ดูหนังออนไลน์
General

ไม่เอาแล้ว 2 ล้าน! ผู้ปกครองกร้าว เรียกค่าเสียหาย ‘สารสาสน์’ 5 ล้าน ทุกคน!

ผู้ปกครองไม่เอาแล้ว 2 ล้าน ขอเรียกค่าเสียหายโรงเรียน สารสาสน์ วิเทศ ราชพฤกษ์  5 ล้าน ทุกคน “ทนายเดชา” ไม่แคร์ถูกโจมตี โวเป็นทนายสวนกระแส ไม่ได้รับจ้างถือป้ายหน้าทีวี แขวะคนออกทีวีอิจฉา 

จากกรณีครูโรงเรียน สารสาสน์ วิเทศ ราชพฤกษ์ ที่มีคลิปครูทำร้ายนักเรียนออกมาเรื่อยๆ ขณะที่ล่าสุด “ครูจุ๋ม”  น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง เดินทางแจ้งความดำเนินคดีกับพ่อแม่เด็กที่กระโดดตบ และใช้เท้าถีบ เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา โดยมี “เดชา กิตติวิทยานันท์” ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ในนามตัวแทนเครือโรงเรียนสารสาสน์ อย่างเป็นทางการ เป็นผู้พาไปแจ้งความ

สารสาสน์

ในรายการโหนกระแส วันนี้ (5 ต.ค.) ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 “หนุ่ม” กรรชัย กำเนิดพลอย ผู้ดำเนินรายการ  ได้สัมภาษณ์ผู้ปกครองของเด็กสารสาสน์ราชพฤกษ์จำนวนหนึ่ง พร้อมด้วย นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม

โหนกระแส สัมภาษณ์ ผู้ปกครอง สารสาสน์ 

แม่ลี่เป็นแม่น้องฝาแฝด ไปเจอคลิปหลังเหตุการณ์ ไปดูได้ยังไง

แม่ลี่ :  เกิดจากการคุยกันในไลน์กลุ่มเนิร์สเซอรี่ มีผู้ปกครองคนอื่นถามว่า มีเด็กคนไหนถูกตีในห้อง แล้วมีชื่อน้องแฝด น้องต้นข้าวกับน้องต้นหอม แม่ก็เลยอยากดูกล้อง เพราะผู้ปกครองส่งมาพร้อมกัน 3-4 คน พูดเป็นชื่อของลูกแม่

ภาพที่เห็น?

แม่ลี่ : “น้องเดินเตาะแตะมา วันที่ 21 กันยายน มีเหตุการณ์เกิดขึ้น 2 ครั้ง น้องเดินเตาะแตะ เหมือนขอน้ำกิน ครูก็ตีเข้าไปที่หลัง และลากน้องให้เข้ามุม และเหมือนทำอะไรตรงหัวน้อง เพราะเขาเอาตัวบังน้อง แล้วเห็นว่าเอามือตบข้างหูน้อง จนน้องหัวฟาดไปอีกฝั่งนึง น้องต้นหอมโดนค่ะ

แล้วน้องต้นข้าวล่ะ

แม่ลี่ : น้องต้นข้าวโดนตอนตื่นนอน ประมาณเที่ยงกว่าๆ น้องตื่นนอน แล้วเขาร้องไห้ ครูเอาตัวกดน้องลง และเอามือชี้หน้าให้หยุดร้อง และจับขาน้องฟาดพลิกไปพลิกมาที่นอน แม่เห็นหน้าน้องสะอื้นสุดๆ ไม่ไหวแล้ว เป็นวันเดียวกัน

ลูกเราสองคนโดนทั้งคู่ ระหว่างต้นหอมถูกกระทำ ต้นข้าวทำอะไร

แม่ลี่ : นั่งดื่มน้ำอยู่ค่ะ มองพี่ตัวเองถูกตี ตอนน้องโดน ต้นหอมก็พลิกมามอง

ครูคนนี้คือ

แม่ลี่ : เช่อแพรว เตรียมอนุบาล เนิร์สเซอรี่ เอ ค่ะ น้อง 2 ขวบ 3 เดือนค่ะ เราไม่ได้เห็นแค่ลูกเรา เราเห็นลูกแม่ตุ๊กตา คือน้องวิน

สารสาสน์

ทางแม่ลี่มาบอกแม่ตุุ๊กตา?

