ดูหนังออนไลน์
Business

พรุ่งนี้ ‘บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ รับสูงสุด 700 บาท รูดฉลอง ‘วันตรุษจีน’

พรุ่งนี้ (12 ก.พ.) นอกจากจะเป็น “วันตรุษจีน” ซึ่งมีความสำคัญต่อพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนแล้ว พรุ่งนี้ยังเป็นวันสำคัญของผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เพราะจะได้รับเงินเยียวยาโควิด-19 งวดที่ 2 จาก “โครงการเราชนะ”

วงเงินเยียวยาสูงสุด 700 บาท จะโอนเข้า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน ซึ่งสามารถนำไปรูดซื้อสินค้าและบริการฉลองวันตรุษจีนได้พอดี

บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตรุษจีน

“บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รับเยียวยางวด 2 ฉลอง “วันตรุษจีน”

“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน” ทั้งหมด 14 ล้านคนทั่วประเทศ จะได้รับเงินเยียวยาโควิด-19 จากโครงการเราชนะแบบอัตโนมัติ โดยเราชนะจะจ่ายเงินเยียวยา 675-700 บาทต่องวด ตามประเภทผู้ถือบัตรฯ ดังนี้

  • กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จะได้รับวงเงินเยียวยาเราชนะ 675 บาทต่องวด
  • กลุ่มที่ 2 ผู้มีรายได้ระหว่าง 30,000-100,000 บาทต่อปี จะได้รับวงเงินเยียวยาเราชนะ 700 บาทต่องวด

โครงการเราชนะจะโอนเงินเข้า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 8 งวด ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2564 ดังนี้

  • เดือนกุมภาพันธ์ 2564 วันที่ 5, 12, 19, 26
  • เดือนมีนาคม 2564 วันที่ 5, 12, 19, 26

เพราะฉะนั้นวงเงินเยียวยาเราชนะงวดถัดไป จะโอนเข้าบัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันตรุษจีนนั่นเอง

ทั้งนี้ วงเงินจากโครงการเราชนะที่โอนเข้าทุกสัปดาห์ จะสะสมอยู่ในบัตรฯ ได้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 หลังจากนั้นวงเงินจะตัดทันที ไม่มีสิทธิ์ใช้ต่อ เพราะฉะนั้นผู้ถือบัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องวางแผนการใช้เงินให้ดี

เยียวยา เราชนะ บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ใช้วงเงิน “เราชนะ” ได้ที่ไหน?

วงเงินเยียวยา “เราชนะ” จะโอนเข้า “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน” แบบอัตโนมัติจำนวน 675-700 บาทต่อคนต่องวด แต่วงเงินเราชนะจะไม่สามารถกดออกมาใช้เป็นเงินสดได้ โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถรูดใช้วงเงินในบัตรฯ ในร้านค้าหรือบริการที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น

สำหรับสินค้าและบริการที่สามารถใช้วงเงินเราชนะรูดซื้อได้มีดังนี้

  • ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) หรือเครื่องรูดบัตร ซึ่งกรณีนี้ใช้ได้เฉพาะ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เท่านั้น ผู้ใช้สิทธิ์เราชนะผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตังไม่สามารถรูดใช้ได้
  • ร้านถุงเงินธงฟ้าฯ
  • ร้านค้าที่ลงทะเบียน “คนละครึ่ง”
  • ร้านค้าที่ลงทะเบียน “เราชนะ” ซึ่งมีสินค้าและบริหารหลากหลายกลุ่ม ดังนี้

กลุ่มขนส่งสาธารณะ ได้แก่ แท็กซี่, รถตู้โดยสารประจำทาง, จักรยานยนต์รับจ้าง (วินมอเตอร์ไซค์), สามล้อเครื่อง (รถตุ๊กตุ๊ก), สามล้อถีบ ,รถสองแถว, รถโดยสารประจำทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (รถเมล์ ขสมก.), รถโดยสาร (รถทัวร์) บขส., รถไฟฟ้า

กลุ่มสุขภาพ/ความงาม ได้แก่ ร้านนวด/สปา, ร้านตัดผม/ร้านเสริมสวย/ทำเล็บ

กลุ่มบริการด้านสุขภาพและการแพทย์ ได้แก่ สถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยค้างคืน (คลินิก), แพทย์แผนจีน, คลินิก (การรักษาทางการแพทย์เสริมความงาม,ทันตกรรม, อื่น ๆ)

กลุ่มงานรับเหมา/งานช่าง/ทำความสะอาด ได้แก่ งานก่อสร้างขนาดเล็ก, ให้บริการทำสวน/ตกแต่งสวน, ตัดเย็บ,ซ่อมแซมสินค้า/เสื้อผ้า, ช่างซ่อมรถยนต์/จักรยานยนต์/จักรยาน, ช่างซ่อมสาธารณูปโภค เช่น ซ่อมไฟฟ้า ประปา แอร์, รับเหมาทำความสะอาด/ฆ่าเชื้อ ฉีดปลวก, ซักรีด

กลุ่มบริการที่พัก/สถานที่ ได้แก่ โฮมสเตย์, หอพัก/แมนชั่น/อพาร์ทเม้นท์/แฟลต แต่กลุ่มนี้ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ร้านค้าประเภทไหนใช้ “เราชนะ” จ่ายไม่ได้

  • เป็นนิติบุคคล ยกเว้น กลุ่มขนส่งมวลชนสาธารณะ ตามที่โครงการฯ กำหนด เช่น รถไฟ, เรือเมล์, เรือโดยสารสาธารณะ เป็นต้น
  • ไม่มีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งที่ชัดเจนและตรวจสอบไม่ได้ ยกเว้น กลุ่มขนส่งสาธารณะ ตามที่โครงการฯ กำหนด เช่น แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น

 

เปิดวิธีใช้วงเงินเยียวยา ผ่าน “บัตรคนจน” 

สำหรับขั้นตอนการใช้วงเงินเยียวยา “เราชนะ” ของ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน ผ่าน แอปพลิเคชันถุงเงิน ของผู้ประกอบการสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  1. ให้ผู้ประกอบการร้านค้าหรือบริการเข้าสู่ระบบแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน”
  2. ผู้ประกอบการกดปุ่ม “เราชนะ”
  3. ผู้ประกอบการเลือกกด “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”
  4. กดถ่ายรูปหน้า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  5. กรอกจำนวนเงินที่ต้องชำระค่าสินค้าหรือบริการ
  6. ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตรวจสอบตัวเลข แล้ว “กดรหัส หรือ สแกนใบหน้าผู้ถือบัตรฯ”
  7. ทำรายการสำเร็จ

เท่านี้ง่าย ๆ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็สามารถใช้วงเงินเยียวยาช่วยลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้แล้ว

ใช้ บัตรคนจน เราชนะ ยังไง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team