ดูหนังออนไลน์
Business

ส่อง New Normal เดินทางด้วยเครื่องบิน รับมือ ‘แอร์ไลน์’ สยายปีกอีกครั้ง 1 พ.ค.

หลังจากสายการบินส่วนใหญ่ต้องพับปีกหยุดบินชั่วคราว เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา แต่ขณะนี้สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น สายการบินยักษ์ใหญ่อย่าง “ไทยไลอ้อนแอร์” และ “ไทยแอร์เอเชีย” จึงประกาศจะเริ่มกลับมาบินเส้นทางในประเทศอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ แม้การแพร่ระบาดของไวรัสในประเทศไทยจะมีความรุนแรงลดลง แต่ก็ยังไม่หมดสิ้นไป ดังนั้น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT) จึงกำหนดมาตรฐานใหม่ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น New Normal สำหรับบริการบนเครื่องบิน เพื่อลดความเสี่ยงในการเดินทางสำหรับผู้โดยสารและตัวสารการบินเอง

วิถีการเดินทางหลังจากนี้ ผู้โดยสารจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตั้งแต่เข้าสู่สนามบิน บนเครื่องบิน จนถึงสนามบินปลายทาง ถ้าพบผู้โดยสารไม่สวมหน้าหากอนามัย สายการบินสามารถปฏิเสธการออกบัตรโดยสาร หรือห้ามไม่ให้ขึ้นเครื่องบินได้ รวมทั้งมีอำนาจในการบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยด้วย

นอกจากนี้จะบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่าเคร่งครัด โดยกำหนดให้สายการบินที่มีเครื่องขนาดใหญ่ต้องขายตั๋วโดยสารในลักษณะที่นั่งเว้นที่นั่ง เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างผู้โดยสาร ส่วนสายการบินที่มีเครื่องบินขนาดเล็กหรือเครื่องใบพัด กำหนดให้ขายตั๋วโดยสารได้เพียง 70% ของที่นั่งที่มีอยู่จริง สำหรับเส้นทางบินที่มีระยะเวลาเกินกว่า 90 นาที สายการบินจะต้องกันที่นั่งแถวหลังไว้พิเศษสำหรับแยกผู้โดยสารที่มีอาการน่าสงสัยระหว่างเที่ยวบินด้วย

“จุฬา สุขมานพ” ผู้อำนวยการ กพท. ก็ยอมรับว่า มาตรการนี้จะทำให้ต้นทุนของสายการบินเพิ่มขึ้นและค่าโดยสารก็มีโอกาสปรับขึ้นตามไปด้วย

ขณะเดียวกันจะมีการจัดระเบียบการรักษาระยะห่างของผู้โดยสาร ตั้งแต่เดินเข้ามาในสนามบินไปจนถึงการขึ้นเครื่องบิน โดยจะประสานไปยังสนามบินให้จัดระเบียบการรักษาระยะห่าง ตั้งแต่ขั้นตอนการต่อคิวซื้อตั๋ว ออกบัตรโดยสาร  ยืนรอการตรวจค้น  การใช้สะพานเทียบเครื่องบินรอขึ้นเครื่อง การใช้บัสเกตขึ้นรถต่อไปขึ้นเครื่องบิน ภายในรถต้องมีการจัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 1 เมตรด้วย ซึ่งสนามบินอาจจะต้องมีการจัดรถเข้ามาเสริมมากขึ้น

บนเที่ยวบิน จะงดการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน เพราะการบริโภคต้องมีการเปิดหน้ากากอนามัยอาจ ทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้ รวมทั้งจะไม่มีบริการจำหน่ายอาหารบนเครื่องบิน และไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารนำอาหารและเครื่องดื่มขึ้นมาบริโภคบนเครื่องบิน  กรณีที่ผู้โดยสารต้องการใช้น้ำ เช่นการทานยานั้นจะต้องแจ้งลูกเรือเป็นกรณีพิเศษ ลูกเรือจะมีการจัดพื้นที่พิเศษไว้บริเวณท้ายเครื่องบินเพื่อให้ผู้โดยสารดื่มน้ำ ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด ด้านลูกเรือก็ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ถุงมือ และ Face shield

ด้าน “สายการบินไทยแอร์เอเชีย” ยังมีมาตรการเพิ่มเติม ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารที่ประตูเครื่อง หากพบผู้โดยสารที่มีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.3 องศาเซลเซียส อาการไอ จาม หรือเข้าข่ายต้องเฝ้าระวัง อาจปฏิเสธการขึ้นเครื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้ที่ผ่านมา กพท. ได้กำหนดมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 ไว้ระดับหนึ่งแล้ว แต่การบังคับใช้จริงก็ยังย่อหย่อนตามที่ปรากฎเป็นข่าว จน “ศักดิ์ศยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องออกมาสั่งให้กำชับเอกชนอีกครั้ง จึงต้องจับตาว่าการกลับมาบินครั้งใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ สายการบินจะปฏิบัติตามกติกาได้มากน้อยเพียงใด

The Bangkok Insight Editorial Team