แม่ตุ๊กตา : “ที่เห็นคือ น้องวินโดน 2 เหตุการณ์ เหตุการณ์แรกที่เห็นคือ น้องเดินร้องไห้เข้ามาจากข้างนอก น้อง 2 ขวบ 6 เดือน พอมานั่งจุดตัวเอง สักพักเช่อแพรวก็เดินเข้ามา แล้วเหมือนจะอุ้มแต่ไม่ใช่ กึ่งลากกึ่งกระชากไปหลังห้อง ซึ่งหลังห้องเป็นมุมใต้กล้อง ปล่อยให้น้องนั่งอยู่สักพัก แล้วเขาก็ให้เด็กทำกิจกรรมมาเรื่อยๆ แล้วเขาก็กลับมา

น้องน่าจะยังไม่หยุดร้อง เขาเลยลากน้องจากจุดนั้นเลื่อนไปอีกจุดนึง และเดินไปหยิบไม้บรรทัด แม่ไม่แน่ใจว่าเป็นฟุตเหล็กอะไรหรือเปล่า แต่ไม่ใช่พลาสติกแน่นอน เห็นตีไปที่ขาน้องทีนึง ตอนเอาลงกระชากลงและตี สักพักไปทำอะไรของเขาเสร็จ หันกลับมาดึงหัวน้อง กระชากจนหงายหลัง และทิ้งไว้อย่างนั้น

สักพักใหญ่ๆ เช่ออิงมาจากไหนไม่รู้ เดินเข้ามาในห้อง มาถึงอุ้มน้อง เหมือนเอาเข้าไปในถังขยะ แม่มารู้ทีหลังว่า ถังนั้นเป็นถังขยะ และทำท่าเหมือนให้เงียบ ถ้าเงียบจะได้ออกมา แต่แม่ไม่ได้ยินเสียงนะคะ ดูจากภาพ

แล้วอีกเหตุการณ์?

แม่ตุ๊กตา : “เหตุการณ์นึงเกิดบ่ายสองวันเดียวกัน ซึ่งเป็นช่วงให้พักเบรกกินนม น้องน่าจะทำนมหก เช่อแพรวชี้มาแต่ไกล แต่ไม่ได้ยินเสียง น้องนั่งอยู่บนเก้าอี้ จับน้องกระแทกที่พื้น แล้วเอามือน้องถูนมที่หก และกดหัวน้องลงไป และให้นั่งอยู่อย่างนั้น เกือบ 40 นาที

พอเพื่อนๆ กลับมาในห้อง ตัวเขาเองก็เดินเข้ามา และลากน้องไปไว้มุมเดิม มุมใต้กล้อง เช่ออิงมาจากไหนอีกแล้วไม่รู้ ยืนอยู่หน้าห้องดีๆ เดินปรี่เข้ามา คุณแม่เชื่อว่าเขาทำร้ายน้อง เพราะเขาทำมือ สักพักเช่ออิง ก็หยิบถุงดำมาคลุม เข้าๆ ออกๆ

ทำเพื่ออะไร

แม่ตุ๊กตา : “ไม่ทราบจริงๆ ค่ะ น่าจะให้น้องหยุดร้องมั้งคะ

มีสามคนที่ร่วมกัน ส้ม แพรว อิง ตอนนี้น้องเป็นยังไง

แม่ตุ๊กตา :  สภาพภายนอกแม่ยังเห็นเขาปกติดี แต่สภาพจิตใจข้างในแม่ไม่รู้ กลัวเป็นภาพจำของเขา ที่จะส่งถึงเขาในอนาคต ตอนกลางคืนเขานอนผวา นอนร้องไห้ อารมณ์รุนแรง ตอนแรกแม่เข้าใจว่า เป็นวัยทองของเด็ก 2 ขวบ แต่พอเห็นคลิปแล้วไม่น่าใช่ น่าจะเป็นเพราะถูกกระทำ

แจ้งความแล้ว?

แม่ตุ๊กตา :  ลาออกแล้ว ให้น้องอยู่บ้านก่อน ไม่สมัครเรียน

น้องต้นข้าวต้นหอมสภาวะทางจิตเป็นยังไง

แม่ลี่ : “ร้องทุกคืน แม่ต้องนอนกล่อมทุกคืน และน้องมีพฤติกรรมก้าวร้าวใส่กัน เมื่อก่อนจะแบ่งกัน แต่ตอนนี้ตีกัน รุนแรงมากด้านอารมณ์

แม่พิงก์เห็นว่า เป็นหนึ่งในคนไปเรียกร้องขอความเป็นธรรม เรียกเท่าไหร่ เรียก 2 ล้านมั้ย?

แม่พิงก์ : ไม่เรียก 2 ล้านค่ะ จะเรียก 5 ล้านค่ะ ทุกคนเรียก 5 ล้านหมดเลย

ตอนนี้ไม่เรียก 2 ล้านแล้ว?

แม่พิงก์ : ตอนแรกไม่ได้เรียกร้องอะไรค่ะ แต่ตอนนี้ทุกคนเรียก 5 ล้านเท่ากันทุกคน

ตอนแรกที่มีการขอไป ร้องไปต้องการคนละ 2 ล้าน ค่าเยียวยาสภาพจิตใจเด็กและครอบครัว แต่วันนี้ไม่แล้ว เรียกเท่าไหร่?

ม่พิงก์ : 5 ล้านค่ะ ทุกคนค่ะ ทางฝั่งเขายังไม่ได้ส่งใครมาเจรจา ไม่มีส่งใครมาคุยกัน

แม่ต่าย คือแม่น้องเสือ คือหนึ่งในคนที่ถูกครูจุ๋มแจ้งความ?

แม่ต่าย : ใช่ค่ะ เห็นว่าแจ้งเรื่องทำร้ายร่างกาย วันนั้นเข้าไปตบโดนหลังค่ะ

ตบผิดหรือเปล่า?

แม่ต่าย : ใช่ค่ะ เขาหลบ ตั้งใจจะตบหัวกบาลค่ะ

สารสาสน์

ลุแก่โทสะเพราะรับไม่ได้?

แม่ต่าย : ใช่ค่ะ คลิปลูกอยู่ข้างหน้าพอดี คลิปรันมาถึงลูก อื้อหือ

น้องเสือโดนอะไรบ้าง

แม่ต่าย : ดึงกระชากหู แล้วลากน้องไปฟาดหน้าห้อง ลากไปกระแทกในห้อง แล้วทุบหลัง ซึ่งโดนบ่อยค่ะ เพราะอยู่ใกล้มือ

เขาไปแจ้งความ พร้อมสู้เต็มที่?

แม่ต่าย : เต็มที่ค่ะ

กรณีแม่น้องเสือ เขาผิดมั้ย

รณณรงค์ : ทำร้ายร่างกายคนอื่นก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว คู่กรณีสามารถดำเนินคดีได้ แต่ทีนี้การทำร้ายร่างกายมันมีเหตุ ไม่ใช่คนบ้าอยู่ดีๆ ไปตบคนอื่น มันมีเหตุขึ้นมาก่อน เหตุที่เกิดถูกข่มเหงจากการกระทำที่ไม่เป็นธรรมหรือเปล่า เขาสามารถอ้างบันดาลโทสะได้ เพื่อขอลดโทษ อีกอย่างคู่กรณีไม่ได้เจ็บอะไรมาก

ทำร้ายร่างกายแค่จ่ายเงิน?

รณณรงค์ : การทำร้ายร่างกายถ้าไม่เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือใจ จ่ายค่าปรับ 500 เต็มที่ 1 หมื่น ไม่เกินนี้ก็จบเรื่องกันไป เดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้ครอบครัวเข้าไปดูที่โรงพักว่า เขาแจ้งข้อหายังไงบ้าง ปรับ 500 มั้ย หรือไม่ก็ไปปรับที่ศาลก็ได้ไม่มีปัญหา

แม่ต่ายเรียก 5 ล้านเหมือนกัน?

แม่ต่าย : “ใช่ค่ะ”

ทำไมอยู่ดีๆ ขึ้นมาเป็น 5 ล้าน

แม่ต่าย : “กระทบจิตใจน้องมาก น้องเห็นข่าวยิ่งแย่ ควบคุมอารมณ์ยากมาก ไปข้างนอกร้องไห้ทุกชั่วโมง อาการหนัก ตอนนี้เครียดทั้งครอบครัว แย่หมดเลย

มีใครติดต่อมาไหม

แม่ต่าย : “ยังค่ะ”

ฝั่งนี้ล่ะ

แม่พิงก์ : “ไม่มีค่ะ มีแต่ครูจุ๋มที่ติดต่อจะเข้ามาขอขมา ขอโทษ เราก็ถามคนอื่น เขาบอกว่าให้บล็อก เพราะทำขนาดนี้เป็นไปไม่ได้หรอกที่ทำเด็กหนักขนาดนี้จะสำนึก ไม่มีทางค่ะ”

โทรหา “เดชา”

จริงใช่มั้ย ที่พี่พาครูจุ๋มไปแจ้งความ 

ดชา :  จริงครับ

อะไรทำให้คิดแบบนั้น

เดชา : ก็ลูกความเขาถูกทำร้ายร่างกาย เขาประสงค์จะแจ้งความ ผมก็พาไปแจ้งความ เป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย สิทธิ์ขั้นพื้นฐานเลย

สารสาสน์

สังคมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และไม่อยากให้พี่ไปยุ่งเรื่องนี้ มองยังไง

เดชา : ผมไม่ใช่คนตามกระแส ผมเป็นคนสวนกระแสนะ

สวนทุกเรื่องว่างั้น

ดชา : ผมเป็นทนายอาชีพ ไม่ใช่รับจ้างถือป้ายออกทีวี ฉะนั้นถ้าลูกความเขาประสงค์จะแจ้งความ และมีความผิดเกิดขึ้นจริง ผมก็ต้องร้องทุกข์ตามนั้น

ไปแจ้งกี่คน

เดชา :  สองคนผัวเมีย จำชื่อไม่ได้ ไม่อยากจำ

ไปแจ้งดำเนินคดีหรือลงบันทึกประจำวัน?

เดชา : ดำเนินคดีเลย ไปลงบันทึกประจำวันทำไม ก็ตามสิทธิ์

โรงเรียนให้พี่เป็นที่ปรึกษา?

เดชา : ใช่ครับ ที่ปรึกษากฎหมายทั้งหมด ทุกคดี

มุมทนายความหลายคน เกิดความไม่สบายใจ ว่าทำไมพี่ถึงไปดูแลฝั่งคนทำร้ายเด็ก

เดชา : ใครไม่สบายใจครับ ก็เห็นแต่ทนายที่ออกทีวี ทะเลาะกับผม ที่นั่งอยู่ในรายการคุณ แค่นั้น ทนายทั่วประเทศ นายกฯ สภาทนาย ก็เห็นด้วยกับผม

เขาหมายถึงพี่?

รณณรงค์ : ก็ผมนั่งอยู่คนเดียวนี่ไง

พูดแบบนี้จะกลายเป็นว่าเอาเด็กแก้แค้นหรือเปล่า

เดชา : ไม่ใช่ๆ คนไม่พอใจก็มี ผมไม่เห็นทนายคนอื่นไม่พอใจ มีแต่คนกลุ่มเขาทั้งนั้นแหละ

น้องพี่อีกคน อัจฉริยะ?

เดชา : ก็ปล่อยเขาไป ผมเข้าใจ ไม่โกรธอัจฉริยะ เขาจะพูดอะไรก็เรื่องของเขา ไม่โกรธเลย เอางี้แล้วกัน

แล้วรณณรงค์ล่ะ

เดชา : ผมก็ไม่ได้โกรธอะไรเขา เรื่องของเขา จะทำอะไรก็ทำไป ผมจะทำอะไรก็เรื่องของผม พี่น้องทนายความ ตอนผมมาศาล เขาก็เห็นด้วยกับผม จับมือกันเยอะแยะ ผมเป็นทนายความอาชีพ ลูกความทุกคน ไม่ว่าจะโจทก์ จำเลย ผู้ต้องหา ก็ต้องมีทนายอยู่แล้ว พ่อค้ายา ดาราค้ายา ยังมีทนายความดังไปว่าความ ไม่เห็นมีใครไปด่าเขาเลย”

เป็นไปได้มั้ยว่าจะไปเจรจากัน บางคนบอกว่าอยู่ดีๆ เอาครูจุ๋มไปแจ้งความ จะยิ่งเสียหายกับรูปคดี แทนที่จะเจรจากันตอนนี้ผู้ปกครองเขาไม่ยอมแล้ว?

