ดูหนังออนไลน์
Business

เปิดกลยุทธ์ลงทุนหุ้นไทยเดือน ม.ค. จับตาแนวต้านสำคัญ 1,500 จุด

“ทรีนีตี้” เปิดกลยุทธ์ลงทุนหุ้นไทยเดือนมกราคม 2564 จับตาแนวต้านสำคัญ 1,500 จุด แนะลุยหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ บริหารหนี้ ถุงมือยาง

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนเดือนมกราคม 2564 ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีมีแนวต้านสำคัญที่ 1,500 จุด ซึ่งเป็นระดับดัชนีที่พอสามารถยืดไปถึงได้ หากกระแสเงินทุนยังไหลเข้า ส่วนแนวรับแรกอยู่ที่ 1,400 จุด และแนวรับสำคัญที่ 1,360 จุด

ทั้งนี้ เป็นระดับดัชนีที่อิงกับ Forward PE ที่ 17.3 เท่า ถือเป็นระดับที่คำนึงถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในช่วงถัดไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังไวรัสโควิด -19 ในประเทศกลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้ง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนเดือนมกราคม คาดว่า นักลงทุนจะกลับมาให้ความสนใจลงทุนหุ้นเติบโต (Growth) อีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเข้าใกล้ช่วงการประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 4 ปี 2563 เนื่องจากหุ้นเหล่านี้ มีโอกาสส่งมอบผลกำไรที่ดีได้ ซึ่งแตกต่างกับหุ้นกลุ่มวัฏจักร (Cyclical) และหุ้นกลุ่มคุณค่า (Value) ที่ดีดตัวขึ้นแรงในช่วง 1 – 2 เดือนก่อนหน้านี้ แต่ในแง่ผลประกอบการนั้น อาจสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนได้ ดังนั้นผู้ที่ถือครองหุ้นเหล่านี้อยู่อาจต้องระวังแรงขายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงก่อนประกาศงบการเงิน

ขณะที่กลุ่มหุ้นแนะนำและให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดในเดือนมกราคม คือ กลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่ม Defensive ที่ยังคง Laggard ได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า และมีความน่าสนใจมากขึ้นจาก Bond yield ในประเทศที่ปรับตัวลดลง, กลุ่มไฟแนนซ์ ที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจชะลอตัวและดอกเบี้ยต่ำ, กลุ่มบริหารหนี้ ที่ได้ประโยชน์จากการซื้อหนี้ในระดับราคาที่น่าสนใจ, กลุ่มถุงมือยาง ที่ได้อานิสงส์เชิงบวกจากการกลับมาระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกที่รุนแรงต่อเนื่อง และกลุ่มหุ้นปันผล ที่มีความเชื่อมั่นในระดับสูงว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกได้ในเดือนมกราคม

ขณะเดียวกัน กลุ่มที่ให้น้ำหนักน้อยกว่าตลาด คือ หุ้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากไวรัสโควิด-19 ในรอบนี้ ได้แก่ กลุ่มธนาคารและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว, กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการบริโภคภายในที่ชะลอตัว จนอาจส่งผลกดดันต่อยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ได้แก่ กลุ่มค้าปลีกและห้างสรรพสินค้า และกลุ่มขนส่งสาธารณะ ที่ได้รับผลกระทบจากระดับการสัญจรในประเทศที่ลดลง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team