Politics

เพนกวิน : เครือข่ายปลดแอกซัดรัฐบาล อย่าเล่นละครว่ารับฟัง เบื้องหลังปิดปาก

จากเคส เพนกวิน “เยาวชนปลดแอก” แถลงการณ์ซัดรัฐบาลอย่ามาเล่นละครว่ารับฟัง เบื้องหลังดำเนินคดีปิดปาก ด้าน “ประชาชนปลดแอก” ประณามการจับกุม

วันนี้ (14 ส.ค. 63) เยาวชนปลดแอก ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง การจับกุมเยาวชนและประชาชนจากการชุมนุมเพื่อเรียกร้องทางการเมือง หลังจากเกิดกรณีที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาธรรมศาสตร์และแกนนำในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มนักศึกษาถูกจับกุมตัว

เพนกวิน

แถลงการณ์ “เยาวชนปลดแอก”

สืบเนื่องจากการชุมนุมของเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 มีเอกสารหลุดออกมาว่า อาจมีถึง 31 คนที่ถูกออกหมายจับ กว่าครึ่งเป็นเพียงแค่เยาวชน หนึ่งในนั้นคือ “พริษฐ์ ชิวารักษ์” หรือ เพนกวิน ที่เพิ่งถูกควบคุมตัวเมื่อช่วงเย็นของวันนี้ (14 ส.ค. 63) และกำลังถูกส่งตัวยังสถานีตำรวจนครบาลสำราญราฎษร์

เยาวชนปลดแอกขอยืนยันในข้อเรียกร้องที่เราได้ประกาศไปนั่นคือ “หยุดคุกคามประชาชน” การแสดงออกทางการเมืองอย่างสันติไม่ใช่อาชญากรรม ไม่มีใครจะต้องถูกจับกุมเพียงเพราะเรียกร้องอนาคตที่ดีกว่า หยุดส่งต่อสังคมที่มืดมิด หยุดเล่นละครเบื้องหน้าบอกว่ารับฟัง แต่เบื้องหลังกลับดำเนินคดีโดยเป็นการปิดปากทางอ้อม

เราจะอยู่กันแบบนี้จริงๆหรือ นี่ไม่อาจเป็นทางออกในการแก้ปัญหาของสังคมไทยที่เรากำลังพบเจอ หากใครกำลังทนไม่ไหวกับการคุกคามประชาชนแบบรายวัน โปรดออกมาร่วมกับ คณะประชาชนปลดแอก ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ เวลา 15:00 ถึง 21:00 น. เพื่อเรียกร้องไปยังผู้มีอำนาจถึง 3 ข้อเรียกร้องคือ

1. รัฐบาลต้อง “หยุดคุกคามประชาชน” ที่ออกมาใช้สิทธิและเสรีภาพตามหลักการประชาธิปไตย
2. รัฐบาลต้อง “ร่างรัฐธรรมนูญใหม่” ที่มาจากเจตจำนงของประชาชน เพื่อประโยชน์แก่สาธารณชนอย่างแท้จริง
3. รัฐบาลต้อง “ยุบสภา” เพื่อเป็นการเปิดทางให้ประชาชนสามารถแสดงเจตจำนงในการเลือกผู้แทนของตนได้อีกครั้ง

บนหลักของ 2 จุดยืน คือ

1. ต้องไม่มีการทำรัฐประหาร

2. ต้องไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

และอีก 1 ความฝัน ที่คณะประชาชนปลดแอกหวังให้เกิดขึ้นในประเทศไทยคือ การมี “ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ” อย่างแท้จริง ซึ่งความฝันนี้มิใช่ความฝันอันเลื่อนลอย แต่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ตามกระบวนการรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง

จะไม่มีใครต้องเดินอย่างโดดเดี่ยว ออกมาร่วมกันเพื่อสร้างแสงสว่างให้เกิดขึ้นในยามที่ประเทศกำลังมืดมน และเราจะไม่ทนกับความอยุติธรรม ไม่มีอำนาจใดค้ำฟ้า และจะไม่มีสิ่งใดใหญ่เกินกว่า เสียงของ “ประชาชน”

เยาวชนปลดแอก
14 สิงหาคม 2563

เยาวชนปลดแอก เพนกวิน

ประณามรวบตัว “เพนกวิน”

ด้าน คณะประชาชนปลดแอก-Free People ซึ่งผลักดันเป้าหมายทางการเมืองคู่ขนานกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก ก็ได้ออกแถลงการณ์ประณามการจับกุมนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ มีเนื้อหาว่า

การจับกุมนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อเวลาประมาณ 16.20 น. เป็นการพยายามใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อระงับหรือขัดขวางการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน

ซึ่งการใช้อำนาจครั้งนี้ มิได้เป็นไปเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามหลักการประชาธิปไตย หากแต่เป็นการใช้กฎหมายเพื่อปิดปากและคุมคามประชาชนอย่างชัดเจน

หนึ่งใน 3 ข้อเรียกร้องที่สำคัญ ที่คณะประชาชนปลดแอกเรียกร้องกันมาตลอด นั่นคือให้เจ้าหน้าที่รัฐ “หยุดใช้อำนาจเพื่อคุกคามประชาชน”

คณะประชาชนปลดแอกจึงขอประณาม และไม่ยอมรับการใช้อำนาจจับกุมของเจ้าหน้าที่รัฐในครั้งนี้ และขอให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการปล่อยตัวเพนกวินโดยเร็ว รวมถึงไม่กระทำการใดๆ อันแสดงถึงการไม่เคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตยเช่นนี้อีก

คณะประชาชนปลดแอก

14 สิงหาคม 2563

ทวิตเตอร์เดือด!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ถูกจับกุมตัวในวันนี้ ก็ทำให้มีผู้ใช้ทวิตเตอร์จำนวนมากติดแฮชแท็ก  #SaveParit และ #หยุดคุกคามประชาชน จนขึ้นเทรนด์อันดับ 1 และอันดับ 2 ของประเทศไทย เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้มีการระดมพลในโลกออนไลน์ เพื่อเดินทางไปกดดันเจ้าหน้าที่และติดตามการจับกุมครั้งนี้ที่สถานีตำรวจสำราษฎร์

ด้านผู้ใช้ทวิตเตอร์บางส่วนมองว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้น เพราะไม่ต้องการให้นายพริษฐ์ เข้าร่วมการประชุมนุมใหญ่ในวันที่ 16 สิงหาคม 2563 นี้

โดยเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา นายสุขสันต์ เวียงจันทร์ ซึ่งอาศัยอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดเลย ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายพริษฐ์ ตามมาตรา 112 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี และผู้สำเสร็จราชการแทนพระองค์ ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเลย

อ่านข่าวเพิ่มเติมคลิก

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team