เดชา : ผมไม่สนใจคำพูดคนอื่น ผมรับจ้างว่าความจากใคร ผมฟังลูกความ และทุกวันนี้ไม่มีการเจรจาอะไรเลย  รัฐมนตรี หรือผู้ปกครอง ก็มีนักกฎหมายคอยเสี้ยม แจ้งผู้สื่อข่าวทุกวัน ผู้สื่อข่าวไปนั่งรอที่โรงพัก ผมคุยกับตำรวจเขามา คนพวกนี้ไม่มีพฤติกรรมจะเจรจาอะไรเลย”

ตอนนี้เขาเรียกจาก 2 ล้านเป็น 5 ล้าน?

เดชา :  ก็เรื่องของเขา ก็เรียกไป ผมเป็นที่ปรึกษาทางโรงเรียน เขาก็ยินดีที่จะเยียวยาอยู่แล้ว เมื่อวานผมไปประชุมกับทางโรงเรียนมาแล้ว เขาก็ยินดีจะจ่ายถ้าเป็นตัวเลขที่เหมาะสม”

กลุ่มครู 13 คนที่ก่อเหตุเขาผิด?

เดชา : แน่นอน เมื่อวานเจอหมดเลย 13 คน เขาก็ขอโทษหมด

ขอโทษแล้วสำนึกจริงมั้ย?

เดชา :  ไม่รู้ ต้องไปถามเขาเอง ผมเป็นทนาย จุ๋มก็ดูโศกเศร้า เสียใจร้องไห้ แล้วลามปาม ไปเล่นสิทธิส่วนบุคคล พ่อแม่ครอบครัว อะไรเยอะแยะ มันเกินไป กระแสมันบ้าเกินไป

พี่ไม่กลัวสังคมมองพี่มุมกลับ?

เดชา :  ไม่สนใจ ผมเป็นทนายอาชีพ ใครจะติดตาม ยกเลิก แบน ผมไม่ได้ทำมาหากินในโซเชียล ผมเป็นทนายความอาชีพ ทนาย 7-8 หมื่นคน เขาก็เข้าข้าง มีแต่คนออกทีวี ที่อิจฉาริษยาผม ว่าผมไปเป็นที่ปรึกษาโรงเรียนรวย มีเงินเป็นหมื่นล้าน ต้องได้เงินเยอะ

การว่าความต้องได้เงินอยู่แล้วเป็นปกติ ใครจะว่าความฟรี มีทนายผู้หญิงคนนึง เสนอหน้ามาว่าความให้ผู้ปกครองฟรี มันผิดมารยาททนายความ มันทำไม่ได้

ผิดมั้ย?

รณณรงค์ : ต้องให้ทางสภาเป็นคนบอก

ฟังแล้วเดือดมั้ย

รณณรงค์ : เรื่องนี้เป็นเรื่องละเมิดสิทธิเด็ก ที่สหประชาชาติเขาก็คุ้มครองเอาไว้ แล้วเป็นคร้ั้งแรกในเมืองไทย ที่เกิดเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ โดยที่ภาครัฐไม่มีมาตรการกำกับดูแลให้ชัดเจน และสามารถช่วยเหลือเด็กๆ ในเมืองไทยได้

รอบนี้ต้องมีการแก้ทุกอย่าง ที่เป็นการล้อมคอกให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่โรงเรียนนี้อย่างเดียว ต้องขยายไปที่โรงเรียนเอกชน โรงเรียนรัฐบาลที่อื่น ระดับเด็กเล็กทั้งหมดต้องมีกฎหมายดูแล ไม่งั้นนานาชาติเขามองมาที่ประเทศไทย ประเทศคุณมีกฎหมายคุ้มครองเด็กที่ลงนามในสหประชาชาติมั้ย

ทนายเดชาในฐานะเป็นที่ปรึกษาโรงเรียนสารสาสน์ฯ โรงเรียนเขาจะชดเชยยังไง

เดชา : เจ้าของโรงเรียนน่ารักทุกคน เขายินดีจ่ายทุกบาททุกสตางค์ ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้น จากครูพี่เลี้ยง หรือครูเขา เขายินดีจ่ายทุกบาททุกสตางค์ แต่ไม่ใช่ไปเดินสายทำลายชื่อเสียงเขา ทุกโรงเรียน 49 สาขาเขาเสียหายหมด

เขาลงุทนไปหมื่นล้าน เป็นการกระทำที่อยากดัง ทำลายชื่อเสียงเขามากกว่า ครูที่เขาไม่เกี่ยวข้อง เขาก็เสียหายหมด

เป็นที่ปรึกษามานานหรือยัง?

