POLITICS-GENERAL

รู้แล้วอึ้ง! เบื้องหลัง ‘กฤษฎา-สุพัฒนพงษ์’ จูงมือลาออก

เปิดเบื้องหลัง รัฐมนตรีเรียงคิวยื่นลาออก วิพากหนักมีสัญญาณบอกเหตุบางอย่าง ที่กำลังจะเกิดขึ้น!   

ปมรอยร้าวระหว่างรัฐบาลกับแบงก์ชาติ ยังคงเป็นหนังยาวและไม่น่าจะจบลงง่ายๆ จากปมปัญหากดดันให้ลดดอกเบี้ย พ่วงการคัดค้านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 2 เรื่องใหญ่ยังหาทางลงไม่เจอ กลับมีหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขึ้นโชว์วิสัยทัศน์ในหัวข้อ “เติมเพื่อไทยให้เต็ม 10 สนับสนุนรัฐบาลเปลี่ยนประเทศ” แล้วออกมาพูดถึง ความเป็นอิสระของ”ธนาคารแห่งประเทศไทย” เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ จนเกิดกระแสวิพากวิจารณ์โหมกระหน่ำใส่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยรอบทิศ จนทำให้ลูกข่ายออกมาปกป้องกันยกใหญ่

รอยร้าวระหว่างรัฐบาลกับแบงก์ชาติ ยังหาที่สิ้นสุดไม่เจอ คลื่นลมพัดโหมใส่รัฐบาลอีกจนได้ เมื่อ กฤษฎา จีนะวิจารณะ ยื่นหนังสือลาออกจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง  ภายหลังการแบ่งงานในกำกับดูแลในสัดส่วนของรัฐมนตรีช่วย ที่ไม่ได้รับผิดชอบหน่วยงานหลัก แถมได้เป็นรัฐมนตรีช่วยลำดับสุดท้าย งานที่ กฤษฎา กำกับดูแลสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ที่เหลือรัฐวิสาหกิจเล็ก 3-4 แห่ง เรียกว่าด้อยสุดของงานที่รับผิดชอบ

ลาออก

ใครจะคิดว่าบ้านเมืองตอนนี้กำลังเข้าสู่ “จุดอับ” เข้าไปทุกขณะ บางคนถึงขั้นพูดทำนอง “บ้าอำนาจ” ของผู้มีอำนาจด้วยซ้ำ หลายคนสงสัยเกิดอะไรขึ้น คนลาออกไม่เฉพาะแต่คนของพรรคเพื่อไทย แต่กลับกลายเป็นของพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง พรรครวมไทยสร้างชาติ อย่าง กฤษฎา จีนะวิจารณะ ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเครื่องบ่งชี้อะไรบางอย่าง นอกจากไม่ให้เกียรติกัน กฤษฎา จีนะวิจารณะ ดูเหมือนไร้ค่ากับการแบ่งงานให้ดูแล 

ใครจะเชื่อว่ามาถึงวันนี้ “พิชัย ชุณหวชิร” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ถูกจัดชั้นให้เป็นรองนายกฯดูแลกระทรวงการคลัง เรียกว่าแทบไม่มีอำนาจเอาเสียเลย แค่จะแบ่งงานในกระทรวงยังไม่สามารถจัดการได้

“อุตส่าห์กำหนดจะประชุมทีมรัฐมนตรีในกระทรวงเพื่อแบ่งงาน แต่มีเหตุผลอันใด ทำไม? ถึงต้องยกเลิกการประชุม ใครสั่ง ใครเบรก หรือมีมือที่มองไม่เห็น จัดสรรปันส่วนงานในกระทรวงไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะหลังยกเลิกประชุมสักพัก ก็มีประกาศแบ่งงานออกมาในไม่ช้า ถามจริงใครเป็นจอมบงการกับการแบ่งงานครั้งนี้”

ไม่แปลกสิ่งที่ กฤษฎา จีนะวิจารณะ ตัดสินใจ ไม่แคร์ความรู้สึก เรียกว่าไม่สนอะไรใดๆทั้งสิ้น แสดงออกแบบนี้กำลังเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง ที่ผู้คนเขาซุบซิบกันอยู่หรือไม่?

เช่นเดียวกับ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เหตุผลลาออก “มีภารกิจส่วนตัวหลายประการ  จึงขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และตำแหน่ง อื่นๆ ในพรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป”

ลาออก

เหตุผลลาออกดูดี มีภารกิจส่วนตัวหลายประการ  แต่ในมุมลึกๆ แล้วน่าสนใจยิ่ง เพราะไม่อยากเปลืองตัว หลายสิ่งหลายอย่างให้ความเห็นไปแล้วเขาไม่ฟัง ก็ไม่ใช่หน้าที่เราแล้ว เขาไม่ฟังจะอยู่ไปทำไม? คงมองเห็นอนาคตข้างหน้าแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องร้อน ๆในรัฐบาลนี้ก็มีอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นดิจิทัลวอลเล็ต หรือ ค่าแรง 400 บาท สำคัญสุดเสนอความเห็นอะไรไปการตอบสนองและความสนใจแทบไม่มี เมื่ออยู่ในสภาพถูกด้อยค่า และมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้น ถอยดีกว่า การตกปากรับคำอดีตนายกฯที่จะช่วยชาติบ้านเมือง มันก็ได้ช่วยแล้ว

 “หลายคนไม่สบายใจกับรัฐบาล แม้แต่คนที่อยู่ข้างกายผู้มีอำนาจ เพราะมันมีสัญญาณบอกเหตุหลายอย่างที่จะเกิดขึ้น”

ยิ่งเห็นก่อนหน้านี้ ปานปรีย์ พหิทธานุกร โบกมือลารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและทุกตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2567  หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ครม.เศรษฐา 1/1  ไม่กี่ชั่วโมง บอกเลยไม่ได้คิดลาออกเพราะเหลือแค่ตำแหน่งเดียว แต่มีเรื่องที่มิอาจบอกกับใครได้ แต่การเหลือตำแหน่งเดียว สมประโยชน์อาการน้อยเนื้อต่ำใจ และเป็นคนมีหลักการรักในศักดิ์ศรี จึงตัดสินใจได้ง่าย

ปานปรีย์ มาถึงจุดที่ไม่สามารถไปต่อได้อีกแล้ว หากฝืนไปต่อไม่ต่างอะไรกับเป็นเครื่องมือให้ใครบางคน บางกลุ่ม ที่จะทำอะไรลงไป ฉะนั้นทางออกที่ดีลาออกดีกว่า!!

ลาออก

ส่วน สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ มือขวาของ ปานปรีย์ เรียกว่าเป็นคนที่ ปานปรีย์ ไว้เนื้อเชื่อใจและใช้งานมากที่สุด เมื่อ ปานปรีย์ ลาออกไป โดยมารยาทเขาก็ต้องลาออกไปด้วย เรียกว่าเรียกใช้งานได้เต็มปาก 

 จากนี้ไปเราต้องมาดูกันต่อว่า ใครจะเป็นรายต่อไป ที่จะโบกมือลารัฐบาลชุดนี้ แต่ที่แน่ๆ คงไม่ใช่ “เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ผู้ว่าแบงก์ชาติ คู่ปรับรัฐบาลแน่นอน!!

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight