ดูหนังออนไลน์
Digital Economy

ไม่ง่าย! เปลี่ยนผ่าน 4G สู่ 5G ต้องพร้อมทั้ง ‘ฟังก์ชั่น-ราคา-ระบบนิเวศ’

เปลี่ยนผ่าน 4G สู่ 5G ต้องใช้เวลา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ 3 องค์ประกอบขับเคลื่อน ทั้งฟังก์ขั่น ราคา ระบบนิเวศ คาด 3-4 ปี ถึงจะขยายสู่ตลาดแมส

การเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เทคโนโลยี 5G ทำให้ไทยเข้าสู่ยุค เปลี่ยนผ่าน 4G สู่ 5G ส่งผลให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคม แช่งขันเข้มข้นตามไปด้วย เนื่องจากค่ายโอเปอเรเตอร์ ทุกราย ต่างมุ่งหวังชิงเค้กก้อนมหาศาลที่รออยู่ ทั้งจากตลาดสมาร์โฟน ดีไวซ์ การใช้งานอินเทอร์เน็ต แอปพลิเคชัน ฯลฯ ที่เกิดจากเทคโนโลยี 5G

เปลี่ยนผ่าน 4G สู่ 5G

นอกจากนี้ การลงทุนในโครงข่าย 5G ด้วยเม็ดเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมไทยจำเป็นเร่งขยายฐานผู้ใช้บริการ 5G ผ่านการกระตุ้นผู้บริโภคผันมาใช้งานสมาร์ทโฟน 5G เพื่อสร้างรายได้กลับมาจากการลงทุนเทคโนโลยีดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะผลกระทบของโควิด-19 น่าจะทำให้อุปสงค์ต่อการจับจ่ายสินค้าสมาร์ทโฟนมีแนวโน้มชะลอตัว สะท้อนจากยอดขายสมาร์ทโฟน ในไตรมาสแรกของปีนี้ ที่หดตัวกว่า 10% มาอยู่ที่ 4.3 ล้านเครื่อง เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

อีกทั้งยังมีปัจจัยที่ไม่เอื้อต่อการผลักดันให้ผู้บริโภค เปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟน 5G จากสเปคเครื่องของสมาร์ทโฟน 5G ที่อาจจะยังไม่สร้างความแตกต่างได้มากพอ ท่ามกลางสินค้าที่มีให้เลือกเป็นจำนวนมากในระดับราคาที่หลากหลาย

รวมไปถึง ราคาเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ 5G ยังคงเปิดวางจำหน่ายในระดับค่อนข้างสูง รวมถึงศักยภาพของเทคโนโลยี 5G ก็ยังไม่โดดเด่นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ 4G  จึงอาจทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ 5G ไม่ได้สร้างความน่าดึงดูดมากนัก ในมุมมองของผู้บริโภค

เปลี่ยนผ่าน 4G สู่ 5G

3 ปัจจัยขับเคลื่อนแจ้งเกิดสมาร์ทโฟน 5G

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2563 ยอดขายสมาร์ทโฟน 5G น่าจะอยู่ที่กว่า 8 หมื่นเครื่อง คิดเป็นสัดส่วนราว 0.6% ของยอดขายสมาร์ทโฟนทั้งหมดในปีนี้ที่ราว 14.8 ล้านเครื่อง

ขณะที่ ปัจจัยสำคัญ ที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านจาก เทคโนโลยี 4G สู่ 5G จะขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยด้านฟังก์ชั่นของสมาร์ทโฟน 5G, ปัจจัยด้านระบบนิเวศของสมาร์ทโฟน 5G และ ปัจจัยด้านระดับราคาของสมาร์ทโฟน 5G

ทั้งนี้คาดว่า ในระยะแรกของการเปลี่ยนผ่านจากสมาร์ทโฟน 4G ไปสู่ 5G กลุ่มผู้บริโภคแรกที่เข้าซื้อสมาร์ทโฟน 5G น่าจะมีเพียงผู้บริโภคที่ชื่นชอบเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน จึงทำให้ ปัจจัยด้านฟังก์ชั่น ของสมาร์ทโฟน 5G ถือเป็นตัวแปรหลัก กระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟน 5G

ในระยะถัดมา เมื่อถึงรอบการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ที่อัตราเฉลี่ย 3-5 ปีแล้ว ผู้บริโภคส่วนใหญ่น่าจะเลือกตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ระหว่างสมาร์ทโฟน 4G และ 5G จาก ปัจจัยด้านระดับราคา ของสมาร์ทโฟน 5G การนำเสนอสินค้าของบรรดาค่ายมือถือ และ ปัจจัยด้านระบบนิเวศ ของสมาร์ทโฟน 5G เป็นหลัก

หากวิเคราะห์ถึงกรณีตัวอย่าง ของการเปลี่ยนผ่านในอดีต การเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยี 2G สู่ 3G ได้รับแรงกระตุ้น จากการยกระดับโทรศัพท์มือถือ จากฟีเจอร์โฟนไปสู่สมาร์ทโฟน ซึ่งเพิ่มฟังก์ชันความแปลกใหม่ ด้านการแชทและส่งรูปภาพ การวีดีโอคอล รวมถึงระบบหน้าจอแบบสัมผัส ซึ่งถือเป็นการยกระดับประสบการณ์สำหรับโทรศัพท์มือถือแบบก้าวกระโดดในขณะนั้น

