ดูหนังออนไลน์
Politics

ขัดแย้งส่วนตัว! มือยิงการ์ดอาชีวะสารภาพหมด ยันไม่มีใครจ้าง แค่เห็นต่างกัน

 

มือยิง การ์ดอาชีวะ เข้ามอบตัวกับตำรวจ สารภาพทุกข้อหา ระบุ มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัว หลังโดนแขวะบนโลกโซเชียล จากการที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ในเรื่องการจาบจ้วงสถาบัน 

วันนี้ (27 พ.ย.) ที่ สน.พหลโยธิน นายธนเดช ศรีสงคราม อายุ 35 ปี หัวหน้ากลุ่มอาชีวะมีนบุรี พร้อมด้วย นายพีระวุฒิ กุลอมรกานต์ อายุ 49 ปี บิดานายภาสพงศ์ กุลอมรกานต์ อายุ 25 ปี มือยิง การ์ดอาชีวะ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่รับอนุญาต  และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พาตัวนายภาสพงศ์ มามอบตัวกับ พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 และตำรวจ สน.พหลโยธิน

นายพีระวุฒิ กล่าวว่า ตนตกใจมาก เมื่อทราบข่าวทางโซเชียลว่า ลูกชายไปยิงการ์ดในม็อบ หลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลเสร็จ ก็เลยพาลูกมามอบตัวกับตำรวจ ยอมรับว่าไม่กังวล ขอให้ว่าตามหลักฐานและกฎหมาย ผิดก็คือผิด แมนๆ แบบลูกผู้ชาย

ส่วนเรื่องการยิงตนตอบไม่ได้ เพราะลูกชายยังมีอาการมึนงงที่ศีรษะอยู่ ถามว่าลูกชายตนเป็นสมาชิกการ์ดอาชีวะหรือไม่ ตนก็ทราบจากลูกชายว่า เป็นสมาชิกกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย ส่วนเรื่องทางคดีหลังจากนี้ จะขอปรึกษากับทนาย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานทำเรื่องขอประกันตัวในชั้นสอบสวน

ขณะที่นายธนเดช กล่าวยืนยันว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นระหว่างบุคคล ไม่เกี่ยวกับเรื่องสถาบัน เรื่องม็อบ หรือการเมือง หรือการสร้างสถานการณ์ทั้งสิ้น แต่ขอให้ตำรวจได้ทำงานก่อนจึงจะมีความชัดเจนว่าเรื่องราวเป็นมายังไง อีกทั้งยังเหลือผู้ก่อเหตุอีกหลายคนที่ยังหลบหนี ยืนยันด้วยว่า พวกตนไม่ได้เป็นสายข่าวให้กับกลุ่มใด ตามที่โลกออนไลน์เชื่อมโยงไป

ตนได้ทักแชทส่วนตัวไปขอโทษสถาบันคู่กรณีแล้ว แต่จะยอมรับหรือไม่ ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ขอยืนยันว่า หากตนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ก็จะไม่ให้เกิดเหตุนี้ขึ้น

ทางด้านนายภาสพงศ์ กล่าวว่า เบื้องต้น ตนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนสาเหตุเกิดจากตนมีปัญหาส่วนตัวกับคนเจ็บ เพราะถูกฝ่ายคู่กรณีมาโพสต์เฟซบุ๊กแขวะ เกี่ยวกับความเห็นต่าง เรื่องการจาบจ้วงสถาบัน ที่พวกตนไม่เอาด้วย และมีกลุ่มรุ่นพี่ตนไปปราศรัยที่ จังหวัดชัยนาท โดยพูดถึงกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย

วันเกิดเหตุพวกตนมาที่รัชโยธินเพื่อเป็นการ์ดดูแลมวลชน แต่ไม่ได้สวมปลอกแขนเพราะเข้ามาในฐานะประชาชน ยืนยันไม่ได้มีใครจ้างพวกตนมา เพราะขนาดเจ็บตัวก็ยังต้องออกเงินรักษาเอง

การเข้ามอบตัวในวันนี้ ยังเกิดขึ้นหลังเมื่อวานนี้ (26 พ.ย.) ตำรวจเปิดหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด พร้อมลำดับเหตุการณ์ กรณีนายภาสพงศ์  ใช้อาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ยิงเข้าใส่นายประชากร ศักดิ์ศรีเท้า อายุ 20 ปี อดีตนักเรียนเทคนิคปทุมธานี จนบาดเจ็บ ภายหลังการประกาศยุติการชุมนุมที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก เมื่อคืนวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

