World News

วิกฤติตุรกีกระทบหุ้นแบงก์ ทำวอลล์สตรีทร่วง

หุ้นสหรัฐร่วงลงเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) จากวิกฤติเศรษฐกิจที่ทรุดหนักมากขึ้นในตุรกี ฉุดหุ้นกลุ่มธนาคาร และจุดชนวนให้เกิดการโยกย้ายเงินลงทุนออกจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดซื้อขายร่วงลง 196.09 จุด หรือ 0.77% ที่ 25,313.14 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 20.3 จุด หรือ 0.71% มาอยู่ที่ 2,833.28 จุด และดัชนีแนสแด็กขยับลงมา 52.67 จุด หรือ 0.67% ปิดตลาดที่ 7,839.11 จุด

เงินลีราตุรกี ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่หนักขึ้น จากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศเก็บภาษีอลูมิเนียม และโลหะนำเข้าจากตุรกี เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า สถานการณ์ที่ทำให้เกิดวิตกถึงสถานะทางเศรษฐกิจของตุรกี และฉุดให้หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง

ราคาหุ้นซิตี้กรุ๊ป ที่ทำธุรกิจในต่างประเทศมากสุดในกลุ่มธนาคารสหรัฐ ร่วงลง 2.4% ส่วนราคาหุ้น เจพี มอร์แกน เวลส์ ฟาร์โก และแบงก์ ออฟ อเมริกา ต่างเดินสู่ขาลงเช่นเดียวกัน

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ยังทำให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากกว่า หนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight