ดูหนังออนไลน์
COVID-19

ผงะ! ‘คลัสเตอร์สถานบันเทิง’ ติดโควิดแล้ว 291 ราย กระจายทั่วไทย

ศบค. พบ ผู้ติดเชื้อ “คลัสเตอร์สถานบันเทิง” พุ่งขึ้นถึง 291 รายแล้ว กระจายทั่วทุกภาค เพิ่มความถี่ตรวจตรา “ศบค.” ยังไม่ปรับระดับสีพื้นที่ รอ สธ.-มท.ถก 1-2 วันนี้ ย้ำก่อนเดินทางข้ามจังหวัด ศึกษามาตรการพื้นที่ให้ดี

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวในวันนี้ (7 เม.ย.)ว่า สรุปผู้ติดเชื้อ ที่เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์สถานบันเทิงในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม-6 เมษายน 2564 รวมทั้งสิ้น 291 ราย แบ่งเป็น

  • กรุงเทพมหานคร 200 ราย
  • ชลบุรี 23 ราย
  • สมุทรปราการ 18 ราย
  • สุพรรณบุรี 14 ราย
  • นนทบุรี 13 ราย
  • นครปฐม 7 ราย
  • ปทุมธานี 5 ราย
  • เชียงใหม่ ชุมพร สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย
  • เลย กาญจนบุรี ตาก ลพบุรี สระแก้ว จังหวัดละ 1 ราย

ตัวเลขดังกล่าว ยังไม่รวมกับผู้ติดเชื้อในจังหวัดยโสธร เพชรบูรณ์ เชียงราย ที่เพิ่งมีการรายงานเข้ามาว่า เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์สถานบันเทิงในกรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ตาม ทางรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้หารือร่วมกับกรุงเทพมหานคร ในการออกคำสั่งปิดสถานบันเทิงใน 3 เขต ได้แก่ วัฒนา คลองเตย และบางแค ระหว่างวันที่ 6-19 เมษายน  รวมทั้ง ได้มีการทบทวนเพิ่มความเข้มข้นมาตรการในการกำกับดูแล และเพิ่มความถี่ในการตรวจสถานบันเทิง

พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า สืบเนื่องจากข้อเสนอจากที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (อีโอซี) เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ที่หารือถึงการทบทวนปรับระดับพื้นที่ กำหนดพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร โดยเสนอให้ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กพิจารณา

ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก เห็นว่า ตามมาตรการเดิม ได้ให้อำนาจกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ในการหาข้อสรุป ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาด ดังนั้น จะยังไม่มีการปรับพื้นที่ หรือปรับสี ขอให้ทั้ง 2 กระทรวงหารือในรายละเอียดกันก่อน ซึ่งจะมีการหารือกันภายใน 1-2 วันนี้

อย่างไรก็ตาม ตามประกาศ ศบค.ฉบับที่ 18 และ 15 ซึ่งออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ระบุชัดเจนว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจเข้าตรวจสอบสถานที่ให้เป็นไปตามแนวทางป้องกันโรค ให้คำแนะนำ ตักเตือน ห้ามปราม กำหนดช่วงเวลาให้มีการแก้ไขปรับปรุง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และมีอำนาจเสนอให้สั่งปิดชั่วคราว

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สามารถพิจารณาปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ย่อยในเขตพื้นที่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในห้วงต่าง ๆ ได้ และเมื่อในแต่ละพื้นที่ มีความเห็นอย่างไร สามารถดำเนินการได้

ทั้งนี้ ขอให้ติดตามการรายงานของจังหวัดอย่างใกล้ชิด ส่วนการใช้ยาแรงปิดประเทศไม่ถือว่ามีประสิทธิภาพ เพราะพื้นที่จะเข้าใจปัญหาของตัวเอง และสามารถกำหนดมาตรการได้ดีที่สุด

พญ.อภิสมัย เปิดเผยด้วยว่า ในส่วนของ กทม.ได้มีการรายงานผลการค้นหาเชิงรุก จากกรณีการแพร่ระบาดในสถานบันเทิงไปแล้ว 6,000 กว่าราย เฉพาะเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน ตรวจไปแล้วกว่า 1,500 ราย

ดังนั้น จึงขอความร่วมมือไปยังประชาชน ที่เข้าไปยังสถานบันเทิงต่าง ๆ ให้เข้าไปยังเว็บไซต์ bkkcovid19 เพื่อเข้าไปทำการประเมินความเสี่ยง ถ้าพบว่ามีความเสี่ยงสูงจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อไป เพื่อขอให้เข้าตรวจเชื้อทันที และระหว่างผลยังไม่ออก หรือเป็นลบครั้งที่หนึ่ง จะขอให้กักตัวก่อน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ใกล้เข้าสู่เทศสงกรานต์ที่ จะมีการเดินทางข้ามจังหวัด จึงขอว่าใครที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปจังหวัดใด ขอให้ศึกษาข้อกำหนดของจังหวัดนั้น ๆ ด้วย หากจังหวัดกำหนดว่าต้องกักตัว 14 ตัว ก็ต้องปฏิบัติตาม และขอความร่วมมืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) แต่ละพื้นที่อาจจะต้องเหนื่อยในช่วงนี้ ในการติดตามผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยง

สำหรับการกระจายฉีดวัคซีนนั้น นับถึงเมื่อวานนี้ (6 เม.ย.) มีผู้ฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว 274,354 ราย ฉีดเข็มที่สองไปแล้ว 49,635 ราย ซึ่งตอนนี้การจัดหาวัคซีนยังมีจำกัด แต่ในเดือน มิถุนายน จะมีการกระจายวัคซีนอย่างเหมาะสม และทั่วถึงมากขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team