Entertainment

‘เอ๊ะ จิรากร’ เผยที่มา ‘นักร้องจังหวะนรก’ สู้ชีวิตเส้นทางดนตรี 11 ปี กว่าจะดัง!

ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด ธุรกิจหลายธุรกิจต้องปิดตัวลงหรือปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มาเป็นการขายออนไลน์ ให้เข้ากับสถานการณ์ ด้านนักร้องหนุ่ม เอ๊ะ-จิรากร สมพิทักษ์ หรือ “หน้ากากอีกาดำ” ก็เป็นอีกคนที่หยิบจับทุกโอกาสให้เป็นรายได้เอาใจสายกิน ยกความอร่อยของร้านซีฟู้ด น้ำจิ้มรสแซ่บ ที่เจ้าตัวทำเองทุกขั้นตอน กับ “Prawn Hub By กินกับกา ยืนหนึ่งทุกเรื่องแซ่บ มาไว้ในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 พร้อมกับเล่าชีวิตที่ต้องสู้ในวงการเพลงถึง 11 ปี กว่าจะมีเพลงดัง !!  แถมยังเผยที่มาของฉายาสุดพีกอย่าง “นักร้องจังหวะนรก”

เอ๊ะ จิรากร : ทำวงอยู่ใต้ดินนานกว่า 10 ปีเลยครับกว่าจะมีเพลงดัง ผมเคยทำงานเพลงกับ ปิ๊ด บอดี้สแลม ด้วยแต่ก็แยกย้ายกันไปตอนที่แยกย้ายเพื่อนแต่ละคนก็ได้ดีกันไปหมดยกเว้นแค่เรา

เป็นนักร้องนำมาตลอดไหม ??

เอ๊ะ จิรากร :  เป็นนักร้องนำมาตลอดครับ ร้องแนวร็อคมาตลอดเลยครับ ร็อคแบบว๊ากๆ แต่พอเราร้องแบบว๊ากได้สักพักหนึ่งเราก็ไปเล่นดนตรีในผับที่เจอ ปิ๊ด เราก็เริ่มร้องแบบเบาลงๆแล้วเราก็มาทำเพลงแบบ POP ROCK ไปอยู่ค่ายลาดพร้าว แต่ตอนนั้นไม่ได้ออกเพลงนะครับ แล้วเราก็มาเป็นศิลปินฝึกหัดอยู่ที่ แกรมมี่ เราก็ร้องไกด์อยู่ 5 ปี แล้วมันจะมีช่วงฟองสบู่ทางด้านวงการเพลงแตกค่ายเล็กๆย่อยๆเลยต้องปิดตัวลง

เลยเป็นที่มาที่ไปของฉายา จังหวะนรก หรือเพราะว่าไปอยู่ค่ายไหนค่ายไหนก็ต้องปิด

เอ๊ะ จิรากร : ใช่ครับ เราไปอยู่ทำเพลงกับใครก็ไม่รอด

แต่เพลงแต่ละเพลงที่ดัง คือ ช่วงจังหวะนรก ทั้งนั้นเลย

เอ๊ะ จิรากร : คือวันนั้น นั่งคุยกับ ปิ๊ด บอดี้สแลม เขาว่าพี่เอ๊ะ สังเกตดีๆนะผมว่าพี่ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เพราะตอนที่ปล่อยเพลงกับเขาตอนนั้นก็เกิดเหตุการณ์ข่าวเด็กติดในถ้ำหลวงคนไปโฟกัสแต่ข่าวนี้หมดเลย เราอุตส่าห์เอา บอดี้สแลม มาแล้ว พี่ๆ บิ๊กแอส ช่วยเราหน่อย นักร้องนำ Linkin Park เสียชีวิต ก็ถูกกระแสข่าวกลบกระแสเพลงเราไปอีก เพราะเขาก็เป็นศิลปินชาว ROCK ที่มีชื่อทั่วโลก และล่าสุดที่ผมเพิ่งปล่อยออกมา โลกอิจฉา พอปล่อยออกมาปิดประเทศเลยครับ พอปล่อยเพลง โควิดก็มาพร้อมเพลงเลย ผมก็ถามกับ ปิ๊ด ว่าจะมีอะไรอีกไหม (หัวเราะ)

แต่ถึงจะปล่อยเพลงออกมาเจอเหตุการณ์ต่างๆ แต่เพลงดังของ เอ๊ะ จิรากร ก็มีอยู่เยอะมาก

เอ๊ะ จิรากร : เพลงแรก คือ ไม่มีตรงกลาง เพราะตอนนั้นเป็นโปรเจคที่ทาง คุณฟองเบียร์ เขาทำอยู่เขาก็บอกให้เราเอามาร้อง เราก็เอามาร้อง แล้วทีนี้มันก็มีเหตุคือ โปรดิวเซอร์ที่เขาทำให้วง โปเตโต้ กับเราคือ คนเดียวกันแล้วบังเอิญเขาไลฟ์เพลงที่เราร้องกับวงโปเตโต้ ลงในแผ่นเดียวกัน ทีนี่เขาจะเอาเพลงวงโปเตโต้ ไปเปิดให้อากู๋ฟัง แต่เพลงที่เขาเปิดมาเป็นเสียงเราร้องขึ้นมาว่า ใครจะพยายาม …..  (หัวเราะ) พออากู๋ ได้ยินเสียงเราเขาก็ถามว่าเสียงใคร ให้โอกาสเรามาทำเพลง

พอปล่อยออกมา คือ เป็นเพลงที่ดังมากเป็นเพลงที่เข้าหูมาก

เอ๊ะ จิรากร : ในจังหวะตอนนั้น เพลง เร็กเก้ รุ่งเรืองมาก ไม่มีคนฟังเพลง อีซี่ เลย ก็มีเพลงเราโผล่ออกมาคนเดียวเลย แล้วต่อจากเพลงนั้นก็มีเพลง จากนี้ไปจนนิรันดร์ จริงๆเป็นเพลงของพี่โดม แล้วมันไม่เข้ากับละคร เขาเลยเอามาให้เราร้อง

พอเพลงที่สอง จากนี้ไปจนนิรันดร์ ดังอีกเรารู้สึกยังไง

เอ๊ะ จิรากร : ตอนนั้นเราก็ได้ทำอัลบั้มเลยครับ รู้สึกดีใจ ซึ่งในอัลบั้มก็มีเพลงที่ดังอีก ใจกลางความรู้สึกดีๆ , ระหว่างเราสองคน ฯลฯ แต่กว่าเราจะโชคดี กว่าเราจะดังเราอยู่ในวงการนานมากเพราะคนอื่นเขาดังอายุ ยี่สิบกว่า แต่เรามาดังตอน สามสิบห้า แต่มันทำงานยากนิดนึงเพราะตอนนี้เราต้องเลี้ยงลูกถึงสามคน เลยต้องทำหน้าที่สองอย่าง คือ ทำงานด้วยเป็นคุณพ่อด้วย ตอนนี้คนโตอายุ 8  ขวบแล้วครับ

ถึงจะดังตอนอายุ 35 แล้ว แต่มีช่วงหนึ่งที่มีงานทุกวัน

เอ๊ะ จิรากร : ใช่ครับ เป็นช่วงที่เราประกวดเวทีหน้ากาก เปลี่ยนชีวิตเลยครับตอนนั้น เพราะเป็นซีซั่นแรกด้วยเราเลยให้ความสนใจมาก ซึ่งเรากับทีมงานไม่คิดว่าจะดัง ช่วงนั้นที่มีงานทุกวันเรียกว่าเยอะมากจริงๆผมเข้าโรงพยาบาลไปสองรอบตอนนั้น อดหลับอดนอนเพราะงานเยอะ

ที่รับงานเยอะก็เพราะครอบครัว เห็นว่าชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมากตั้งแต่มีลูก

เอ๊ะ จิรากร : เปลี่ยนไปเยอะครับ คือ มีลูกแต่ละคนเราจะประสบความสำเร็จอยู่เรื่อยๆอย่างมีลูกคนแรกก็มีอัลบั้ม ใจกลางความรู้สึกดีๆ มีลูกคนที่สองก็มี รายการหน้ากาก ส่วนลูกคนที่สาม ยังโควิดอยู่เลยครับ แต่คงมีแค่สามคนพอแล้วครับ ปิดอู่เรียบร้อย

หลายคนอาจจะไม่รู้ในมุมของคุณพ่อ หัวหน้าครอบครัวของเรา

เอ๊ะ จิรากร : บางคนจะไม่คิดว่าผมจะทำหน้าที่คุณพ่อ แบบนึกไม่ออก อย่างวันนี้ ผมทำหน้าที่รับส่งลูกไปโรงเรียน

การเลี้ยงลูกของ เอ๊ะ จิรากร กับ ภรรยา คือคนละแนวเลย

เอ๊ะ จิรากร : ภรรยาเขาจะดุครับ ส่วนเราคือ ตามใจลูกใจดีมาก

แต่ถึงจะทำหน้าที่คุณพ่อแล้ว เราก็ยังจะทำเพลงต่อไปใชไหม

เอ๊ะ จิรากร : ยังคงทำเพลงต่อครับ เป็นแนว POP ROCK ครับ อย่างเพลงที่เพิ่งปล่อยออกมา โลกอิจฉา ก็ได้พี่ต่อ อดีตมือกลองวง SILLY FOOLS มาตีให้ครับ

แต่ช่วงโควิดที่ผ่านมาไม่ได้หยุดอยู่บ้านเลี้ยงลูกเพียงอย่างเดียว แต่ไม่อยู่นิ่งเปิดร้านอาหารขึ้นมาด้วยชื่อว่า Prawn Hub by กินกับกา เห็นว่าเริ่มต้นจากน้ำจิ้มซีฟู้ด เพราะน้ำจิ้มอร่อยมากเลยต้องหาอย่างอื่นมาจิ้มกับน้ำจิ้ม

เอ๊ะ จิรากร : เพราะเราชอบกินอาหารทะเลเลยเป็นจุดเริ่มต้นของการทำน้ำจิ้มครับ ที่ร้านเราก็จะมี กุ้งเผา กุ้งแช่น้ำปลา เราเป็นคนเผากุ้งเอง ทำเองหมดเลยทุกอย่าง

น้ำจิ้มของเราที่ว่าเด็ด มีสูตรพิเศษที่กว่าอร่อยกว่าคนอื่นยังไง

เอ๊ะ จิรากร : ผมว่าเป็นเพราะสัดส่วนครับ จะมีพริกขี้หนู แล้วมันจะมีส่วนผสมพิเศษที่บอกไม่ได้ครับ อันนี้ที่เป็นทีเด็ดที่ผสมอยู่ในน้ำจิ้มเลย อีกอย่างน้ำจิ้มของเราจะไม่ทำเผ็ดรสโดนเพราะถ้าเผ็ดมากๆกว่าจะกินกุ้งหมดกล่อง ก็จะกลายเป็นทานไม่หมดเพราะอิ่มน้ำ

เอ๊ะ จิรากร : สูตรที่นำมา คือ สูตรของคุณแม่ของเพื่อนครับ เราก็ไปให้น้องๆช่วยสอนเรา เพราะเราชอบทำอาหาร เราเลยเรียนรู้ที่จะทำ ถามว่าอร่อยไหม อร่อยในแบบของเราแล้วกัน ส่วนชื่อร้าน Prawn Hub มาทีหลังเลยครับ เพราะตอนแรกผมมีเพจ กินกับกา อยุ่แล้ว เรามาได้กุ้งเพิ่มขึ้นมาเลยเป็นที่มาของ Prawn Hub แต่จริงๆ กินกับกา ก็จะมีหอยนางรม ลูกชิ้นปลาครับ เราไม่มีหน้าร้านครับ ของทางร้านเราต้องสั่งข้ามวันครับ เพราะเราอยากให้ทุกคนทานของสดๆ ต้องโทรสั่งล่วงหน้า 1 วัน  สามารถสั่งได้ที่เพจ กินกับกา ได้เลยครับ

 

Add Friend Follow
SAWINEE WANGMANOWPITAK