ในระยะถัดมา ทางฝั่งการเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยี 3G สู่ 4G การเปิดตัวของสมาร์ทโฟนที่รองรับเทคโนโลยีไร้สาย 4G ได้ยกระดับศักยภาพและประสบการณ์ ในการใช้งานขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งสมาร์ทโฟน 4G สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้ดีกว่า 3G ทั้งในแง่ของการใช้งานในชีวิตประจำวัน การมีสเปคเครื่องเพียงพอที่จะใช้งานบางแอปพลิเคชั่นได้อย่างครอบคลุมมากกว่า จึงทำให้คุณสมบัติสมาร์ทโฟน 4G น่าดึงดูดมากพอที่จะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟน 4G ในขณะนั้น

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนผ่านจากสมาร์ทโฟน 4G ไปสู่ 5G ในระยะถัดมา ที่รอบเฉลี่ยของอายุการใช้งานสมาร์ทโฟนที่ 3-5 ปี สะท้อนให้เห็นว่า ในระยะข้างหน้า ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีแนวโน้มมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่มากขึ้น ส่งผลให้ฐานผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน 5G เริ่มปรับตัวเข้าสู่ระดับแมส

หากประเมินปัจจัยด้านระดับราคาเฉลี่ยสมาร์ทโฟน 5G ถึงแม้ว่าในระยะที่ผ่านมา ผู้ประกอบการโทรคมนาคมจะดำเนินกลยุทธ์ทำการตลาดเปิดจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ 5G ในราคาพิเศษเมื่อทำสัญญาใช้บริการ 5G ตามระยะเวลาขั้นต่ำที่กำหนด เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟน 5G พร้อมหยิบยื่นประสบการณ์ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ดียิ่งขึ้นจากเทคโนโลยี 5G

แต่ทว่าด้วยระดับราคาเฉลี่ยของสมาร์ทโฟน 5G ในปัจจุบันที่ยังคงอยู่ที่กว่า 22,000 บาท จึงทำให้ประสิทธิภาพของโปรโมชั่นดังกล่าว ในการดึงดูดให้ผู้บริโภคโดยมาก ตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟน 5G น่าจะยังคงไม่มากนัก

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ด้วยการดำเนินกลยุทธ์ด้านราคาของสมาร์ทโฟนสัญชาติจีนเปิดจำหน่ายในราคาต่ำกว่าคู่แข่งในตลาด น่าจะสามารถกดดันให้สมาร์ทโฟน 5G สัญชาติอื่นที่จะเปิดตัวในอนาคต มีแนวโน้มปรับระดับราคาลงเพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันกับสมาร์ทโฟนจีน

เมื่อถึงรอบที่ผู้บริโภคต้องเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ที่ประมาณ 3-5 ปี ราคาสมาร์ทโฟนในขณะนั้นน่าจะมีแนวโน้มปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่น่าดึงดูดเพียงพอ และมองว่าแรงเสริมจากความต้องการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ ประกอบกับระดับราคาสมาร์ทโฟน 5G ที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง น่าจะสามารถกระตุ้นให้อุปสงค์ต่อสมาร์ทโฟน 5G ขยายตัวเข้าสู่ระดับแมสได้

เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยด้านระบบนิเวศของสมาร์ทโฟน 5G ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า ระบบนิเวศของสมาร์ทโฟน 5G ในปัจจุบัน ยังไม่แตกต่างจากสมาร์ทโฟน 4G เท่าไหร่นัก และน่าจะยังไม่สามารถสร้างแรงกระตุ้นที่เพียงพอจะให้เกิดอุปสงค์ต่อสมาร์ทโฟน 5G ในระดับแมส

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหญ่วางแผนเปิดให้บริการแพลตฟอร์มเล่นเกมที่ต้องพึ่งพาความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลของอินเทอร์เน็ต 5G โดยแพลตฟอร์มดังกล่าว จะเปิดให้ผู้ใช้บริการเล่นเกมจากเครื่องเกมคอนโซลบนสมาร์ทโฟนกว่า 100 เกมส์ ซึ่งคาดว่าน่าจะกระตุ้นให้อุปสงค์ต่อสมาร์ทโฟน 5G มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นช่วงปลายปี

ดังนั้น จากจำนวนแอปพลิเคชัน ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่มีแนวโน้มเปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ระบบนิเวศของสมาร์ทโฟน 5G มีศักยภาพรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย จะสามารถดึงดูดให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟน 5G แทน 4G เมื่อถึงรอบอายุเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนที่ถือครองอยู่

ด้วยเหตุนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าการเปลี่ยนผ่านจากสมาร์ทโฟน 4G ไปสู่ 5G ในระดับแมส น่าจะเกิดขึ้นในอีก 3-4 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าจำนวนสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ 5G ที่สามารถจำหน่ายในปีนี้ น่าจะอยู่ที่กว่า 8 หมื่นเครื่อง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.6 ของยอดขายสมาร์ทโฟนทั้งหมดในปีนี้ที่ราว 14.8 ล้านเครื่อง ขณะที่ยอดขายสมาร์ทโฟน 5G ในปีหน้า น่าจะขยับตัวแตะ 1.6 แสนเครื่อง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT