ดูหนังออนไลน์
COVID-19

‘หมอมนูญ’ เปิดข้อมูลใหม่ ความรุนแรงของโควิดขึ้นอยู่กับการหายใจ!!

หมอมนูญ เปิดข้อมูลใหม่! ความรุนแรงของโรคไวรัส “โควิด” ขึ้นกับปริมาณของอนุภาคเชื้อไวรัสที่หายใจเข้าไป ชี้การใส่หน้ากากอนามัยช่วยทำให้ความรุนแรงของโรคลดลง

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ว่า ข้อมูลใหม่ ความรุนแรงของโรคไวรัสโควิด-19 ขึ้นกับปริมาณ ของอนุภาคเชื้อไวรัสที่หายใจเข้าไป การใส่หน้ากากอนามัยช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ถึงจะไม่ 100% ก็ยังช่วยลดปริมาณของเชื้อโรค ทำให้ความรุนแรงของโรคลดลง

หมอมนูญ

ปริมาณของเชื้อไวรัส เป็นตัวกำหนด คนรับเชื้อจะป่วยน้อย หรือ ป่วยหนัก การใส่หน้ากากอนามัย ช่วยลดการหายใจปริมาณของเชื้อไวรัส ที่เกาะอยู่บนละอองฝอย จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อ และ ลดความรุนแรงของโรคได้

มีการทดลองในคน โดยใช้เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ พบว่า คนที่ได้รับเชื้อปริมาณมาก จะป่วยมากกว่า คนที่รับเชื้อปริมาณน้อย ในสัตว์ทดลองหนูแฮมสเตอร์ hamster พบว่า การใช้หน้ากากกั้นระหว่างกรง สามารถลดการป่วยของหนู จากโรคไวรัสโควิด-19 และ ถึงป่วยก็ไม่ป่วยรุนแรง

หน้ากาก N95 กรองเชื้อไวรัสได้ 90-95% หน้ากากผ้า หรือ หน้ากากอนามัยกรองได้ 65-85% ถ้าทุกคนใส่ หน้ากากช่วยลดปริมาณเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกาะบนละอองฝอย กระจายออกมาในอากาศ และหายใจเอาเชื้อเข้าไป

หมอมนูญ
ภาพจากเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC

องค์การอนามัยโลก เพิ่งจะประกาศว่า ทุกคนควรใส่หน้ากากอนามัยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ตั้งแต่คนทั่วโลก ใส่หน้ากากอนามัยมากขึ้น คนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ไม่มีอาการ พบเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 40% และ อัตราการเสียชีวิตลดลง ถ้าคนทั่วโลกใส่หน้ากากมากกว่า 80% การระบาดของโรคอาจจะ เริ่มลดลงภายในเวลา 2 เดือน

คนไทยให้ความร่วมมือใส่หน้ากาก ตั้งแต่เดือนมีนาคม ก่อนหน้าองค์การอนามัยโลก แนะนำให้ทุกคนใส่ ขอให้คนไทยทุกคนใส่หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้าต่อไป เวลาออกไปในที่สาธารณะ มีคนรวมตัวกันมาก ในที่ปิด อากาศถ่ายเทไม่ดี ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เวลาพูด ไอ จาม ร้องเพลง เราใส่หน้ากากเพื่อเขา เขาใส่เพื่อเรา ทุกคนจะปลอดภัย จากการติดเชื้อ ถึงป่วยก็จะไม่ป่วยรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นพ.มนูญ ได้โพสต์ข้อความอีกว่า ข้อมูลใหม่พิสูจน์ว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถติดต่อกันทางอากาศ
ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถติดต่อกันทางอากาศ (air borne) ผ่านทางละอองฝอย (aerosol) ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอน เชื้อไวรัสโควิด-19 จะเกาะอยู่บนละอองฝอย เวลาผู้ป่วยหายใจออก พูด ไอ หรือจาม ละอองฝอยจะลอยไปได้ไกลๆมากกว่า 2 เมตร และ แขวนลอยในอากาศหลายชั่วโมง

ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์สหรัฐ จากมหาวิทยาลัยเนบราสกา Nebraska ได้นำตัวอย่างละอองฝอย ในอากาศที่มีขนาดเล็กมาก ที่ตรวจพบรหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากห้องพักผู้ป่วย (ดูรูป) มาเลี้ยงในเซลล์เพาะเลี้ยง Vero-E6 cells ในห้องปฏิบัติการ พบมีการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสโควิด-19 แสดงว่า เชื้อไวรัสที่พบในอากาศมีชีวิต จึงสามารถแบ่งตัวได้ในเซลล์เพาะเลี้ยง ข้อมูลนี้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ยืนยันว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถแพร่กระจายได้ทางอากาศ

ในระยะแรกของการระบาดของโรคโควิด-19 องค์การอนามัยโลก และหน่วยงานของรัฐหลายประเทศไม่เชื่อว่าโรคไวรัสโควิด-19 สามารถติดต่อกันทางอากาศ แต่ปัจจุบันเริ่มเชื่อแล้ว และเป็นที่มาของการแนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าทุกคน
การติดต่อของเชื้อไวรัสโควิด-19

เกิดขึ้นได้ 3 ทาง เรียงลำดับตามความสำคัญ

  1. ทางละอองฝอย หายใจเข้าปอดโดยตรง เชื่อว่าการติดต่อทางนี้สำคัญที่สุด
  2. จากละอองขนาดใหญ่กระเด็นเข้าจมูก ตาของเราในระยะ 1 เมตร เชื่อว่าการติดต่อทางนี้สำคัญอันดับ 2
  3. ผ่านทางมือสัมผัสกับพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส แล้วมาเอามือมาขยี้ตา แคะจมูก เชื่อว่าการติดต่อทางมือสำคัญอันดับสุดท้าย

การใส่หน้ากาก เป็นวิธีป้องกันการแพร่เชื้อที่ดีที่สุด โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยใส่หน้ากาก จะลดการแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ถึง 75% ถ้าคนไม่ป่วยใส่หน้ากากด้วย จะลดการติดเชื้อได้มากกว่านั้น ทุกคนควรปฏิบัติตัว ดังนี้ ใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง และล้างมือบ่อยๆก่อนเอามือมาแคะจมูก ขยี้ตา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team