อนหน้านี้รัฐบาลเยอรมันและฝรั่งเศส อัดฉีดเม็ดเงิน 8,000-50,000 ล้านยูโร สนับสนุนให้ประชาชนซื้อ EV Car  ซึ่ง DELTA ถือเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปโดยตรง

8. เตรียมเข้าคำนวณดัชนี SET50

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการพิจารณาปรับรายการหลักทรัพย์ที่ใช้ในคำนวณ SET50 และ SET100 Index ทุกๆ 6 เดือน รอบใหม่จะมาถึงในเดือนมกราคม 2564  แน่นอนว่า DELTA จะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50 เพราะมูลค่าหลักทรัพย์ที่ติดท็อป 10 ของตลาดหุ้นไทยไปแล้ว โดยถือเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้นักลงทุนเชื่อมั่นและกล้าที่จะไล่ซื้อหุ้น DELTA มาจนถึงระดับนี้ Free Float ต่ำ คือเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ปัจจุบัน DELTA มีสัดส่วนของผู้ถือหุ้นรายย่อย 22.35%  ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหวขึ้นลงได้ง่ายจากการ “ทุ่มซื้อ” หรือ “เทขาย” จากรายใหญ่ เรื่องนี้จึงเป็นปัจจัยที่รายย่อยต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน และระมัดระวังเป็นพิเศษ

10. ราคาหุ้น DELTA เต็มมูลค่าหรือยัง ?

จากต้นปี DELTA ราคาอยู่ที่ 51.75 บาท แต่ตอนนี้ทะยานไปที่ 343 บาทแล้ว เด้งมาถึง 562.80% คือถ้านำเงิน 100,000 ซื้อหุ้นตอนนี้ต้นปี จากเงินแสนจะกลายเป็น 563,000 บาท !! แต่คำถาม คือ ถ้าใครที่คิดจะซื้อหุ้น DELTA ตอนนี้ ช้าไปหรือยัง ด้วย P/E Ratio ที่สูงถึง 72.48 เท่า และ P/BV 11.60 เท่า  และเมื่อพิจารณาจากความเห็นของ IAA Consensus มุมมองของนักวิเคราะห์ 10 ราย ให้ราคาพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 174.7 บาท ซึ่งก็ต้องบอกว่าราคา ณ ปัจจุบัน วิ่งเกินราคาเหมาะสมที่ประเมินไว้ค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงเป็นสิ่งผู้ลงทุนต้องถามตัวเองให้ดีว่าเชื่อในพื้นฐานและอนาคตของหุ้นตัวนี้มากแค่ไหน

คำเตือน : บทความนี้ไม่ได้ชี้นำให้ซื้อ หรือขายหุ้นตัวนี้แต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

InveStory