ดูหนังออนไลน์
Business

ไม่ต้องตกใจ ! ‘คลัง-สรรพากร’ ประสานเสียง ‘คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน’ ไม่ต้องเสียภาษี

กระทรวงการคลัง-กรมสรรพากร ยืนยัน โครงการ คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ตามมติครม.ก่อนหน้านี้ ที่ยกเว้นเก็บภาษีผู้เข้าร่วมโครงการ เผย อยู่ระหว่างการร่างกฎกระทรวง เพื่อยกเว้นให้ 

จากกระแสข่าวที่ระบุว่า ผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 15 ล้านคน ที่ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 3,500 บาท และโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่ได้รับสนับสนุนค่าที่พัก ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าอี-วอเชอร์จากรัฐบาล ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น

คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน

วันนี้ (4 ม.ค.)  น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน เศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า เรื่องโครงการ คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน ต้องเสียภาษีเงินได้ ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

เนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนหน้านี้ ได้เห็นชอบตามมติคณะกรรมการกลั่นกรอง การใช้จ่ายเงินกู้ ในโครงการดังกล่าว  ที่จะยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้กับประชาชน ที่ได้รับสิทธิประโยชน์เงินสนับสนุน ที่ภาครัฐร่วมจ่าย ตามโครงการคนละครึ่ง และโครงการเราเที่ยวด้วยกัน

ส่วนกระแสข่าว ที่จะมีการปรับเพิ่มวงเงิน คนละครึ่งจาก 3,500 บาท เป็น 5,000 บาท ให้ใช้ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนั้น ทราบว่า เรื่องนี้เป็นเพียงข้อเสนอ จากภาคเอกชน ซึ่งกระทรวงการคลัง ยังไม่ได้พิจารณาปรับเพิ่ม แต่อย่างใด โดยยืนยันว่า ปัจจุบัน การให้วงเงินคนละครึ่ง ยังอยู่ที่ 3,500 บาท ไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 ตามกำหนดเดิม

ขณะที่  นางสมหมาย​ ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ การจัดเก็บภาษี​ ในฐานะ โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยถึง กรณีข้างต้นว่า ขอให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิจากมาตรการดังกล่าว อย่าตื่นตระหนก​ เพราะกรมสรรพากร อยู่ระหว่างการร่างกฎกระทรวง เพื่อยกเว้นให้

ร่างกฎกระทรวงดังกล่าว จะต้องนำเสนอ ครม. ก่อนที่จะประกาศใช้​ โดย กรมสรรพากร จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในเร็ว ๆ นี้

ลือสะพัด คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน ต้องเสียภาษี

ทั้งนี้ การออกมาชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้น หลัง มีรายงานข่าวจาก กระทรวงการคลัง ว่า ผู้บริหารของ กรมสรรพากร กำลังพิจารณากรณีผู้ที่ได้รับเงินจากโครงการคนละครึ่ง จำนวน 3,500 บาท และ โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน ที่ได้รับส่วนลด ค่าพักโรงแรม 40% และ ได้รับคูปองค่าอาหาร วันละ 600 – 900 บาท จะต้องคิดเป็นรายได้ เพื่อยื่นเสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา ในปี 2563 ที่ให้เริ่มยื่นแบบ แสดงรายการภาษี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2564

โดยขณะนี้ มีผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เริ่มสอบถามเข้ามา ที่กรมสรรพากร ถึงความชัดเจน เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เพราะกังวลว่า หากไม่แจ้งรายได้ในส่วนนี้ เพื่อเสียภาษี จะถูกเบี้ยปรับเงินเพิ่ม ย้อนหลังได้

ผู้บริหารของกรมสรรพากร กังวลเรื่องนี้อย่างมาก เพราะกลัวว่า จะถูกนำไปเป็นประเด็นทางการเมือง และได้มีการหารือเรื่องดังกล่าว มาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เพราะตามหลักการแล้ว รายได้จากโครงการคนละครึ่ง และ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ต้องยื่นแบบแสดงเป็นรายได้ เพื่อเสียภาษี หากเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2563 จะต้องยื่นแบบในต้นปี 2564 แต่หากเป็นรายได้ในปี 2564 จะต้องยื่นในปี 2565

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ผู้บริหารของ กรมสรรพากร จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร

หากจะให้มีการยกเว้นภาษี ก็ต้องมีการนำเรื่องเสนอ ให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาเห็นชอบโดยด่วน เพราะการยื่นภาษีเงินได้ ของปี 2563 ได้เริ่มขึ้นแล้ว และมีคนที่ได้สิทธิ ในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 กว่า 10 ล้านคน และระยะที่ 2 อีก 5 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับสิทธิ ในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน อีกจำนวนมาก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team