เดชา : “เป็นเมื่อวานนี้”

ผู้ปกครอง : (หัวเราะ)

ผู้ปกครองกลั้นอารมณ์ไม่ไหว?

เดชา : ไม่เป็นไร หัวเราะไปเถอะ ผมเข้าใจ มันอาจจะขำก็ได้ครับ ผมเป็นทนายความที่ปรึกษากฎหมายของโรงเรียน รับผิดชอบคดีของโรงเรียน ส่วนคดีครูพี่เลี้ยง น้องๆ พวกนั้น เขาให้ผมช่วยเหลือเรื่องคดี ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนเลย โรงเรียนไม่ได้ปกป้องคนพวกนี้ นำเสนอข่าวแบบเท็จทั้งนั้น คนละเรื่องเลย

คิดว่าจะจบยังไง

เดชา : ก็แล้วแต่ฝ่ายตรงข้าม ฝั่งนี้เขายินดีเจรจาหมดแหละครับ ทุกสิ่งทุกอย่างโรงเรียนเขาแก้ไขแล้ว ทำไมไม่นำเสนอข่าว วงจรปิดก็โอเค ใบประกอบวิชาชีพก็ไล่คนออก เปลี่ยนผู้อำนวยการ เขาทำหมดแล้ว

ครอบครัวต้องการเยียวยา เหมาะสมมั้ย 5 ล้าน?

เดชา : แจ้งมาที่ผมได้โดยตรงครับ”

สมมติลูกพี่โดนอย่างนี้  พี่ทำไง

เดชา : ก็ทำตามกติกา แจ้งความก็แจ้งความ คงไม่เดินสายออกทีวี แจ้งความก็พอแล้ว

พี่คิดว่าผู้ปกครองควรได้คนละเท่าไหร่

เดชา : ตอบไม่ได้ครับ ยื่นข้อเสนอมาเลย โรงเรียนยินดีเจรจา ยินดีเยียวยาทุกอย่าง ไม่ต้องไปยืนยกป้ายที่ไหนหรอกครับ เชื่อผม บอกมาที่ผมเลย เดี๋ยวผมไปพิจารณาอีกที

ฟังแล้วรู้สึกยังไง ?

รณณรงค์ : ทำไงล่ะ ผมเป็นคนดังที่สุดในประเทศ ทำไมล่ะ จะให้พูดถึงใครล่ะ

แม่เอ แม่บี ลูกเคยเรียนที่นี่ ปีไหน

แม่บี : ปี 61 ค่ะ เคยเรียนที่นี่แต่ออกไปแล้ว ตอนที่ออกอยู่อนุบาล 2 ตอนแรกโดนตี แต่อันนั้นพอรับได้ แต่ที่โดนแล้วรับไม่ได้คือ เอาดินสอจิ้มที่แขนแล้วเป็นแผล เขาก็ทายาให้ด้วย

มีหลักฐานมั้ย

แม่บี : ตอนนั้นไม่ค่ะ เพราะแผลรูเล็กนิดเดียว

จะมั่นใจได้ยังไงว่าสิ่งที่พูดเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

แม่บี : แม่มีคลิปการประชุมผอ.ค่ะ ตอนนั้นผอ.คุยกับแม่ ตอนนี้คิดว่าคนนี้น่าจะอยู่ เพราะเหมือนเห็นแว่บๆ เป็นผู้หญิงค่ะ

ลูกโดนอะไร

แม่น้องอาชิ : ยิ่งดูยิ่งโดนทุกวัน โดนครูต่างประเทศตีหลังค่ะ เห็นทุกวัน โดนทุกวัน ครูมี 2 คน ครูจุ๋ม กับครูต่างประเทศ ตอนนี้น้องมีอาการรุนแรงมาก เห็นพ่อไม่ได้จะซ้อมค่ะ จะต่อยพ่อค่ะ

เท่าที่นับมีครูเพิ่มเป็น 15 คน แล้วยังไงอย่างนี้

รณณรงค์ : ต้องทยอยไปให้ปากคำ เพราะบางคนยังไม่ให้ปากคำ

มีอะไรจะบอกทนายเดชา?

รณณรงค์ : ไม่มี อย่าไปให้เยอะ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team