การ์ดอาชีวะ
ภาพ : แนวหน้า

พล.ต.ท.ภัคพงษ์ พงศ์เภตรา ผบช.น. กล่าวว่า เหตุดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บจากอาวุธปืน และจากการถูกทำร้าย รวม 2 คน ยืนยันว่า ทั้ง 2 รายอยู่ในพื้นที่การชุมนุม และทำหน้าที่เป็นการ์ดรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม โดยสาเหตุเบื้องต้นเกิดจากความโกรธแค้นส่วนตัว

ทางด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. อธิบายถึงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 22.00 น.ได้มีสื่อมวลชนทำการแถลงข่าวบริเวณหน้าอเวนิวส์ตรงข้าม SCB ระหว่างนั้นมีผู้ก่อเหตุเดินผ่านกล้อง 3 คน โดยทั้ง 3 คน ทะเลาะชกต่อยกันกับอีกกลุ่มที่อยู่ใกล้กัน

คนที่สวมหมวกกันน็อคสีขาว ได้ไปชกต่อยกับกลุ่มคนอีกกลุ่มทำให้เพื่อนที่อยู่ใกล้ราว 10 คน ได้กรูเข้ามาทำร้าย จากนั้นคนที่สวมหมวกกันน็อคได้ขว้างวัตถุชนิดหนึ่งออกไป ทำให้เกิดเสียง และมีกลุ่มควัน ก่อนทั้งสามคนจะวิ่งหลบหนีออกไปทางแยกรัชโยธิน

ระหว่างนั้น กลุ่มที่ถูกชกต่อยก็วิ่งไล่ติดตามไป ห่างจากจุดปาวัตถุระเบิดประมาณ 50 เมตร มีผู้ชายสวมฮูดแขนยาวสีเข้ม นุ่งกางเกงสีอ่อนขาสั้น วิ่งนำข้างหน้าและใช้อาวุธปืนยิงออกมา 4 นัด โดยหันปืนมาทางกลุ่มที่วิ่งไล่ตาม คนที่ถูกยิงล้มลง ส่วนคนที่ยิงได้วิ่งหลบหนี แต่ถูกประชาชนช่วยจับไว้ได้

ส่วนอาวุธปืนพกลูกโม่ ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน ตกในที่เกิดเหตุ พบปลอกในรังเพลิง 4 นัดในรังเพลิง ยังไม่ได้ยิงอีก1นัด ตรงกับพยานในที่เกิดเหตุที่บอกว่าได้ยินเสียงปืนดัง 4 นัด

ทั้งนี้ ฝ่ายสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเป็นที่เพียงพอ ขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้ว และตัวผู้ต้องหาอยู่ที่โรงพยาบาล โดย นายภาสพงศ์ กุลอมรกานต์ ผู้ใช้อาวุธปืนยิง ศาลอาญาออกหมายจับในความผิด พยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธ และเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้น ไม่เกี่ยวกับเหตุยิงกันที่แยกเกียกกายแต่อย่างใด

ส่วนมาตรการดูแลการชุมนุมหลังจากนี้ ตำรวจย้ำเสมอว่าการชุมนุมทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ที่ผ่านมาตำรวจได้พยายามกำหนดขอบเขตพื้นที่การชุมนุม เพื่อให้กระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด

เหตุที่เกิดขึ้นตำรวจเข้าพื้นที่ไม่ได้ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมบอกว่าจะดูแลเอง หากตำรวจเข้าไปก็จะถูกผลักดันออกมา ยืนยันหากผู้ชุมนุมประสานขอให้ตำรวจเข้าไปช่วยดูแล ก็พร้อมจัดกำลังไปดูแลความปลอดภัยให้อยู่แล้ว เพราะมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง และมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย

ทั้งนี้ ในการแถลงข่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด ของอเวนิวรัชโยธิน ซึ่งตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 22.10 น. ของคืนวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คืนเดียวกับที่มีการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์

เหตุการณ์ที่ปรากฏคือ หลังจากมีกลุ่มคนวิ่งกรูกันออกมากลุ่มหนึ่งได้เกิดกลุ่มควันสีขาวลอยคลุ้งขึ้นตามหลัง และภาพเหตุการณ์อีกมุม ที่ค่อนข้างชัดเจน คือเวลา 22.17 น. ชายรูปร่างท้วม วิ่งหนี พร้อมเล็งปืนกลับหลัง คล้ายเล็งใส่กลุ่มคนอีกกลุ่ม ที่วิ่งติดตามหลังมา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team