General

‘ผบช.สตม.’ สั่งทุกด่านเจอ ‘บอส อยู่วิทยา’ จับได้ทันที!

บอส อยู่วิทยา “ผบช.สตม.” สั่งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทุกด่าน จับได้ทันทีที่เจอ หลังพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ประสานส่งหมายจับนายวรยุทธใหม่

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันว่า ได้มีบันทึกสั่งการให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ หากพบตัวนาย วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ผู้ต้องหา คดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 สามารถจับกุมได้ทันที หลังพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ประสานส่งหมายจับนาย วรยุทธ ใหม่

บอส อยู่วิทยา

ใน 3 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ถึงแก่ความตาย, ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือฯ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยผิดกฎหมาย มายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ให้ตำรวจทุกหน่วย ที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน เรื่องการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม วานนี้ (3 ก.ย.) พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้าการดำเนินการในส่วนของตำรวจ โดยยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยอมรับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าว โดย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แสดงความรับผิดชอบ โดยการเข้ามากำกับดูแลการสอบสวน และสั่งการเรื่องนี้ทันที

อีกทั้งผลการดำเนินการที่ผ่านมา ก็สอดคล้องกับความเห็นของนายวิชา ที่ดำเนินการไปแล้วหลายส่วน เช่น การตั้งสำนวนการสอบสวนใหม่จนมีการออกหมายจับ และส่งสำนวนคดีให้อัยการรับไปพิจารณา ส่วนการเอาผิดทางวินัยกับตำรวจ 21 นาย ที่เสนอรายชื่อให้ ตั้งจเรตำรวจพิจารณาโทษไปแล้ว โดยในจำนวนนี้มีรายชื่อของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมอยู่ด้วย

บอส อยู่วิทยา

ส่วนการขอให้ตั้งจเรตำรวจพิจารณาเอาผิดทางวินัย ยืนยันว่า ไม่ใช่การช่วยเหลือกันให้พ้นผิด เพราะจเรตำรวจ เป็นหน่วยงานกลางในการพิจารณา และในการพิจารณาความผิดทางวินัย จะพัวพันไปถึงความผิดอาญาเช่น ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เช่นเดียวกับที่เคยพิจารณาโทษพนักงานสอบสวนชุดแรก 11 นาย ซึ่งได้ตั้งเรื่องเสนอให้ ป.ป.ช. พิจารณาเอาผิดฐาน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้ ป.ป.ช.หรือ ป.ป.ท. สั่งเอาผิด เพราะตำรวจได้สั่งดำเนินการไปก่อนแล้ว และหากพบว่า ตำรวจรายใด เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ก็จะเสนอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกคำสั่งให้มีการช่วยราชการไว้ก่อน และยังระบุว่า การพิจารณาความผิดใคร ไม่สามารถดำเนินการตามใจ กระแสสังคมได้ แต่ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะไม่ช่วยเหลือหรือปกป้องตำรวจ ที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

ส่วนเรื่องที่มีข้อมูลว่ามี อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แก้ไขข้อมูลเรื่องเวลาการเดินทาง และ ข้อเท็จจริงเรื่องที่อยู่ในขณะนั้น ในรายงานของนายวิชา ไม่ได้ระบุชื่อชัดเจน ว่าตำรวจระดับสูงเป็นใคร ก็ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยชุดคณะกรรมการสอบสวนวินัย

ส่วนชุดตรวจสอบข้อเท็จจริงของตนนั้น สอบสวนได้เพียง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพราะยังปฏิบัติราชการอยู่ ซึ่งผลการตรวจสอบในชุดของตน ยืนยันว่า มีอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สุดท้ายแล้ว จเรตำรวจ ต้องพิจารณาชั่งน้ำหนักเองว่า จะเชื่อคำให้การดังกล่าว หรือ เชื่อพยานหลักฐานของอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ส่วนการตามตัวนายวรยุทธ กลับมาดำเนินคดีในไทย ต้องรอให้อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องก่อน จึงจะดำเนินการตามขั้นตอนขอหมายแดงจากองค์กรตำรวจสากลเพื่อประกาศหาตัวตามถิ่นที่อยู่ใน 150 ประเทศ เพื่อให้ส่งข้อมูลกลับมาให้ไทย ประสานขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป ที่ผ่านมา ตำรวจยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของนายวรยุทธอยู่ตลอด เพียงแต่ไม่สามารถเปิดเผยประเทศปลายทางได้ว่า ขณะนี้อาศัยอยู่ที่ใด และ ไม่ชี้ชัดไม่ได้ว่าปัจจุบัน นาย วรยุทธ ถือหนังสือเดินทางของชาติใดอยู่

สำหรับเรื่องที่มีความเห็นว่า ตำรวจควรแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเล็งเห็นผล ชี้แจงว่า การจะแจ้งข้อหาใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับผลสอบสวนพยานหลักฐาน ส่วนที่จำเป็นต้องแจ้งข้อหา ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ เป็นไปตามหลักการดำเนินคดีตามกระบวนการของพนักงานสอบสวน ซึ่งคู่กรณีในความผิดกฎหมายจราจร จะต้องถูกตั้งข้อหาทั้งสองฝ่าย เนื่องจากจะมีผลที่ทำให้ผู้เสียชีวิตได้ประโยชน์จากการสอบสวน และเยียวยาในภายหลัง

ส่วนความเห็นเรื่องการกันตัว พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ไว้เป็นพยานนั้น เรื่องนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะการจะกันตัวใครไว้เป็นพยานหรือไม่นั้น ต้องรอให้มีการสอบสวนดำเนินคดีอาญาเกิดขึ้นก่อน ส่วนสถานะของ พันตำรวจเอกธนสิทธิ์ ขณะนี้ ยังอยู่ในฐานะของผู้ที่ถูกพาดพิงเท่านั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team