ดูหนังออนไลน์
Digital Economy

เน็ตบ้าน ก้าวสู่ยุค ‘Wi-Fi 6’ เทคโนโลยีเครือข่าย ที่มาแรงไม่แพ้ 5G

Wi-Fi 6 เทคโนโลยีเครือข่าย อินเทอร์เน็ตในครัวเรือน ที่มาแรงไม่แพ้ 5G โดย Wi-Fi 6 จะเป็นตัวเลือกหลัก ของการใช้ Wi-Fi ในอนาคต

ที่ผ่านมา เราได้ยินเกี่ยวกับเทคโนโลยีโครงข่ายมือถืออย่าง 5G อยู่บ่อยครั้ง แต่ยังมีอีกหนึ่งเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ ที่ใกล้ตัวกับคนทั่วไปมากที่สุด อย่างอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์และ Wi-Fi ซึ่งมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยสถาบันวิจัยระดับโลก ต่างคาดการณ์ว่า อินเทอร์เน็ตในครัวเรือน กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “Wi-Fi 6” อย่างเต็มตัว

Wi-Fi 6

สำหรับประเทศไทย นับว่าเป็นผู้นำ ด้านความเร็วของอินเทอร์เน็ตบ้านระดับโลก เช่น Speedtest Global Index จัดให้ไทยเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้านความเร็วของอินเทอร์เน็ตแบบฟิกซ์บรอดแบนด์ (ผลจัดอันดับในเดือนธันวาคม 2563) โดยมีความเร็วเฉลี่ยในการดาวน์โหลดอยู่ที่ 308.35 Mbps แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทย มีพัฒนาการทางด้านอินเทอร์เน็ตบ้านอย่างก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปีนี้

ในขณะเดียวกัน เมื่อโลกต้องเผชิญหน้ากับภาวะโรคระบาดในปี 2563 ระบบโครงข่ายภายในบ้าน จึงจำเป็นต้องรองรับความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ในระยะเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะเป็นจากการ Work from Home การเรียนออนไลน์ หรือการใช้งานด้านอื่น ๆ ในยามว่าง

เรียกได้ว่า เทคโนโลยีเครือข่ายภายในบ้าน เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ยังดำเนินต่อไปได้ ในช่วงเวลาที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน และจะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาวเช่นกัน

เทคโนโลยีเครือข่ายภายในบ้าน ได้แปรเปลี่ยนจากแบบใช้สาย มาเป็นแบบไร้สาย เมื่อมือถือมีความนิยมมากขึ้น โดยเทคโนโลยี Wi-Fi ที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน คือ Wi-Fi 6ซึ่งได้รับการปรับปรุงการเชื่อมต่อ ให้ตรงกับประสบการณ์ผู้ใช้ ทั้งในแง่ของความเร็ว สัญญาณที่ครอบคลุม และการลดความหน่วง (Latency) ทั้งยังมีแบนด์วิดธ์สูงสุดและทันสมัยที่สุด สำหรับกลุ่มเทคโนโลยี Wi-Fi ที่มีในปัจจุบัน โดยสามารถให้บริการในช่วงแบนด์วิดธ์ที่สูงถึง 160MHz ทำให้ใช้ทรัพยากรช่องความถี่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

นอกจากนี้เทคโนโลยีWi-Fi 6 ซึ่งจะกลายมาเป็นพื้นฐานการพัฒนา ของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านได้ ในระยะถัดไป ยังทำให้ผู้ใช้เข้าถึงความเร็วได้มากกว่า 1Gbps และผู้ให้บริการสามารถมอบประสบการณ์Wi-Fi ระดับ Gigabit ให้แก่ผู้ใช้งานทั่วไปได้อย่างแท้จริง

ขณะที่ International Data Corporation (IDC) คาดการณ์ว่า ตลาดของอุปกรณ์Wi-Fi 6 ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 ที่ผ่านมา และ Wi-Fi 6 จะกลายมาเป็นตัวเลือกหลักของการใช้ Wi-Fi ในอนาคต โดยพบว่าผู้เล่นรายสำคัญ ๆ ระดับโลก ได้เดินหน้าเปิดตัวอุปกรณ์ ที่ช่วยเพิ่มแบนด์วิดธ์ Wi-Fi เพื่อสร้างประสบการณ์ใช้งานให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Intel ที่เปิดตัวหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 10 และอุปกรณ์เครือข่ายตระกูล AX ที่รองรับการใช้งาน Wi-Fi 6บนคลื่นความถี่ 160MHz ได้

ในส่วนของยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปเซ็ตระดับโลกอย่าง Qualcomm ก็ได้ปล่อยชิปเซ็ต Snapdragon 888 ซึ่งรองรับแบนด์วิดธ์Wi-Fi 6 160MHz และ Huawei HiSilicon เองก็ได้ลงทุนกับชิปเซ็ตWi-Fi 6รวมทั้งโทรศัพท์ Huawei P40 และ Mate40 Series ก็สามารถรองรับการใช้งานกับWi-Fi 6 160 MHz ได้แล้ว

เช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือรุ่นเรือธงใหม่อื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก และคาดว่า คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป ระดับไฮเอนด์ทั้งหมดในตลาด ก็จะรองรับเทคโนโลยีWi-Fi 6 160MHz ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะทำให้เทคโนโลยีนี้ กลายเป็นตัวเลือกหลักในตลาด

ข้อมูลจากรายงาน Global Connectivity Index หรือ GCI 2020 จาก หัวเว่ย ฉบับล่าสุด ยังชี้ว่า จะเกิดการต่อยอดเทคโนโลยีโครงข่ายอินเทอร์เน็ต และนวัตกรรมต่าง ๆ ในช่วงหลังโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็น 5G, เอไอ, ไอโอที หรือคลาวด์ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยปัจจุบันพบว่ากว่า 78% ของประชากรไทยสามารถเข้าถึงบริการ 4G ได้ โดยมีอัตราการเข้าถึงสัญญาณบรอดแบนด์มือถือถึง 132% ของจำนวนประชากรทั้งหมด

การที่ รัฐบาลไทย ยังคงขับเคลื่อนนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นอีกหนึ่งข้อยืนยันว่า ผู้ใช้ชาวไทย จะคาดหวังการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายในบ้าน ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และเทคโนโลยีWi-Fi 6 จะกลายมาเป็นเทคโนโลยีสำคัญ ที่จะเข้ามามีบทบาท ในการเสริมประสบการณ์ผู้ใช้งานในระดับครัวเรือน ของประเทศไทยต่อจากนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

WANPEN PUTTANONT