ดูหนังออนไลน์
Digital Economy

‘5G’ ช่วยภารกิจปราบโควิด-19 ‘ทรู’ จับมือสตาร์ทอัพ พัฒนาหุ่นยนต์ขนส่ง



กลุ่มทรู ผนึกกำลังคณะวิศวฯจุฬาฯ พร้อมด้วยบริษัทสตาร์ทอัพ HG Robotics และ Obodroid ภายใต้โครงการ CU-RoboCovid ส่งหุ่นยนต์ขนส่งอัจฉริยะระบบคลาวด์ผ่าน True5G สนับสนุนบริการทางการแพทย์ ช่วงวิกฤตโควิด -19

นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ หัวหน้าคณะทำงานและกรรมการยุทธศาสตร์ 5G บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ ทุกคนตระหนักดีว่า บุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้เสียสละ และเป็นกำลังสำคัญที่สุดในการดูแลรักษาผู้ป่วย กลุ่มทรูในฐานะหนึ่งในบริษัทไทยที่มีความพร้อมเป็นผู้ให้ บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของไทย ได้นำศักยภาพเทคโนโลยี True5G เครือข่ายอัจฉริยะของกลุ่มทรู เข้าร่วมพัฒนากับพันธมิตรเพื่อหาทางสนับสนุนการปฎิบัติงานภายในโรงพยาบาลให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กลุ่มทรู ได้ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยบริษัทสตาร์ทอัพ HG Robotics และ Obodroid ภายใต้โครงการ CU-RoboCovid พัฒนาหุ่นยนต์ขนส่งอัจฉริยะ ควบคุมผ่านเครือข่าย True5G ซึ่งมีจุดเด่นทั้งเรื่องของศักยภาพความเร็วสูง ความหน่วงต่ำ และความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์หลากหลาย ทำให้เพิ่มความแม่นยำในการควบคุม และมีประสิทธิภาพสูงในการเชื่อมต่อกับหุ่นยนต์ขนส่ง (Quarantine Delivery Robot) ระบบสื่อสารทางไกล (Quarantine Telepresence) และรถเข็นควบคุมจากระยะไกล (Remote Cart)

การนำหุ่นยนต์ขนส่งอัจฉริยะมาใช้ จะช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วยได้จากระยะไกล โดยไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปใกล้กับผู้ป่วย ลดความเสี่ยงติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ ในขณะเดียวกันก็สามารถดูแลคนไข้ได้อย่างทั่วถึง สร้างความอุ่นใจให้กับคนไข้ที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดเวลา และสามารถเรียกหาได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระ และยกระดับความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ได้อีกทางหนึ่ง

สำหรับหุ่นยนต์และระบบสื่อสารทางไกลดังกล่าว ได้นำไปใช้งานจริงแล้ว ณ ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลรามาจักรีนฤบดินทร และอยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้งเพื่อใช้งานในโรงพยาบาลสนาม วชิระภูเก็ตเพิ่ม

ดร.มหิศร ว่องผาติ ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เอชจี โรโบติกส์ จำกัด กล่าวว่า การทำงานของหุ่นยนต์ขนส่ง จะใช้ทั้งการขนส่งอาหาร ยา เวชภัณฑ์ที่จำเป็น พร้อมระบบสื่อสารทางไกล Telepresence ที่จะเข้ามาช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ลดอัตราการใช้อุปกรณ์การแพทย์จากการถอดเปลี่ยนชุดทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนโซนการรักษาที่มีความเสี่ยง รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแพทย์ รวมถึงมีระบบสื่อสารทางไกล ที่ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ แท็บเล็ตจากฝั่งของเจ้าหน้าที่ และแท็บเล็ตจากฝั่งคนไข้ เชื่อมต่อกันด้วยโปรแกรมที่ทางทีมได้พัฒนาขึ้น ผ่านเครือข่ายTrue 5G

นอกจากนี้ ยังมีรถเข็นควบคุมจากระยะไกล (Remote Cart) ที่พัฒนามาเพื่อให้สามารถควบคุมจากระยะไกลได้ผ่านเครือข่ายTrue 5G สามารถนำมาใช้ในการขนส่งอาหาร ยาหรือ เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ต่างๆ เคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำ สามารถติดตั้งมาพร้อมกับแท็บเล็ตที่มีระบบสื่อสารทางไกล (Telepresence) บนรถเข็นเพิ่มความสามารถในการทำงานควบคู่กับการสื่อสารกับคนไข้ได้แบบ 2 ทาง โดยบุคลากรทางการแพทย์ไม่ต้องเสี่ยงต่อการติดชื้อ สร้างความอุ่นใจทั้งบุคลากรและคนไข้ในสถานการณ์โควิด-19 ได้เป็นอย่างดี

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT