Sme

ติดอาวุธ ‘ผู้ค้าออนไลน์’ ชิงเค้กค้าปลีก ด้วย ‘LINE OA Plus’

จากมูลค่าธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยที่สูงถึง 3.6 – 4 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือค้าปลีกออนไลน์ มีสัดส่วนเพียง 2% เท่านั้น จึงถือว่าเป็นโอกาสมหาศาลของผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ที่จะใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อชิงเค้กก้อนนี้ เนื่องจากใช้เงินลงทุนต่ำกว่าการเปิดหน้าร้าน รวดเร็ว และรองรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่นิยมซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นต่อเนื่อง

ไลน์ ในฐานะที่มีผู้ใช้บริการถึง 44 ล้านคน ถือเป็นโซเชียลมีเดียหนึ่งที่ทรงอิทธิพลอย่างมากในประเทศไทย โดยในจำนวนนี้ เป็นผู้ถือ ไลน์ ออฟฟิศเชียล แอคเคาท์ 3 ล้านราย ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 110% จาก 1.5 แสนรายในปี 2558 โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการค้าปลีก 1.3 ล้านราย

จากจำนวนไลน์ แอคเคาท์ ออฟิศเชียลที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และถือเป็นลูกค้าประจำของไลน์ อีกทั้้งปัจจุบัน ไลน์ ถือว่าเป็นโซเชียลมีเดียที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคตั้งแต่ตื่นนอน ยันเข้านอน และให้ความสำคัญกับการร่วมพัฒนาผู้ค้าปลีกไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย จึงมีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนผู้ค้ารายย่อยอย่างต่อเนื่อง

ศรีสุภาคย์ อารีวณิชกุล ผู้อำนวยการธุรกิจองค์กร LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ธุรกิจค้าปลีกไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่ด้วยผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันที่สูงขึ้น การพัฒนาเครื่องมือทางการตลาดใหม่ๆ ที่สามารถเข้ามาตอบโจทย์ช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกสามารถการทำตลาดดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็น

ศรีสุภาคย์ อารีวณิชกุล

ไลน์ ประเทศไทย ตระหนึกถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงจัดสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี กับงาน “LINE RETAIL TECH 2019” เพื่ออัพเดทภาพรวมตลาดค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซของประเทศไทย เปิดมุมมองและเทรนด์สำคัญที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจค้าปลีกโดยเฉพาะ รวมไปถึงความท้าทายและทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกได้ทำความรู้จัก ความเข้าใจ รวมถึงสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีและโซลูชั่นใหม่ๆ ที่ ไลน์ ได้พัฒนาขึ้นเพื่อผู้ประกอบการค้าปลีกในยุคดิจิทัลโดยเฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น

สำหรับฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด ที่ไลน์พัฒนาขึ้นเพื่อมาช่วยผู้ประกอบการค้าปลีก ที่เป็นไลน์ ออฟฟิศเชียล แอคเคาท์ คือ  LINE OA Plus E-Commerce โซลูชั่นใหม่เพื่อผู้ประกอบการยุคดิจิทัล ซึ่งเมื่อรวมสิ่งที่ไลน์มีอยู่เดิมคือ ไลน์ ออฟฟิศเชียล แอคเคาท์, แรบบิท ไลน์เพย์, ไลน์ พอยต์, ไลน์แมน และ LINE OA Plus E-Commerce จะทำให้เกิดเป็นบริการอีคอมเมิร์ซรูปแบบใหม่ (New E-commerce Service)

ทั้งนี้ LINE OA Plus จะเข้ามาช่วยลูกค้า ไลน์ ออฟฟิศเชียล แอคเคาท์ โดยเฉพาะผู้ค้าปลีกรายย่อยให้สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองตลอดเส้นทางการค้ากับลูกค้า ตั้งแต่ การจัดหน้าร้าน หรือโปรดักส์ ดิสเพลย์, ล็อกอิน, เช็คเอาท์ และฟีดบนไลน์แอคเคาท์ โดยผู้ขายสามารถแชทกับลูกค้าได้ เพื่อโต้ตอบกับลูกค้า และสร้างสรรค์สิ่งที่ลูกค้าต้องการได้แบบเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการบริการชำระเงิน และระบบบริหารจัดการหลังบ้าน รวมทั้งอนาคตจะขยายสู่การบริการจัดส่ง เริ่มจากไลน์แมน และจับมือผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นๆ เช่น เคอรี่ เอ็กซ์เพรส, ไปรษณีย์ไทย เป็นต้น

“เครื่องมือใหม่นี้จะช่วยในการทำการตลาดแนวใหม่สำหรับธุรกิจพร้อมฟังก์ชั่นครบวงจร ซึ่งจะทำให้ ไลน์เป็นเครื่องมือทางการตลาดดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน” ศรีสุภาคย์กล่าว

 

ขณะเดียวกัน ในปี 2563 ไลน์เชื่อว่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในโลกของธุรกิจค้าปลีก ที่มาพร้อมกับการขยับตัวครั้งยิ่งใหญ่โดยเฉพาะบนดิจิทัลแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง ไลน์ ที่เด่นชัดมากขึ้น โดย ไลน์ พร้อมเป็นแพลตฟอร์มกลางที่รวบรวมหลากหลายโซลูชั่นแบบครบวงจร เพื่อรองรับและตอบโจทย์นักการตลาดและกลุ่มธุรกิจต่างๆ ให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และสร้างกลยุทธ์ในการเชื่อมต่อกับผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT