ดูหนังออนไลน์
Business

ไม่จบ!!ผู้บริหาร-สหภาพฯ จ่อตั้งโต๊ะเจรจาสัมปทานทางด่วนรอบใหม่

ผู้บริหาร-สหภาพฯ ตั้งโต๊ะเจรจาสัมปทานทางด่วนรอบใหม่ หลังสหภาพฯ ไม่พอใจ เปิดข้อเสนอใหม่ให้แบ่งกองทุน TFF จำนวน 4.3 พันล้านบาท มาใช้หนี้ BEM แทน  ด้าน “สุรงค์” ย้ำดำเนินการตามมติ ครม. ที่สั่งการให้หาข้อยุติด้วยการเจรจากับเอกชน ชี้บอร์ดไม่ใช่ศัตรูของสหภาพฯ 

นายชาญชัย โพธิ์ทองคำ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยพนักงานการทางพิเศษฯ ประมาณ 100 คน ได้ยื่นหนังสือแสดงจุดยืนคัดค้านเรื่องการขยายสัมปทานทางพิเศษ (ทางด่วน) กับนายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษฯ และนายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการการทางพิเศษฯ

ทั้งนี้ได้เรียกร้องให้ยกเลิกมติบอร์ดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 ที่เห็นชอบให้การทางพิเศษฯ ไปเจรจากับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพื่อให้ BEM ยกหนี้สินที่เกิดจากการฟ้องร้องทั้งหมด แลกกับการขยายสัมปทานทางด่วนอุดรรัถยาและทางด่วนศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) เป็นเวลา 37 ปี เนื่องจากสหภาพฯ มองว่าบอร์ดได้รับข้อมูลไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ ขอให้นำเงินที่ระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund : TFF) จำนวน 4,300 ล้านบาท จากทั้งหมด 45,000 ล้านบาท ไปจ่ายค่าชดเชยคดีที่ศาลพิพากษาให้แพ้ BEM จำนวน 1 คดี เพื่อหยุดภาระดอกเบี้ยไม่ให้เพิ่มขึ้น

ขณะที่นายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กล่าวหลังจากรับหนังสือจากสหภาพฯ ว่าจะรายงานความเห็นทั้งหมดของสหภาพฯ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง ส่วนข้อเสนอของสหภาพฯทางบอร์ดจะรับไว้พิจารณาในรายละเอียดต่อไป

 ประธานบอร์ดขอ ‘ทางออกใหม่’ หากจะยุติการเจรจา

อย่างไรก็ตามนายสุรงค์ กล่าวว่าตนได้ชี้แจงกับสหภาพฯ ว่า บอร์ดไม่ใช่ศัตรูของสหภาพฯ โดยบอร์ดได้ดำเนินการตามหน้าที่และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 เดือนตุลาคม 2561 ที่เห็นชอบให้การทางพิเศษฯ ไปเจรจากับคู่พิพาท เพื่อบรรเทาความเสียหายของรัฐ เมื่อการทางพิเศษฯ และ BEM เจรจาได้ข้อยุติแล้ว จึงเสนอเรื่องให้ที่ประชุมครม. ตัดสินใจต่อไป โดยยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้จบที่บอร์ดและบอร์ดไม่ใช่ผู้ตัดสินใจว่าจะขยายอายุสัมปทานหรือไม่

สำหรับข้อเสนอของสหภาพฯ ที่ให้ยกเลิกมติบอร์ดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 นายสุรงค์กล่าวว่า ตนได้รับข้อเสนอไว้และจะนำเสนอให้บอร์ดพิจารณา ถ้าหากสหภาพฯ ไม่ต้องการให้เจรจากับ BEM ก็ต้องนำเหตุและผลมาคุยกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เพราะการใช้อารมณ์และกฎหมู่ไม่สามารถหาทางออกได้ แล้วยังส่งผลเสียกับบรรยากาศในการแก้ปัญหาอีกด้วย

นอกจากนี้ ต้องเข้าใจว่า กรรมการในบอร์ดมีความเป็นอิสระ เพราะแต่ละคนก็มาจากหน่วยงานต่างๆ  และมีอำนาจตัดสินใจตามดุลพินิจของแต่ละฝ่าย ไม่สามารถบังคับได้ การตัดสินใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับตนเท่านั้น

“ผมดำเนินการตามมติ ครม. ที่สั่งการให้หาข้อยุติด้วยการเจรจา แต่ผลการเจรจาจะเป็นแบบไหน ก็ต้องเสนอให้ ครม. พิจารณาอีกครั้ง ท่านอาจจะมีความเห็นหรือมุมมองที่แตกต่างออกไปก็ได้ ผมไม่รู้ ถ้าหากสหภาพฯ จะให้ยกเลิกการเจรจาตามมติ ครม. ก็ต้องเอาข้อมูล ข้อดีข้อเสีย และเสนอทางทั้งหมด มาคุยกันว่าจะทำยังไงต่อ ถ้ามีเหตุผลก็ทำได้” นายสุรงค์กล่าว

สำหรับกรณีที่สหภาพฯ เสนอให้นำกระแสเงินสดขององค์กรหรือ TFF ไปจ่ายค่าชดเชยให้ BEM นั้น เบื้องต้นก็ต้องพิจารณาตามกฎหมายและระเบียบก่อนว่า สามารถดำเนินการได้หรือไม่ ขณะเดียวกันก็ต้องคุยกับกระทรวงการคลังและ ครม. ด้วย เพราะการทางพิเศษฯ เป็นหน่วยงานของรัฐ แต่เบื้องต้นการระดมทุนจากประชาชนผ่าน TFF มีจุดประสงค์เพื่อนำไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การรนำเงินไปจ่ายค่าชดเชยจึงผิดวัตถุประสงค์และมีสิทธิ์โดนฟ้องร้องได้ ดังนั้นจึงต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพิจารณาระเบียบก่อน

ทั้งนี้ ตนและสหภาพฯ จะต้องนัดหารือในเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในเร็วๆ นี้ แต่ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอน หลังจากนั้นจะเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดพิจารณาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายว่า การประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 23 มกราคม ได้มีการรับรองผลการประชุมเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 ส่งผลให้สหภาพฯ เกิดความไม่พอใจ และบุกเข้าไปในห้องประชุม จนทำให้การประชุมบอร์ดต้องยุติลงกลางคัน

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE