ดูหนังออนไลน์
Business

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ ห่วงโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ฉุดภาพรวมส่งออก

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ ประเมินส่งออกไทย ปีนี้ โตได้ 3-4% แต่ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยง ค่าระวางเรือ ความต้องการตู้คอนเทนเนอร์  รวมไปถึงปัญหาเพื่อนบ้าน

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ คาดการณ์ตลาดส่งออกไทยปีนี้ ยังเติบโตได้ 3-4% โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญ ที่เข้ามาสนับสนุนการฟื้นตัว 4 ปัจจัย ดังนี้

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ

  • สัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ มีทิศทางดีขึ้นทั่วโลก คือ การเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มีมากขึ้น ส่งผลบวกต่อทิศทางการฟื้นตัวของระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และกิจกรรมการค้าระหว่างประเทศดีขึ้นต่อเนื่อง โดยทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 500 ล้านโดสกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ประเทศไทย ฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 1.36 แสนโดส มีคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ มูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลดีต่อกำลังซื้อของประชาชนกลุ่มกลาง-ล่าง จากการได้รับเงินช่วยเหลือ 1,400 เหรียญสหรัฐ/คน รวมถึงนโยบายปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำเป็นเท่าตัวจาก 7.5 เป็น 14 เหรียญสหรัฐ/ชั่วโมง จะส่งผลดีต่อความต้องการสินค้าจากทั่วโลกรวมถึงสินค้าไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และ การทำงานที่บ้าน เช่น ถุงมือยาง, หน้ากากอนามัย, ผลไม้แปรรูป, อาหารสำเร็จรูปและเครื่องปรุงอาหาร รวมถึงเครื่องดื่ม อุปกรณ์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์และของตกแต่งบ้าน เป็นต้น
  • ราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
  • ค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่า ในรอบ 4 เดือน จากอานิสงส์การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ซึ่งมีแรงหนุนมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐมูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และสถานะการขายสุทธิ ในตลาดพันธบัตรและตลาดทุน

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องของค่าระวางเรือ ความต้องการตู้คอนเทนเนอร์ ที่จะกระทบต่อการนำเข้า-ส่งออกไทยในปีนี้ รวมไปถึงปัญหาของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดเมียนมา ที่หดตัวสูงถึง 29.7% โดยสรุปปัจจัยเสี่ยง ได้ดังนี้

กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์
  • ปัญหา International Logistics เช่น ปัญหาเรือ Ever Given บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์กว่า 20,000 TEUs ประสบอุบัติเหตุในคลองสุเอซ ประเทศอียิปต์ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งจากเอเชียไปยุโรป ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเรือบรรทุกสินค้า น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หลายร้อยลำไม่สามารถผ่านเส้นทางนี้ได้ และส่งผลทำให้การส่งมอบสินค้าล่าช้ากว่ากำหนดกระทบภาคการผลิต

นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลกระทบต่อเนื่อง ทำให้เกิดปัญหาความแออัดในบริเวณท่าเรือ Said Port และ Suez Port รวมทั้ง Transshipment Port ที่สำคัญ รวมทั้งปัญหาการส่งมอบสินค้าล่าช้า และอาจจะมีการปรับค่าระวางเรือเพิ่มขึ้น (Spot Rate) รวมถึงค่าเซอร์ชาร์จ ในบางรายการ

  • ปัญหาตู้สินค้าขาดแคลน และอัตราค่าระวางที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งมีแนวโน้มที่ค่าระวางเรืออาจทรงตัวในระดับสูง ไปจนถึงปลายปี 2564 ปัญหาความแออัด ภายในท่าเรือแหลมฉบัง
  • การระบาดโควิด-19 รอบใหม่ในสหภาพยุโรป โดยเฉพาะในประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายประเทศ เริ่มกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่อาจกลับมาชะลอได้อีกครั้ง
  • ปัญหาชิปขาดแคลน
  • การขาดแคลนแรงงานกลุ่ม Unskilled labor เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเข้าออกของแรงงาน ทั้งนี้ปัญหาอาจมีความรุนแรงมากขึ้นเนื่องด้วยกิจกรรมการผลิตและการส่งออกเริ่มฟื้นตัวจากแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า

ทั้งนี้ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย มีข้อเสนอแนะที่สำคัญ ที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวเร่งแก้ไข คือ

1. เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน รวมถึงมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกที่ชัดเจน เนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนค่าขนส่งที่สูงมากขึ้น อาทิ กำกับดูแลไม่ให้สายเรือและผู้ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ปรับเพิ่มค่าระวาง และค่าบริการเสริม (Surcharge)

2. เร่งรัดการแก้ไขปัญหาความแออัด และการจราจรติดขัด ภายในท่าเรือแหลมฉบัง เนื่องจากทำให้ผู้ประกอบการส่งออก มีต้นทุน และระยะเวลาในการปฏิบัติงานขนส่งเพิ่มขึ้น และทำให้การนำเข้าวัตถุดิบสู่กระบวนการผลิต มีความล่าช้า

3. ขอให้ ธปท. ใช้มาตรการหรือเครื่องมือทางการเงิน เพื่อกำหนดทิศทาง รักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทไว้ที่ 32 บาท/เหรียญสหรัฐฯ

4. เร่งดำเนินการความตกลงเขตการค้าเสรีที่สำคัญ อาทิ CPTPP, RCEP, Thai-EU, Thai – UK, Thai-Turkey เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลง อีกทั้งเป็นเครื่องมือที่ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับคือสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

5. แรงงานในระดับ Unskilled labor ขาดแคลนอยางหนัก โดยเฉพาะในภาคการผลิต จึงขอให้รัฐบาล พิจารณาแนวทางการนำเข้าแรงงานต่างด้าวเพิ่มเติมโดยเร็ว แต่อาจต้องมีมาตรการรับมือ การแพร่ระบาดโควิดที่เข้มงวด ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทย ควรสนับสนุนต้นทุนค่าวัคซีน สำหรับแรงงานต่างด้าว ที่ต้องการนำเข้าเพิ่ม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

WANPEN PUTTANONT