ดูหนังออนไลน์
Economics

ฟังทางนี้! ‘คนละครึ่งเฟส 2’ ยันไม่ตัดสิทธิ คนได้รับ SMS ‘ลงทะเบียนไม่สำเร็จ’

คนละครึ่งเฟส 2 ยัน “กระทรวงการคลัง” ไม่ตัดสิทธิ คนได้รับ SMS “ลงทะเบียนไม่สำเร็จ” ชี้ลงทะเบียนใหม่ได้ หากมีการเปิดรอบต่อไป คาดมีผู้ลงทะเบียนไม่ถูกต้องไม่เกิน 5 แสนคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ได้ไฟเขียวขยายโครงการ “คนละครึ่งเฟส 2” โดยเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซด์ www.คนละครึ่ง.com ในวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น. เริ่มใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 โดยการ ลงทะเบียนคนละครึ่ง เฟส 2 เต็มทั้ง 5 ล้านสิทธิภายในเวลาอันรวดเร็วนั้น

ล่าสุดโครงการ “คนละครึ่งเฟส 2” ได้ทยอยส่งข้อความยืนยันให้กับผู้ลงทะเบียน โดยมีทั้งผู้ที่ได้ข้อความระบุว่า ได้รับสิทธิ สิทธิเต็ม และลงทะเบียนไม่สำเร็จ

คนละครึ่งเฟส 2

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า สำหรับผู้ที่ได้รับข้อความลงทะเบียนไม่ผ่านว่า ยังไม่เสียสิทธิ และมีโอกาสลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งใหม่

สำหรับผู้ที่ได้รับข้อความว่า ลงทะเบียนไม่สำเร็จนั้น อาจเพราะระหว่างการลงทะเบียน มีการพิมพ์ข้อมูลไม่ตรงกับที่มีอยู่ในระบบ เช่น การพิมพ์ชื่อ นามสกุลผิด กรอกตัวเลขบัตรประชาชน หรือรหัสหลังบัตรไม่ถูกต้อง รวมถึงอาจใส่วันเดือนปีเกิดไม่ตรงกับข้อมูลที่ระบุไว้ในบัตรประชาชน

อย่างไรก็ตาม หากใครที่รับข้อความว่าลงทะเบียนไม่สำเร็จ เนื่องจากข้อมูลไม่ถูกต้อง ก็จะต้องรอมาลงทะเบียนใหม่ในรอบถัดไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเปิดเมื่อไร หรือจำนวนแค่ไหน เพราะต้องรอพิจารณารายละเอียดก่อน ส่วนของคนที่ได้รับเอสเอ็มเอสยืนยันว่าได้รับสิทธิแล้ว จะต้องดาวน์โหลดพร้อมติดตั้ง แอพฯ เป๋าตัง และยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิ์ตามโครงการ และสามารถเริ่มต้นใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2564

ทั้งนี้ ปัญหาการลงทะเบียนใหม่ นางสาวกุลยา ระบุว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ จากการลงทะเบียนเฟส 1 ที่ 10 ล้านคน ก็มีผู้ลงทะเบียน ไม่ถูกต้อง รวมกับที่ใช้สิทธิ์ไม่ทัน กว่า 2.4 ล้านคน ซึ่งคลัง ก็นำมาเปิดลงทะเบียนในรอบเก็บตกให้ทั้งหมด ไม่ได้ตัดสิทธิ์แต่อย่างใด แต่เฟส 2 อาจมีการสื่อสารไม่ชัดเจน ว่าให้มาลงทะเบียนใหม่ ซึ่งผู้เสียสิทธิ์ อาจเข้าใจว่า ให้แก้ไขข้อมูลได้

รายงานข่าวจากธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การลงทะเบียนคนละครึ่ง เฟส 2 ที่ 5 ล้านคน คาดว่ามีผู้ลงทะเบียนไม่ถูกต้อง ประมาณ 8 – 10% หรือไม่เกิน 5 แสนคน ซึ่งในจำนวนนี้ จะนำไปรวมกับการลงทะเบียนในรอบเก็บตกทั้งหมด ไม่ตัดสิทธินี้ทิ้ง

คนละครึ่งเฟส 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ชี้แจงประเด็นข้อวิจารณ์โครงการ “คนละครึ่ง” ว่า จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัว รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบาย เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยการกระตุ้นและรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ เพื่อรักษาระดับและทิศทางของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้เป็นไปได้อย่างต่อเนื่องตลอด ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 และไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 ซึ่งประกอบด้วย

1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 14 ล้านคน เพื่อช่วยเหลือเยียวยา เพิ่มกำลังซื้อ และลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่กลุ่มดังกล่าว เพิ่มเติมเดือนละ 500 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน จากเดิมที่ภาครัฐได้ช่วยเหลืออยู่แล้วประมาณ 2,000 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย เช่น วงเงินค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้า 200/300 บาท/คน/เดือน วงเงินค่ารถ บขส. 500 บาท/คน/เดือน วงเงินค่ารถไฟ 500 บาท/คน/เดือน เป็นต้น

2. โครงการคนละครึ่ง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายไม่เกิน 15 ล้านคน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะหาบเร่ แผงลอย มีรายได้จากการขายสินค้า โดยขณะนี้ มีผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการประมาณ 1 ล้านร้านค้า โดยมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – มีนาคม 2564

3. มาตรการช้อปดีมีคืน เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี โดยผู้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้มีประมาณ 3.7 ล้านคน

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า รัฐบาลมีความต้องการดูแลประชาชนให้ทั่วถึงทุกกลุ่ม ซึ่งนอกเหนือจากมาตรการดังกล่าวแล้ว รัฐบาลยังได้มีการดูแลประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ผ่านมาตรการและสวัสดิการอื่น ๆ ของรัฐ ซึ่งงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินมาตรการหรือโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล มาจากแหล่งรายได้ของรัฐ รวมทั้งเงินกู้ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามปกติ

ในส่วนของโครงการคนละครึ่ง ซึ่งเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนนั้น เนื่องจากเป็นการร่วมจ่าย กลุ่มเป้าหมายจึงเป็นผู้ที่พอจะมีรายได้เพื่อมาร่วมจ่ายกับรัฐ ซึ่งเป็นการสร้างอุปสงค์ที่แท้จริง ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะหาบเร่ แผงลอย รวมไปถึงผู้ผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยรักษารักษาระดับและทิศทางของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง

โครงการคนละครึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญของโครงการ คือ ระบบการใช้จ่ายด้วยแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” ที่ต้องมีการลงทะเบียนและใช้ OTP รวมทั้งยืนยันตัวตนว่าเป็นเจ้าของโทรศัพท์จริง เพื่อประโยชน์แก่ผู้ใช้ให้มั่นใจว่าสิทธิจะไปถึงตัวของท่านจริง ไม่มีผู้อื่นมาใช้สิทธิแทน และมีการใช้จ่ายจริงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นการสร้างการเรียนรู้ให้กับประชาชนจนถึงระดับฐานราก ให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาให้สังคมไทยเดินหน้าสู่ Digital Society ไปพร้อม ๆ กัน

ในขณะเดียวกันยังเป็นการลดการใช้เงินสด ทำให้การดำเนินโครงการโปร่งใส รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยขอยืนยันว่า ระบบการลงทะเบียนและการยืนยันตัวตนของโครงการคนละครึ่ง ซึ่งรวมถึงระบบการส่ง OTP เป็นระบบที่เป็นมาตรฐานสากล โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team